วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้หวยรัฐแพง 'บิ๊กตู่'ลุย เริ่มงวด1ก.ค.นี้

ประจินกดดัน เด็กการเมือง ไขก๊อกบอร์ด

“ประยุทธ์” นั่งหัวโต๊ะถก คสช.ชุดใหญ่ ปั่นผลงานเรียกเรตติ้งไม่หยุด ทุบ โต๊ะตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาลอตเตอรี่แพงเว่อร์ เคลียร์ผลประโยชน์ไหลเข้ากระเป๋าใคร มอบ “ประจิน” ผ่าโครงสร้างหาราคาที่แท้จริง อนุมัติงบกลาง 1.2 หมื่นล้าน คลายทุกข์เกษตรกร แบ่งโปรย 6.6 พันล้านอุ้มชาวสวนยาง 1 แสนราย อัดฉีด 5.4 พันล้าน เยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยธรรมชาติตั้งแต่ปี 55-57 รวม 5.8 แสนราย “บิ๊กตู่” นั่งเองประธาน กรอ. ลุยขับเคลื่อนแก้ปัญหาเศรษฐกิจ “บิ๊กจิน” โชว์สปิริตไขก๊อก ปธ.บอร์ดการบินไทย 19 มิ.ย. ส่งสัญญาณล้างบางบอร์ด 56 รัฐวิสาหกิจ ตะเพิดเด็กเส้นการเมือง-พวกไม่มีผลงานพิจารณาตนเอง “ทูตสหรัฐฯ” เข้าหารือปลัด กต. กระตุ้นประเทศ ไทยกลับสู่โหมดเลือกตั้งโดยเร็ว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. เร่งสร้างผลงานแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในด้านต่างๆ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ล่าสุดได้สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา พร้อมทั้งอนุมัติงบกลางกว่า 12,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือชาวสวนยางและเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ

“ประยุทธ์” หารือ คสช.สางงานสำคัญ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 มิ.ย. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม คสช.ครั้งที่ 2/2557 เพื่อขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายความมั่นคงและต่างประเทศ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ฝ่ายสังคมและจิตวิทยา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช. พร้อมด้วยตัวแทน 14 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวด มีเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารจากมณฑลทหารบกที่ 11 ตรวจเข้มรถและบุคคลที่เข้ามาติดต่อภายใน บก.ทบ. ส่วน บก.ทบ.สำนักงานเลขานุการกองทัพบก (สลก.ทบ.) ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนปักหลักถ่ายภาพขบวนรถของคสช. ขอให้ไปอยู่ที่บริเวณเกาะกลางถนน หน้าสนามมวยราชดำเนินแทน

ทุบโต๊ะสั่งตั้ง กก.แก้ลอตเตอรี่แพง

จากนั้นเวลา 14.50 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบก ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะทำงานตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.เป็นประธาน พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา และขอให้เร่งตรวจสอบรายงานกลับมาให้เร็วที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและมีการร้องเรียนมา ต้องรื้อกันใหม่ทั้งระบบ ทั้งโควตาและสิทธิประโยชน์ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิประโยชน์ให้ไปดูว่าตกอยู่ที่ใคร หากผลประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่กับส่วนรวมให้ยกเลิกไป แต่หากดีให้นำผลประโยชน์ที่ได้มาเข้าระบบพัฒนาประเทศ และหากเป็นไปได้ความเห็นส่วนตัวคณะกรรมการน่าจะรายงานกลับมายังหัวหน้า คสช.ได้ทันการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดหน้าวันที่ 1 ก.ค.นี้

ส่ง “ประจิน” ผ่าโครงสร้างราคาจริง

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษก คสช.ฝ่าย พลเรือน กล่าวว่า เรื่องการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ในที่ประชุมคณะ คสช.ครั้งที่ 2 เพื่อขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน หัวหน้า คสช.ได้ให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.ไปรวบรวมข้อมูลองค์ประกอบของราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลว่าเป็นอย่างไร และให้รายงานกลับมา เพื่อพิจารณาราคาที่แท้จริงตามโครงสร้างราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลต่อไป พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในที่ประชุมว่า อยากให้เรื่องราคาเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน

