วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สังคมเฟะ แม่เล้าจิ๋ว อายุ13-14 ล้อมคอก 'ซังฮี้'ผับ!

สังคมเฟะ แม่เล้าจิ๋ว อายุ13-14 ล้อมคอก 'ซังฮี้'ผับ!

โดย ทีมข่าวหน้า1
18 มิ.ย. 2557 07:30 น.
  • Share:

ตำรวจเต้นหลัง “ไทยรัฐ” เปิดภาพนักศึกษานั่งดื่มสุราโจ๋งครึ่มชนิดไม่แคร์สายตาประชาชนกลางสะพานซังฮี้ เตรียมระดมกำลังตรวจแหล่งมั่วสุม เช่นเดียวกับอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏย่านซังฮี้ อยู่ไม่ติดออกสำรวจตรวจสอบนักศึกษา ด้านปัญหาสังคมอีกแบบที่แสนอนาถใจ “แม่เล้าจิ๋ว” ชวนและหลอกเพื่อนขายบริการทางเพศ หาเงินซื้อข้าวของตามกระแสนิยม

ภายหลังจาก นสพ.ไทยรัฐ เสนอเรื่องราวนักศึกษาชายหญิง แต่งชุดนักเรียนนักศึกษาจับกลุ่มมั่วสุมดื่มสุราบนสะพานกรุงธน หรือสะพานซังฮี้ ถนนราชวิถี กรุงเทพฯ กีดขวางทางสัญจร ส่งเสียงดังโวยวาย ในช่วงดึกยังมีหนุ่มสาวในชุดเครื่องแบบนักศึกษามานั่งเกี้ยวพาราสี จีบกอดพลอดรักกันอย่างเปิดเผยนั้น

ผู้สื่อข่าวไปสำรวจบนสะพานซังฮี้อีกครั้ง เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. พบว่ายังมีนักศึกษารวมกลุ่มกันดื่มสุรา และมีหนุ่มสาวในชุดเครื่องแบบนักศึกษา มานั่งจีบกอดพลอดรักกันอยู่ริมสะพานทางเดินเหมือนเดิม ทั้งยังได้ไปสำรวจสะพานพระราม 8 พบมีเยาวชนรวมกันนั่งดื่มสุราเช่นกัน ส่วนสะพานพุทธ มีวัยรุ่นร่วมกันดื่มเหล้าเบียร์ โดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งในค่ำวันเดียวกัน นายรวีโรจน์ สิงห์ลำพอง หน.ฝ่ายประชาสัมพันธ์และอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ลงพื้นที่ตรวจสอบสะพานซังฮี้ เพื่อแนะนำตักเตือนนักศึกษารวมกลุ่มกันทำกิจกรรมไม่เหมาะสม

นายรวีโรจน์กล่าวว่า ใกล้สะพานกรุงธน มีสถานการศึกษาอยู่หลายแห่ง แต่ยอมรับว่ามีนักศึกษามานั่งดื่มเหล้า เบียร์ในชุดเครื่องแบบ จึงมาตรวจสอบให้คำแนะนำนักศึกษาเข้าไปทำกิจกรรมในสถาบันดีกว่า ต่อไปจะตั้งอาจารย์เวียนลงพื้นที่ทุกวัน หากพบนักศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา จะจดชื่อตักเตือนให้กลับบ้าน หากพบอีกครั้ง ต้องใช้มาตรการกฎระเบียบเบาไปหาหนัก และขอความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพ ออกกวาดขันถี่ขึ้น

ด้านนายอุดมวิทย์ วันกุภา หน.วินัยนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กล่าวว่า ตรวจสอบนักศึกษาทำกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมบนสะพานซังฮี้ทุกวัน เพื่อดูว่าเป็นนักศึกษาของราชภัฏสวนดุสิตหรือไม่ หากใช่ก็จะดำเนินตามขั้นตอนกฎระเบียบของสถาบัน และแจ้งไปยังอาจารย์ปรึกษาสาขาอื่นให้ดูแลนักศึกษาของคณะต่างๆ

ขณะที่ พ.ต.อ.ไกรเลิศ บัวแก้ว รอง ผบก.น.1 รับผิดชอบงานปราบปราม กล่าวว่า แหล่งมั่วสุมเยาวชนเป็นนโยบายเร่งด่วนที่ต้องปราบปราม รวมถึงนักศึกษานั่งดื่มสุราเป็นจุดเสี่ยงต้องแก้ไขเร่งด่วน คือ 1.สะพานพุทธ สะพานพระราม 8 สะพานซังฮี้ สะพานพระปิ่นเกล้า เพราะได้รับแจ้งจากประชาชนบ่อยมากที่สุด และนำไปสู่การกระทำผิดกฎหมายอย่างอื่น ได้เรียก ผกก.สน.ทุกแห่งที่รับผิดชอบสะพานต่างๆ มาประชุมรับนโยบายสกัดกั้นจุดเสี่ยงเหล่านี้เร่งด่วน และได้ตั้งชุดเคลื่อนที่เร็วเผชิญเหตุ 3 ชุด ชุดละ 20 นาย กระจายกำลังออกตรวจจับกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ไม่เพียงพอ อยากเตือนประชาชนว่าการนั่งดื่มสุราบนสะพาน ที่สาธารณะ สถานที่ราชการ ไม่ว่าเป็นนักเรียนนักศึกษา หรือประชาชนถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษจำคุก และปรับ ทั้งตัวผู้กระทำผิดเอง ผู้ขาย รวมถึงผู้ปกครองด้วย

