วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล็อกเงียบ'วรเจตน์'

คุมตัวที่ราบ11รอ. กลุ่มต้านโพสต์! นัดกินแซนด์วิช

คสช.ตั้งสำนักงานคณะกรรมการปรองดอง แถมผุดคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปคืนความสุขให้คน ในชาติ มีอำนาจ รวบรวมข้อเสนอแนะทุกภาคส่วนชงสภาปฏิรูป สตช.กำชับพนักงานสอบสวนทั่วประเทศไล่เช็กบิลคดีหมิ่น สถาบัน ขึงขังใส่ใครบกพร่องเจอโทษทางวินัยแน่ บัวแก้วหาช่อง ก.ม.ส่งผู้ร้ายข้ามแดนประสานอังกฤษจับ “โรส” ทูตกัมพูชาย้ำปิดประตูฝ่ายต้านรัฐประหารห้ามใช้ดินแดนเขมรตั้งฐานเคลื่อนไหว กลุ่มต้านปฏิวัติขยับโพสต์เฟซบุ๊กนัดกินแซนด์วิช 22 มิ.ย. บริเวณลานน้ำพุพารากอนกลไกรัฐขานรับยุทธศาสตร์ของ คสช.เร่งเดินหน้าสร้างความปรองดองในชาติ ล่าสุด คสช.ผุดสำนักงานคณะกรรมการปรองดองและการปฏิรูป พร้อมตั้งคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ ทำหน้าที่รวบรวมแนวคิดจากทุกฝ่ายในประเทศไทย เพื่อเสนอให้สภาปฏิรูปที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้

ตั้งศูนย์ยุติธรรมนำร่อง จ.ชลบุรี

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมชลบุรี ชั้น 3 ศาลากลาง จ.ชลบุรี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อกำหนดแนวทางจัดตั้งศูนย์ยุติธรรมชุมนุมตำบลนำร่อง จ.ชลบุรี มีนายคมสัน เอกชัย ผวจ.ชลบุรี นายอำเภอทั้ง 11 อำเภอ หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระดับตำบลในพื้นที่ เข้าร่วม โดย ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ขอให้ข้าราชการเป็นตัวอย่างความสามัคคี ประเทศ ไทยจะได้สงบสุข มีแต่รอยยิ้ม หากไม่ช่วยกันทำในวันนี้ ต่อไปในอนาคตอาจจะเสียใจได้

มท.ใช้กลไกแรงงานช่วยสลายสี

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานการสร้างความปรองดองในระดับจังหวัดที่ได้ดำเนินการไปแล้ว โดยระยะต่อไปจะประเมินผลโครงการทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพว่า ได้ผลครอบคลุมทุกพื้นที่และมีผลตอบรับกลับมาอย่างไร ภายใน 1-2 วันจะหารือร่วมกับ ศปป. และกระทรวงแรงงาน เพื่อจัดนัดพบแรงงานในภาคต่างๆ เป็นช่องในการสร้างความปรองดองอีกทางหนึ่ง ส่วนภารกิจแก้ปัญหายาเสพติดที่กระทรวงได้รับมอบหมายจาก คสช. เรื่องนี้ได้แจ้งต่อที่ประชุมที่จะสร้างมาตรการและเข้าไปร่วมสร้างภูมิคุ้มกันระดับอำเภอและหมู่บ้าน

ผุดหน่วยงานป้อนข้อมูลสภาปฏิรูป

พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า กรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ภายใต้โครงสร้างกลุ่มงานสร้างความปรองดองและการปฏิรูป ขณะนี้ คสช.ได้เพิ่มสำนักงานคณะกรรมการปรองดองและการปฏิรูป กรรมการจะมาจากผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง มีสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ มีหน้าที่รวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาจัดทำแผนการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ และการปฏิรูปประเทศ นอกจากนี้ได้จัดตั้งคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ ขึ้นตรงกับสำนักงานคณะกรรมการปรองดองและปฏิรูป มีผู้แทนจากส่วนราชการ ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการเป็นคณะทำงาน ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลการปฏิรูปจากแนวความคิดของผู้ทรงคุณวุฒิ พรรคการเมือง นักวิชาการ สถาบันการศึกษาต่างๆ และประชาชน ตลอดจนจัดระดมความคิด รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการปฏิรูปจากทุกภาคส่วน เพื่อรวบรวมข้อมูลนำเสนอให้สภาปฏิรูปใช้ประกอบในการพิจารณา