เทงบ 6.6 พันล้านอุ้มชาวสวนยาง

ขณะที่นายนำชัย พรหมมีชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนุมัติงบประมาณจากงบกลางรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นวงเงิน 6,600 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรชาวสวนยางเพิ่มเติมที่ตกค้างอยู่ประมาณ 100,000 ราย ตามโครงการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบปี 2557 โดยก่อนหน้านี้ได้ใช้งบประมาณตามโครงการไปแล้ว 21,248 ล้านบาท จ่ายให้เกษตรกรไร่ละ 2,520 บาท รายละไม่เกิน 25 ไร่ โดยยืนยันว่าจะไม่มีการรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อรับสิทธิ์รายใหม่ จะจ่ายเงินให้เฉพาะเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้ตามหลักเกณฑ์เดิมที่ยังตกค้างอยู่เท่านั้น

5.4 พันล้านซับน้ำตาเหยื่อภัยพิบัติ

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ คสช.ยังอนุมัติงบกลางอีกจำนวน 5,498.98 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตรปี 2555-2557 จำนวน 584,005 ราย โดย คสช.ให้ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง ให้ชัดเจนโปร่งใสก่อนจ่ายเงินเพื่อให้ผู้ประสบภัย คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์เงินจะลงไปถึงผู้ประสบภัย สำหรับประเภทของผู้ประสบภัยพิบัติแยกเป็นดังนี้ คืออุทกภัย 4,721.57 ล้านบาท ดินโคลนถล่ม 0.52 ล้านบาท ภัยแล้ง 44.19 ล้านบาท วาตภัย 24.91 ล้านบาท ภัยฝนทิ้งช่วง 511.87 ล้านบาท ศัตรูพืชระบาด 17.08 ล้านบาท โรคพืชระบาด 15.21 ล้านบาท อัคคีภัย 0.24 ล้านบาท ภัยหนาว 159.85 ล้านบาท และภัยพายุและคลื่นลมแรง 3.50 ล้านบาท

ไฟเขียว 449 ล้านฟื้นฟูแผ่นดินไหว

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช.แถลงว่า สืบเนื่องจากเหตุการณ์ภัยพิบัติแผ่นดินไหวใน จ.เชียงราย ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ให้ความสำคัญและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจช่วยเหลือสถานศึกษาที่ได้รับความเสียหาย ที่ประชุม คสช.ได้มีมติอนุมัติงบประมาณให้กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 322 ล้านบาท เพื่อดำเนินการสร้างและซ่อมแซม ตามที่ฝ่ายสังคมจิตวิทยาของ คสช.ตรวจสอบ และเห็นควรสนับสนุนโดยปรับแผนจากการใช้งบประมาณปกติเพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตอบสนองให้มีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากนี้ คสช.ยังอนุมัติรายจ่ายประจำปี 2557 งบกลางจำนวน 127 ล้านบาท ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขออนุมัติ เพื่อนำไปใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ในการช่วยเหลือวัดและศูนย์ปฏิบัติธรรม รวมทั้งดูแลพระสงฆ์และสามเณรที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว

ขยาย 3 เดือน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 3 จชต.

พ.อ.วินธัยกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมคณะทำงานตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังให้ความเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จ.นราธิวาส จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี ที่ยกเว้น อ.แม่ลาน ออกไปอีก 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.ถึงวันที่ 19 ก.ย.57

ปลื้ม ปชช.90% พอใจผลงาน คสช.

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.ในฐานะรองหัวหน้าคสช.ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินการทำงานของ คสช.ว่า ที่ประชุม คสช.เทียบเท่าการประชุม ครม.รับทราบผลงานแต่ละด้าน และยังมีการพิจารณางาน 8 ประเด็น รวมถึงที่หัวหน้า คสช.มอบหมายให้ไปดู กิจการด้านต่างๆ คงจะมีผลออกมาสัปดาห์หน้า ส่วนความพึงพอใจของประชาชนต่อการทำงานของ คสช.มีหลายประเด็นอยู่ในเกณฑ์สูงตั้งแต่ 90 เปอร์เซ็นต์ลงมาถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าการยุติปัญหาความขัดแย้ง การรักษาความสงบเรียบร้อย ล้วนอยู่ในเกณฑ์สูง ทำให้เรามีกำลังใจในการทำงาน ส่วนการจัดทำโรดแม็ปเศรษฐกิจ ก่อนหน้านี้จะให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากวันที่ 23 พ.ค. แต่มีเรื่องเร่งด่วนกว่าทั้งการแก้ไขปัญหาโครงการรับจำนำข้าว ยางพารา การบริหารการจัดการน้ำ พลังงานเชื้อเพลิง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น โรดแม็ปเศรษฐกิจจะดูในแต่ละส่วนนำมาเขียนเป็นโรดแม็ปภาพใหญ่ คงจะเลื่อนเวลาไปอีกระยะหนึ่ง หัวหน้า คสช.ไม่ได้กำหนดต้องเสร็จเมื่อใด เพียงแต่ฝากไว้ว่าอยากให้ทำให้เร็วและรอบคอบ