วันเดียวกัน พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.บางโพ กล่าวถึงเรื่องที่มี นศ.มั่วสุมดื่มแอลกอฮอล์ บนสะพานกรุงธนบุรี ว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ขอเรียนว่าเป็นเรื่องที่ สน.บางโพ ที่รับผิดชอบบนสะพาน ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยให้ตำรวจจราจรที่สั่งให้มากวดขันไม่ให้รถบรรทุกข้ามสะพานช่วยดูแลไล่ไม่ให้นักเรียนและนักศึกษามามั่วสุมหรือดื่มสุราบนสะพานอยู่แล้ว โดยเฉพาะช่วงภารกิจพิเศษ ตำรวจจะห้ามหมดแม้แต่คนตกปลาหรือเดินข้ามยังไม่ได้ แต่สำหรับในภาพที่ปรากฏบน นสพ. คงเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่นักศึกษามีที่เรียนแถวเชิงสะพานฝั่งพระนคร จะเดินกลับหอพักฝั่งธนบุรี แวะดื่มคุยกัน สน.บางโพ ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยเป็นหูเป็นตาและส่งข้อมูลให้ ซึ่งจะได้ออกมาตรการป้องกันนักเรียนและนักศึกษามั่วสุมบนสะพาน โดยออกคำสั่งให้มีเวรตรวจสะพานทุกวัน 1 นาย เพื่อตรวจดูแลความเรียบร้อย เริ่มตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. ตั้งแต่ เวลา 17.00-24.00 น. เป็นต้นไป

ปัญหาอีกรูปแบบหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความเหลวแหลกทางสังคม เด็กหญิงวัยรุ่นตั้งตัวเป็นแม่เล้าจิ๋ว ถูกเปิดเผยในงานเสวนา “กลไกการคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว” จัดโดย พม.ร่วมกับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เมื่อวันเดียวกัน นางมณฑิรา ศิลปศร เชื้ออินทร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง กล่าวว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 ศาลเยาวชนและครอบครัวกลางได้จัดให้มีศูนย์ให้คำปรึกษา โดยมีนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักกฎหมาย รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษากับเยาวชนรวมถึงครอบครัวที่กระทำผิด ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งในการค้นหาต้นตอสาเหตุการกระทำผิดของเยาวชน และนำมาซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาที่ตรงจุด คดีที่พบมากสุดเป็นเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งเป็นผู้เสพ จำหน่ายและครอบครอง รองลงมาเป็นคดีลักทรัพย์ ความผิดเกี่ยวกับเพศ และทำร้ายร่างกาย ตามลำดับ วัยที่ก่อคดีมากสุดอยู่ในช่วงอายุ 12-15 ปี โดยเฉพาะนักเรียนระดับชั้น ม.2 จะก่อคดีมากที่สุด

นางมณฑิรากล่าวอีกว่า อีกปัญหาที่พบมากและน่าเป็นห่วงคือ แม่เล้าจิ๋วอายุเพียง 13-14 ปี เยาวชนเหล่านี้เห็นว่าการขายบริการทางเพศ เป็นช่องทางการหาเงินที่ได้เร็ว เมื่อตัวเองขายบริการแล้วก็ทำหน้าที่เป็นแม่เล้าด้วยการชักชวนเพื่อนเข้ามาร่วมขายบริการทั้งโดยสมัครใจและการหลอกเข้ามา ขณะที่ผู้ซื้อบริการซึ่งเป็นผู้ใหญ่ก็ชอบใช้บริการกับเด็กเยาวชน ราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 1,000-2,000 บาทต่อครั้ง คนที่ทำหน้าที่เป็นแม่เล้าจิ๋ว ก็จะหักค่าหัวคิวประมาณ 500 บาท หรือครึ่งหนึ่ง หรือแล้วแต่การตกลง เงินจากการขายบริการที่ได้ส่วนใหญ่ก็นำไปซื้อเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ฯลฯ เท่าที่ พบเด็กเหล่านี้ส่วนใหญ่มีฐานะปานกลาง เพียงแต่อยากได้วัตถุนิยมและมาจากโรงเรียนหลากหลาย แม้แต่โรงเรียนที่มีชื่อเสียงก็พบ คิดว่าในกรุงเทพฯ น่าจะมีปัญหาลักษณะนี้มากกว่าในต่างจังหวัด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้