คสช.สั่งรายงานตัวเพิ่ม 33 ราย

ในช่วงหัวค่ำ คสช. มีคำสั่งฉบับที่ 68/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติมที่หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 18 มิ.ย. เวลา 10.00-12.00 น. จำนวน 33 ราย ดังนี้ 1. นางสุวรรณา ตาลเหล็ก 2. นางพรพิมล ลุนดาพร 3. น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร 4. น.ส.อดาน้อย ห่อมารยาท 5. น.ส.กริชสุดา คุณะแสน 6. นายกวี วงศ์รัตนโสภณ 7. นายนพพร พรหมขัตแก้ว 8. นางอัมรา วัฒนกูล 9. นายพรส เฉลิมแสน 10. นายวิเชียรชนินทร์ สินธุไพร 11. น.ส.ภัทรจิต โชติกพณิช 12. นางพรรณราย เมาลานนท์ 13. นายพงษ์เทพ ไชยศล 14. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ 15. นายเกษมสันติ จำปาเลิศ 16. นายเทียนสวัสดิ์ เทียนเงิน 17. นางภัคจิรา ชุนฮะสี 18. นายนิทัช ศรีสุวรรณ 19. นายหาญสวัสดิ์ เบญจศรีพิทักษ์ 20. นายองอาจ ตันธนสิน 21. น.ส.รจเรข วัฒนพาณิชย์ 22. น.ส.นุ่มนวล ยัพราช 23. นายอุทัย ม่วงศรีเมืองดี 24. นายอานนท์ กลิ่นแก้ว 25. นายเจติศักดิ์ จันทร์ประดิษฐ์ 26. นายศรายุทธ สังวาลย์ทอง 27. นายธงชัย สุวรรณวิหค 28. นายดนัย ทิพย์ยาน 29. นายวิษณุ เกตุสุริยา 30. นายสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู 31. นายสุขเสก พลตื้อ 32. นายสุวิทย์ เม็นไธสง 33. นายวิระศักดิ์ โตวังจร

แจงขั้นตอนปรับจูนหัวใจไม่เกิน 7 วัน

คำสั่งดังกล่าวยังระบุอีกว่า กรณีการเชิญตัวบุคคลให้เข้ามารายงานตัว คสช.ก่อนหน้านี้ คสช. ขอเรียนชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าการเชิญตัวดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะใช้เวลาดูแลและทำความเข้าใจเท่าที่จำเป็นไม่เกิน 7 วัน ทั้งนี้ ผู้ที่มีรายชื่อในคำสั่งให้มารายงานตัวของ คสช.เกือบทั้งหมด ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีและสามารถเดินทางกลับได้ภายในวันที่รายงานตัว

กัมพูชาปิดประตูใช้เป็นฐานต้าน ปว.

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวภายหลังเชิญนางอีท โซเฟีย เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เข้าพบเพื่อหารือถึงปัญหาแรงงานกัมพูชาตื่นตระหนกเดินทางกลับประเทศ ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่านายจักรภพ เพ็ญแข แนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดง และแกนนำกลุ่มต้านรัฐประหาร อาศัยอยู่ในกัมพูชาว่า เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทยยืนยันว่า นายจักรภพไม่ได้อยู่ในกัมพูชา พร้อมยืนยันว่ากัมพูชายึดหลักการจะไม่ให้ใครใช้ดินแดนของประเทศกัมพูชากระทำสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศเพื่อนบ้าน เป็นตามหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

บัวแก้วหาช่องทางจับ “โรส”

นายสีหศักดิ์กล่าวถึงกรณีที่ ตร.ขอศาลอนุมัติการออกหมายจับ น.ส.ฉัตรวดี อมรพัฒน์ หรือโรส ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน ขณะที่ น.ส.ฉัตรวดีอาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษ และถือสัญชาติอังกฤษด้วยว่า กระทรวงต้องประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีช่องทางอย่างไร เช่น เรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของสองประเทศ

“สุเทพ” รายงานตัวดีเอสไอคดีกบฏ

ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้มีแกนนำ กปปส. นำโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นาย พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายชุมพล จุลใส นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก นายถาวร เสนเนียม น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร และแกนนำ คปท. ประกอบด้วย นายสุริยะใส กตะศิลา นายสมศักดิ์ โกศัยสุข พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ นายนิติธร ล้ำเหลือ เข้ารายงานตัวตามกำหนดนัดหมายหลังได้รับประกันตัวชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ ต่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษดีเอสไอ ในข้อหากบฏและข้อหาอื่นๆอีกหลายข้อหา โดยนายสุเทพและแกนนำ กปปส.คนอื่นๆใช้เวลาเซ็นเอกสารรับทราบข้อกล่าวหาประมาณ 20 นาที ก่อนเดินทางกลับ

ขณะที่ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร. ปฏิบัติหน้าที่อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า กรณีนายสุเทพและแกนนำ กปปส. ขออนุญาตเลื่อนส่งฟ้องอัยการ ได้ให้คณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอเป็นผู้พิจารณา แต่คาดว่าน่าจะอนุญาต เพราะมารายงานตัวตามนัดหมาย ไม่มีพฤติกรรมหลบหนีและออกนอกประเทศ

สตช.ไล่บี้คดีหมิ่นสถาบัน

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า มีคำสั่ง ตร.ที่ 122/2553 ให้ ผบก.และหัวหน้าสถานีตำรวจ พนักงานสอบสวนทั่วประเทศ เร่งรัดสืบสวนสอบสวนคดีความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรม เดชานุภาพ คดีที่พนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษไว้และอยู่ระหว่างการสอบสวน ให้เร่งรัดสอบสวนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว คดีที่สอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังเรียกหรือจับตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ ให้เร่งรัดสืบสวนจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีคำสั่งมอบหมายเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบการสืบสวนอย่างชัดเจน คดีที่ยังเป็นที่สงสัยว่าพฤติการณ์กระทำเข้าข่ายเป็นความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เช่น การโพสต์ การส่ง การแชร์ข้อความในโซเชียลมีเดีย การแสดงละครหรือภาพยนตร์ และกรณีอื่นๆ ให้เร่งการสืบสวนให้ปรากฏชัดว่า เข้าข่ายเป็นความผิดหรือไม่ หากเข้าข่ายเป็นความผิดให้จัดให้มีคำร้องทุกข์หรือคำกล่าวโทษตามระเบียบโดยเร็ว และให้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นถึง ผบ.ตร. หากพบข้อบกพร่องจะพิจารณาดำเนินการทางวินัยกับผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที

กลุ่มต้านนัดกินแซนด์วิช 22 มิ.ย.

สำหรับความเคลื่อนไหวกลุ่มค้านรัฐประหารในโลกไซเบอร์ ล่าสุดเฟซบุ๊กเพจกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า ศูนย์นิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความนัดหมายออกเผยแพร่ในโลกไซเบอร์ ชักชวน กลุ่มแนวร่วมต้านรัฐประหารรวมตัวอีกครั้ง โดยใช้ภาษาวัยรุ่นว่า กิจกรรม “ไม่มีอะไรมว้าก แค่อยากกินแซนด์วิช” ณ ลานน้ำพุพารากอน ในวันอาทิตย์ ที่ 22 มิ.ย. ตั้งแต่เวลา 16.30 เป็นต้นไป โดยกลุ่มเห็นต่างกับ คสช.ยังทิ้งท้ายด้วยว่า “ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมเตรียมแซนด์วิชมาด้วยนะครับ แล้วเราจะมากินแซนด์วิชกันให้ *เอร็ดอร่อย* ครับ” ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวฝ่ายข่าวกรองทั้งทหารตำรวจได้นำไปวิเคราะห์และรายงานเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อหาแนวทางสกัดกั้นแล้ว

ตร.ตม.2 ล็อกเงียบ “วรเจตน์”

เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. มีรายงานว่า ตร.บก.ตม.2 ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานกรุงเทพ สามารถควบคุมนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ หัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการกลุ่มนิติราษฎร์ ขณะเดินทางกลับจากฮ่องกง โดยสายการบินแอร์เอเชีย เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. ก่อนส่งตัวให้ทหารนำไปควบคุมตัวที่ ร.11รอ. ตามกฎ อัยการศึก หลังฝ่าฝืนคำสั่งให้ไปรายงานตัวของ คสช. เบื้องต้นทหารเตรียมคุมตัวส่งให้ พงส.บก.ป.ดำเนินการในเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มิ.ย.

18 มิ.ย. 2557 07:45