แทงกั๊กต่ออายุราชการ ผบ.เหล่าทัพ

พล.อ.อ.ประจินยังกล่าวถึงการวางตัวบุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่ทุกอย่างดำเนินการไปตามโรดแม็ปของหัวหน้า คสช.วางไว้ทั้ง 3 ระยะ เพื่อให้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. จะต้องนั่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า คสช.คงต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน รวมถึงสื่อมวลชน เมื่อถามว่า ได้มองคนภายนอกไว้บ้างหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า ยังไม่ได้ประชุมกัน แต่คนที่จะมาทำงานใน ครม.ต่อจากนี้คงต้องคาบเกี่ยวกับที่ได้วางเอาไว้ คือด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และกฎหมาย เพื่อให้การปฏิรูปทั่วถึงทุกภาคส่วน นำไปสู่ขั้นตอนที่ 3 คือ การเลือกตั้ง เมื่อถามว่าเดือน ต.ค. ผบ.เหล่าทัพจะเกษียณอายุราชการทั้งหมด จำเป็นหรือไม่จะต้องมีตำแหน่งในคณะรัฐบาลเพื่อให้งานสานต่อ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า คงจะต้องมีการประชุมปรึกษากันอีกที ยังไม่ชัดเจน ส่วนความเป็นไปได้ที่ ผบ.เหล่าทัพจะต่ออายุราชการมีแนวทางเป็นไปได้หรือไม่นั้น ยังไม่แน่ว่าจะนำมาพิจารณาหรือเปล่า

ไขก๊อก ปธ.บอร์ดบินไทย 19 มิ.ย.

พล.อ.อ.ประจินยังกล่าวถึงกระแสข่าวจะยื่นลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่าเจตนารมณ์ของ คสช.ต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศไทยทุกด้าน ส่วนรัฐวิสาหกิจก็มีผลต่อความมั่นคงด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ จึงมีการตั้งประเด็นว่าบุคคลที่มาจากกลุ่มการเมืองมีเวลาให้องค์กรไม่มากนัก และไม่มีความเชี่ยวชาญงานที่เข้ามาดำเนินการ ก็ขอให้เสียสละพิจารณาตนเองและเปิดโอกาสให้คนอื่นเข้ามา ขณะนี้อยู่ในช่วงให้คณะกรรมการพิจารณาว่าตนเองเข้าข่ายเกณฑ์ใดควรจะลาออกหรือทำงานต่อ ส่วนตัวตั้งใจว่าจะยื่นใบลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้ คสช.พิจารณาคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาแทน จะยื่นใบลาออกในวันที่ 19 มิ.ย. และจะแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบในวันที่ 20 มิ.ย. จะมีผลเมื่อใดขึ้นอยู่กับ คสช.

ตะเพิดพวกไร้ผลงานพิจารณาตัวเอง

เมื่อถามว่า แนวโน้มจะกลับมาเป็นประธานบอร์ดการบินไทยหลังจากแสดงสปิริตครั้งนี้แล้วหรือไม่ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า เป็นการแสดงเจตนารมณ์เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการปฏิรูป แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.จะเป็นผู้ดูว่ามีความจำเป็นต้องทำงานและดูแลให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะต่อไปหรือไม่ หากมีความจำเป็นอาจจะมี 2 ทางคือ ระงับใบลาออกหรือให้กลับเข้ามาทำงานใหม่ จะทราบผลในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้าแน่นอน ส่วนกรณีที่บอร์ดบางส่วนไม่ยอมลาออก คงไม่ใช้กฎหมายไปบังคับ แต่จะใช้ความสมัครใจ ถ้าย้อนกลับไปดูจะเห็นว่าบางคนเข้ามาจากการผลักดันของสายการเมือง บางคนเข้ามาก็ไม่ถนัดงานด้านนั้นๆ ใครมีเวลาให้กับงานน้อย และไม่มีผลงานก็น่าจะพิจารณาตัวเองเพื่อให้คนอื่นเข้ามาแทน คสช.จะเลือกคนที่ทำงานให้ดีที่สุด แต่งตั้งเข้ามาแทน

ส่งสัญญาณล้างบางบอร์ด รสก.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า การที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.ในฐานะรองหัวหน้า คสช.และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ประกาศจะยื่นใบลาออกจากประธานบอร์ดบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 19 มิ.ย. ก่อนประชุมบอร์ดวันที่ 20 มิ.ย. เพื่อส่งสัญญาณไปยังกรรมการและผู้บริหารรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ที่เข้ามาในยุครัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรให้ลาออก ขณะที่บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัทลูกในเครือ ปตท.ได้ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ว่า นายชายน้อย เผื่อนโกสุม ประธานและกรรมการบริษัทฯ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีภารกิจมากขึ้น ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.เป็นต้นไป

ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สตช. ประธานบอร์ดการท่าเรือแห่งประเทศ (กทท.) กล่าวว่า โดย สปิริตเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล ประธานบอร์ดจะต้องลาออก แต่ขณะนี้ กทท.มีงานที่อยู่ในความรับผิดชอบจำนวนมาก หาก คสช.ต้องการให้ลาออกก็พร้อม หรือหากมีการแต่ง ครม.ชุดใหม่ตนและบอร์ด กทท.พร้อมจะลาออกทันที

คลังรับลูกเร่งตั้งประธานบอร์ดใหม่

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเร่งตั้งประธานกรรมการรัฐวิสาหกิจที่ลาออกทั้งสามแห่งคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) ในฐานะกระทรวงการคลังถือหุ้นใหญ่ทั้ง 3 รัฐวิสาหกิจจะเสนอให้ คสช.พิจารณาภายในสัปดาห์นี้ ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการพิจารณาตัวประธานคนใหม่ของทั้งสามรัฐวิสาหกิจดังกล่าว เมื่อได้ข้อสรุปจะเสนอให้หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของ คสช. พิจารณา แล้วเสนอให้หัวหน้า คสช.พิจารณาอนุมัติต่อไป ส่วนกรณีสิทธิประโยชน์ของบอร์ดรัฐวิสาหกิจ ที่ถูกวิจารณ์ว่าได้มากเกินไป โดยเฉพาะในกรณีบอร์ดของการบินไทย ความจริงบอร์ดการบินไทยมีเพียง 14 คนเมื่อเทียบกับสัดส่วนรายจ่ายด้านอื่นแล้วไม่ถือว่าสูง แต่การตัดรายจ่ายของบอร์ดจะช่วยด้านภาพพจน์ของบริษัทที่ยังมีผลขาดทุนอยู่

ห้ามรถตู้จอดแช่อนุสาวรีย์ชัยฯ

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ สน.พญาไท พ.อ.เฉลิม-พล ศรีสวัสดิ์ รอง ผบ.กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม 2 รอ.) เป็นประธานการประชุมร่วมกับ พ.ต.ท.จุมพล คณานุรักษ์ รอง ผกก.ฝ่ายจราจร สน.พญาไท เพื่อทำความเข้าใจและจัดระเบียบวินรถตู้โดยสารสาธารณะ และการปฏิบัติตามกฎหมายตามคำสั่งของ คสช.กับผู้ประกอบการวินรถตู้รับจ้างบริเวณพื้นที่รอบเกาะถนนราชวิถี และบริเวณรอบวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้ข้อสรุปห้ามรถตู้รับจ้างจอดแช่รับผู้โดยสารบริเวณวงเวียนอนุสาวรีย์เด็ดขาด และจะหาที่พักรวมรถตู้โดยสารถาวรบริเวณใต้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์มักกะสัน ประสานตำรวจจราจรเพื่อรับผู้โดยสารทุกช่วงเวลาลดการจราจรหนาแน่นบริเวณอนุสาวรีชัยฯ จะเริ่มทดลองภายใน 5 วัน ก่อนเริ่มบังคับใช้จริงวันที่ 1 ก.ค.57 การดำเนินการแบ่งเป็น 3 ระยะคือ ระยะแรกเร่งหาสถานที่จอดถาวรใต้สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์และพิจารณาปรับค่าโดยสารให้เป็นธรรม ห้ามจอดแช่ป้ายรอผู้โดยสาร ซึ่งจะเริ่มทดสอบภายในสัปดาห์นี้ ระยะที่ 2 บูรณาการร่วมกับ ขสมก.ป้องกันการทับเส้นทาง จัดทำทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย และระยะที่ 3 การแก้ไข พ.ร.บ.และกฎหมายให้ถูกต้อง พร้อมออกป้ายทะเบียนให้ถูกกฎหมาย ทั้งรถตู้สาธารณะกับรถส่วนบุคคลที่มารับผู้โดยสาร

มท.ปัดเชียงใหม่หักหัวคิวข้าว อส.

วันเดียวกัน นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงกรณีกระแสข่าวทุจริตข้าวกล่องอาสารักษาดินแดน (อส.) ว่ากรมการปกครองสั่งการให้ตรวจสอบข่าวว่า เกิดเหตุการณ์ในจังหวัดใหญ่ทางภาคเหนือมีเพียง จ.เชียงใหม่และเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.พบว่าไม่มีการทุจริตค่าอาหารกล่องของ อส.ตามที่เป็นข่าว จังหวัดเดียวที่ใช้กำลังอส.คือ จ.เชียงใหม่ ใช้งบฯประกอบเลี้ยงจัดสรรจากงบพัฒนาจังหวัดและแผนงานรักษาความปลอดภัยศูนย์ราชการจังหวัด กรณีการร้องเรียนว่า อส.เบิกค่าอาหารมื้อละ 50,000 บาท แต่หักหัวคิวไป 30 บาทต่อหัว น่าเป็นการเข้าใจผิดของสมาชิก อส.บางคน และไม่ประชาสัมพันธ์ให้ อส.รับทราบแหล่งที่มาของงบฯมากกว่า

“ปนัดดา” เรียกอธิบดี ปค.มาชี้แจง

ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะพูดคุยกับอธิบดีกรมการปกครองว่าเป็นอย่างไรกันแน่ และขอให้ช่วยพิจารณาดำเนินการตามเห็นสมควร ไม่อยากให้มองเป็นภาพความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน ขอให้เป็นภาพความร่วมมือร่วมใจช่วยกันตรวจตราอะไรถูกผิด ยังมีเรื่องร้องเรียนอีกหลายเรื่องกำลังดูรายละเอียดอยู่ จะประสานกับ ป.ป.ช. ป.ป.ท. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นหลักในการตรวจสอบ สัปดาห์หน้าจะเชิญตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) มารับมอบนโยบายตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

ป.ป.ช.รับบทแม่งานปราบโกง

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 คสช.ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาการทุจริตอย่างมาก ถือเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องกำหนดเป็นแผนงานบูรณาการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยมอบให้สำนักงาน ป.ป.ช.เป็นหน่วยงานหลักปราบทุจริตตามแผนงานดังกล่าวร่วมกับภาครัฐ และให้กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นหน่วยงานสนับสนุน ป.ป.ช.ยินดีเป็นหน่วยงานกลางขับเคลื่อนภารกิจการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐไปก่อน จากนั้นในปีงบฯ 2559 จะมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ

เลื่อนชี้ขาดสอบ 8 พยานคดีข้าว

เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร้องขอให้ ป.ป.ช.สอบปากคำพยานคดีอาญาโครงการรับจำนำข้าวเพิ่มเติม 8 ปากว่าที่ประชุม ป.ป.ช.ได้พิจารณากรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ขอให้ ป.ป.ช.สอบปากคำคดีจำนำข้าวเพิ่มเติม 8 ปาก แต่เนื่องจากข้อมูลและข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอจะพิจารณาได้ว่าจะอนุญาตตามที่ร้องขอมาหรือไม่ จึงขอเลื่อนการพิจารณาดังกล่าวไปเป็นการประชุมครั้งหน้า

เด็ก พท.ให้ถ้อยคำ กกต. ยุบ ปชป.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้าให้ถ้อยคำกับคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีที่ยื่นคำร้องยุบพรรคประชาธิปัตย์รวม 5 สำนวน โดยนายสิงห์ทองกล่าวว่า ทั้ง 5 สำนวนร้องเกี่ยวกับการกระทำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรค รู้เห็นเป็นใจสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำปลุกระดมประชาชนมาใช้ความรุนแรงและยึดทำเนียบรัฐบาล ปิดล้อมสถานที่ราชการหลายแห่ง ชุมนุมไม่สงบ มีอาวุธขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 63 ผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112,113 รวมทั้งขัดขวางบอยคอตการเลือกตั้งและปราศรัยใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยให้เสียคะแนนนิยม ทำผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และล้มล้างการปกครอง และขอให้ กกต.เรียกรับเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองคืนจากพรรคประชาธิปัตย์คืน 30 ล้านบาท พร้อมนำหลักฐานเพิ่มเติมมาประกอบคำร้องด้วย

สรุปคำร้องส.ส.–ส.ว.เสร็จก.ค.

นายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย สำนักงาน กกต. แถลงสรุปการพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นว่ามีคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งท้องถิ่น 1,002 สำนวน วินิจฉัยแล้วเสร็จ 413 สำนวน อยู่ระหว่างดำเนินการ 589 สำนวน สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง สั่งเลือกตั้งใหม่และนับคะแนนใหม่ รวม 56 เรื่อง สำนวนร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ส.จากการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. มี 34 เรื่อง ชี้ขาดแล้ว 1 เรื่อง ไม่รับเป็นคำร้อง อยู่ระหว่างดำเนินการ 33 เรื่อง ขณะที่สำนวนร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ว. มี 39 เรื่อง ชี้ขาดแล้ว 15 เรื่อง โดยไม่รับเป็นคำร้อง 8 เรื่อง ยกคำร้อง 6 เรื่อง และสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัคร ส.ว.นครปฐม 1 เรื่อง เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ 24 เรื่อง จำนวนนี้มี 3 เรื่องที่เสนอเข้าวาระพิจารณาของ กกต.แล้ว คาดว่าสำนวนคัดค้านเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว.ที่เหลือน่าพิจารณาเสร็จภายในเดือน ก.ค.

คดี “ปู” ทัวร์นกขมิ้นใกล้จบ

นายดุษฎีกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีร้องเรียนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใช้ทรัพยากรของรัฐ ขณะดำรงตำแหน่งนายกฯไปหาเสียงภาคเหนือ-อีสาน กรณีมอบเงินให้กับครอบครัวตำรวจที่เสียชีวิตจากการสลายชุมนุม และใช้สื่อของรัฐหาเสียง เรื่องยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการไต่สวนชุดพิเศษที่ กกต.แต่งตั้งบุคคลภายนอกมาเป็นกรรมการ ได้เชิญข้าราชการและผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำแล้ว ส่วนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ผู้ถูกกล่าวหา ต้องเชิญมาชี้แจง แต่อาจทำหนังสือมาชี้แจงแทนได้ คาดว่าอีกไม่นานจะแล้วเสร็จ นอกจากนี้ที่ประชุม กกต.ยังมีมติให้ปรับปรุงระเบียบการพิจารณาสืบสวนสอบสวนเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ให้สอดรับกับประกาศของ คสช.ฉบับที่ 58 ที่ให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นภายใน 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง จากเดิมกำหนดไว้เพียง 30 วัน กกต.จะมีเวลามากขึ้น จะใช้กลไกสืบสวนเอาผิดผู้กระทำความผิดให้ได้ และหาก คสช.ให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นจะดำเนินการตามระเบียบนี้ทันที

ผู้ตรวจฯถก 2 แนวทางช่วย “วีระ”

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 13.30น.ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานการประชุมหารือการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด ที่ถูกคุมขังในเรือนจำเปรย์ซอร์ ประเทศกัมพูชา มีนางพิศอำไพ สมความคิด ภรรยานายวีระ ผู้ร้องเรียน นายปรีชา สมความคิด น้องชายนายวีระ และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารือ จากนั้นนายรักษเกชา กล่าวภายหลังการประชุมว่า ขณะนี้มีอีก 2 ช่องทางที่จะช่วยเหลือ คือ 1.ขอลดโทษ ในช่วงเทศกาลต่างๆ ปีนี้อาจขอช่วงบูชาประทีปจะลดโทษประมาณ 6 เดือน หรือ 9 เดือน ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกัมพูชา และ2.คือขอพระราชทานอภัยโทษ แต่ต้องรับโทษ 2ใน 3 หรือรับโทษ 5 ปี ซึ่งโทษนายวีระคือ 8 ปี แต่ได้ลดโทษ 6 เดือน จึงเหลือ 7ปีครึ่ง ขณะนี้รับโทษแล้ว 3 ปีครึ่ง ซึ่งนักโทษขอพระราชทานอภัยโทษเองได้ โดยยื่นผ่าน ผบ.เรือนจำ ส่งไปกระทรวงมหาดไทย กระทรวงยุติธรรม ส่งถึงเรื่องถึงนายกฯ หลังจากนี้ผู้ตรวจฯจะทำหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศ ประสานผ่านช่องทางการทูตเพื่อให้ช่วยเหลือนายวีระต่อไป ส่วนจะขอความช่วยเหลือจาก คสช.หรือไม่อยู่ที่ดุลพินิจของกระทรวงการต่างประเทศ

ญาติมีความหวังพ้นคุกเขมร

ด้านนายปรีชา สมความคิด น้องชายนายวีระ กล่าวว่า เท่าที่ญาติเข้าเยี่ยมนายวีระเข้าใจเรื่องราวที่ผ่านมา พยายามปรับตัวทั้งจิตใจและแนวความคิด เพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งความสัมพันธ์ระหว่างเรายอมรับกระบวนการยุติธรรมของกัมพูชา หลีกเลี่ยงการยื่นอุทธรณ์เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางญาติๆ พยายามทำให้ดีที่สุดประสานหน่วยงานต่างๆในการช่วยเหลือ เรายังมีความหวังอยู่

ทูตมะกันพบ “สีหศักดิ์” กระตุ้นเลือกตั้ง

เมื่อเวลา 14.00 น. นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย เดินทางเข้าพบหารือกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ภายหลังการหารือนายสีหศักดิ์เปิดเผยว่า ได้หารือถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐฯ จึงถือโอกาสเล่าให้ทราบถึงพัฒนาการทางการเมืองของไทย ซึ่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯยินดีกับแผนโรดแม็ป 3 ขั้น และหวังให้ไทยดำเนินการตามแผน เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งโดยเร็ว นอกจากนี้ในสัปดาห์นี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเผยแพร่ รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี 2557 รายงานการดำเนินการปราบปรามการค้ามนุษย์ในประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งต้องรอสหรัฐฯเผยแพร่คาดว่าเป็นคืนวันศุกร์ที่ 20 มิ.ย.ว่าไทยจะอยู่ที่อันดับใด อย่างไรก็ตาม ได้ยืนยันว่า คสช.ให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จากคดีที่มีอยู่ 400 คดี ได้ลงโทษผู้กระทำผิดไปแล้วกว่า 200 ราย แสดงให้เห็นว่าไทยดำเนินการอย่างจริงจัง

“นิพิฏฐ์” หนุนปฏิรูปให้พ้นรัฐประหาร

วันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเรื่อง “ปฏิวัติวัฒนธรรม (2)” ว่า ใครมีวิธีทำให้ประเทศมีความเป็นประชาธิปไตยที่มั่นคงอย่างไร คิดและทำไปเถอะ ตนฟันธงไปนานแล้วว่าต้องปฏิรูปวัฒนธรรมของคนในชาติให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมประชาธิปไตยเท่านั้น ประเทศไทยจึงจะไปรอดและปลอดจากการรัฐประหาร แต่พอพูดถึงวัฒนธรรม คนจะเมินหน้า นักการเมืองจะสนใจกระทรวงใหญ่ๆที่มีงบประมาณมากๆ แต่กระทรวงที่สร้างจิตวิญญาณที่ดีแก่ประชาชนกลับถูกเมิน เจอ รมต.วัฒนธรรมของจีนท่านพูดว่า ประเทศไทยดีทุกอย่างมีต้นทุนทางวัฒนธรรมสูง แต่เสียดายลงทุนด้านวัฒนธรรมน้อยไป สร้างรถไฟความเร็วสูงง่ายกว่าทำให้คนเลิกแย่งตั๋วหนังฟรี ขอเถอะ อย่าฉายหนังฟรีอีกเลย

โฆษก นปช.กระตุก คสช.อย่าหลงอำนาจ

ด้านนายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “การใช้ปืนจี้แล้วบอกว่านี่คือช่วงเวลาของความสงบสุขของประเทศ ผมว่ามันไม่ใช่ บอกตรงๆว่าหากคณะรัฐประหารเข้ามาเพื่ออำนาจที่ตัวเองต้องการ และทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม นั่นคือระเบิดเวลาที่พวกท่านวางไว้ ทุกคนเข้าใจและรักประเทศนี้ไม่แพ้กัน ต้องการให้บ้านเมืองสงบเดินหน้าสู่การพัฒนา แต่เมื่อมีความขัดแย้งจะด้วยเหตุอะไรก็แล้วแต่ ประเทศเดินหน้าไม่ได้ ทหารเลยเข้ามายึดอำนาจอ้างว่าเข้ามาจัดระเบียบ คนที่อยู่กลางๆบอกว่าดีอย่างน้อยบ้านเมืองไม่วุ่นวาย กปปส. และอาจจะมีคนใน ปชป.บอกว่าดี เผื่อบางทีพวกตนอาจเข้ามามีอำนาจในอนาคต ส่วนผมและทุกคนไม่เคยคิดว่ารัฐประหารแล้วจะทำให้ประเทศดีขึ้น เพราะต่างชาติทั่วโลกเขาไม่เอาด้วยเขาไม่คบค้าสมาคมด้วย จึงต้องท้วงติงไปถึงคณะที่เข้ามายึดอำนาจว่า อย่ามัวโอ้เอ้หลงอยู่ในอำนาจทำในเรื่องที่ตัวเองไม่ถนัด หากอยู่นานแทนที่จะเข้าไปแก้ปัญหาแต่กลับจะสร้างปัญหาเสียเองโดยไม่รู้ตัว และจะเป็นชนวนความขัดแย้งความแตกแยกที่จะตามมาในที่สุด ควรแก้ปัญหาใช้เวลาสั้นๆ แล้วคืนอำนาจให้ประชาชน อย่าคิดช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำในสิ่งที่ถูกต้อง ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย หยุดปิดกั้นเสรีภาพขั้นพื้นฐานได้แล้วจะนำพาไปสู่ความสงบได้”

ติดดาบ กอ.รมน.ร่วมปราบบุกรุกป่า

ต่อมาเวลา 16.40 น. คสช.มีคำสั่งฉบับที่ 66/2557 เรื่องให้ กอ.รมน.เป็นหน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบเพิ่มเติมสำหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้และนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้การดำเนินการและการประสานงานในการปราบปรามและหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ต่างๆเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขอให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องยึดถือนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน ป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเพิ่มเติมด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข็มงวดและเด็ดขาด แต่การดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกินที่ได้อาศัยในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่ จะต้องดำเนินการสอบสวนและพิสูจน์ทราบ เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ส่วนกรณีใดยังอยู่ในขั้นตอนกระบวนการยุติธรรม ให้ดำเนินการต่อจนกว่าจะสิ้นสุด ส่วนการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่สั่งสมมา ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณากำหนดมาตรการและวิธีดำเนินการอย่างเป็นระบบ เพื่อเสนอขออนุมัติจาก คสช.โดยด่วน

“บิ๊กตู่” นั่ง ปธ.กรอ.ลุยแก้เศรษฐกิจ

จากนั้นมีคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 67/2557 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพื่อให้พิจารณาและเสนอแนะแนวทางและมาตรการต่อ คสช.ในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน ของภาคเอกชนทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค รวมทั้งให้ภาคเอกชนร่วมกับภาครัฐในการเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญเติบโต หัวหน้า คสช.จึงแต่งตั้งคณะกรรมการ กรอ. ประกอบด้วย หัวหน้า คสช.เป็นประธาน มีรองหัวหน้า คสช. เป็นรองประธาน ปลัดกระทรวงต่างๆ เลขาธิการกฤษฎีกา ผอ.สำนักงบประมาณ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประธานสมาคมธนาคารไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เป็นกรรมการ มีเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นกรรมการและเลขานุการ รองเลขาธิการสภาพัฒน์ฯเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ โดยมีอำนาจหน้าที่ให้พิจารณาและเสนอแนะแนวทางและมาตรการต่อ คสช.ในการแก้ปัญหาและอุปสรรคทางเศรษฐกิจ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่หัวหน้า คสช.มอบหมาย

18 มิ.ย. 2557 07:54 ไทยรัฐ