วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทูตช่วยเบรก เขมรแห่กลับ

แนะให้แรงงานเถื่อน ขนทะเบียนเข้าระบบ

คสช.ออกประกาศเร่งด่วนแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว-ค้ามนุษย์ หวังสยบข่าวลือเขมรตื่นมาตรการกวาดล้างแห่กลับประเทศจนกระทบธุรกิจหลายภาคส่วน สั่งนายจ้างทำตามกฎหมาย คาดโทษเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยวผลประโยชน์เจอทั้งอาญา-วินัย ด้านเอกอัครราชทูตกัมพูชาเข้าหารือปลัดบัวแก้ว ขอเคลียร์ข่าว ย้ำแค่นโยบายจัดระเบียบแรงงานเถื่อนให้ถูกต้อง ส่วนทหารร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงพ่อค้าแม่ค้าเขมรตลาดโรงเกลือยันไม่มีการปราบปราม ขณะที่ชาวกัมพูชายังผวามุ่งหน้ากลับภูมิลำเนาจนแน่นด่านชายแดน

ยังคงเป็นประเด็นที่น่าสนใจกรณีชาวเขมรที่ทำงานในประเทศไทยตื่นข่าวลือคำสั่ง คสช.กวาด ล้างแรงงานต่างด้าวแห่เดินทางกลับกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบโดยตรง ล่าสุด เมื่อคืนวันที่ 16 มิ.ย. ยังคงมีชาวกัมพูชาเกือบ 1,000 คน เดินทางด้วยขบวนรถไฟสายกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ มาลงที่สถานีรถไฟอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อรอเดินทางข้ามไปชายแดนกัมพูชาในตอนเช้าวันที่ 17 มิ.ย. ขณะเดียวกัน ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังผาเมือง (ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้พ่อค้าแม่ค้าและชาวกัมพูชากว่า 10,000 คน ที่เข้ามาค้าขายและซื้อสินค้าในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ ถึงข่าวลือดังกล่าว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าข่าวลือที่เกิดขึ้นไม่เป็นความจริง อีกทั้งนโยบายของ คสช. ไม่ได้สั่งให้ทำการ กวาดล้างหรือปราบปรามแรงงานต่างด้าวแต่อย่างใด แรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยยังสามารถทำงานในสถานประกอบการได้ตามปกติ เจ้าหน้าที่จะเข้าไปจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวเพื่อให้แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมายสามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมายเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบของนายจ้างและการค้ามนุษย์ อีกทั้งเพื่อเป็นการดูแลด้านหลักประกันสุขภาพของแรงงานต่างด้าวด้วย จึงขอให้แรงงานชาวกัมพูชาอย่าได้ตื่นตระหนกและหลงเชื่อข่าวลือ

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำแรงงานกัมพูชาเกือบ 100 คน ที่เดินทางจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา มาทำข้อตกลงร่วมกันหรือเอ็มโอยูกับตัวแทนบริษัท GMTP จ.สมุทรปราการ และบริษัทไทยรับเบอร์ลาเท็กซ์ กรุ๊ป จำกัด จ.สงขลา ที่เดินทางมารับแรงงานชาวเขมรไปทำงานบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดย ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา เปิดเผยว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีแต่แรงงานชาวเขมรแห่กลับกัมพูชาตกวันละ 10,000 คน วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มมีแรงงานชาวกัมพูชาตามข้อตกลงเอ็มโอยูเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย ถือว่าเป็นแรงงานที่ถูก กฎหมายชุดแรกหลังเกิดข่าวลือ คาดว่าหลังจาก คสช. ชี้แจงประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงมาตรการซึ่งเป็นการช่วยเหลือให้แรงงานต่างด้าวสามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมายไปแล้วจะทำให้บรรยากาศการอพยพของแรงงานชาวกัมพูชาลดลงและกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากขึ้น

ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ประตูผ่านแดนเข้าชุมชนโอเสม็ด ประเทศกัมพูชา ยังคงมีแรงงานเขมรเดินทางกลับอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยวันละ 500-800 คน ขณะที่บรรยากาศในช่วงเช้าภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั้งฝั่งไทยและกัมพูชาเปิดประตูผ่านแดน ปรากฏว่าพ่อค้าแม่ค้าและชาวเขมรพากันข้ามมาหาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในฝั่งไทย ท่ามกลางการคุมเข้มของด่าน ตม. และทหารกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 หลังซื้อเสร็จชาวเขมรก็จะกลับข้ามฝั่งทันที ตรงกันข้ามกันกับนักพนันชาวไทยที่เดินทางมากับรถตู้และรถทัวร์ขนาดใหญ่ พากันเข้าไปเสี่ยงโชคในบ่อนกาสิโนฝั่ง กัมพูชาไม่ขาดสาย

ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 2 เปิดเผยถึงสถานการณ์แรงงานกัมพูชากลับประเทศบริเวณด่านในภาคอีสาน โดยเฉพาะ จ.สุรินทร์ ว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมามีชาวกัมพูชาเดินทางออกทางช่องจอม จ.สุรินทร์ กว่า 650 คน ส่วนตัวเลขรวมที่เดินทางออกไปแล้วกว่า 6,400 คน ส่วนหนึ่งหมดสัญญาการว่าจ้าง อีกทั้งเป็นช่วงเข้าฤดูฝนจึงกลับไปบ้านรอจนกว่าจะมีการติดต่อหาแรงงานใหม่ และทราบว่าหน่วยทหารภูมิภาค 4 ของกัมพูชาก็ได้ดำเนินการตามที่ คสช.ประสานเรื่องทำความเข้าใจว่า คสช.ไม่มีนโยบายในเรื่องการกดดันหรือกวาดล้างแรงงานต่างด้าว

ที่ จ.ปัตตานี นายภูเบศ จันทนิมิ นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังแรงงานต่างด้าวกัมพูชาทั่วประเทศทยอยกลับประเทศ ล่าสุดมียอดกว่า 160,000 คนแล้ว และยังมีทีท่าจะเพิ่มขึ้นอีก เกิดผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจด้านการประมง เรือประมงทั่วประเทศที่ใช้แรงงานต่างด้าวถึง 99% ต้องหยุดออกหาปลากว่า 15% หากปล่อยไว้เชื่อว่าธุรกิจการประมงต้องหยุดชะงัก ทางออกที่ภาครัฐต้องเร่งแก้ปัญหาเร่งด่วนก็คือผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมไปถึงผู้ประกอบการเรือประมงและธุรกิจอื่นที่ต้องใช้แรงงานต่างด้าวมาหารือทำความเข้าใจ ทำประวัติ จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวนายจ้างลูกจ้างให้ถูกต้อง อีกทั้งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แรงงานต่างด้าวว่าเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องไม่ต้องกังวลปัญหาจะถูกจับกุมหรือผลักดันออกนอกประเทศ ส่วนเรือประมงใน จ.ปัตตานี ขณะนี้ผู้ประกอบการเริ่มได้รับผลกระทบเพราะแรงงานต่างด้าวกัมพูชากว่า 500 คนกลับประเทศไปแล้ว ทำให้เรือประมงต้องจอดเทียบท่าไม่สามารถออกหาปลาได้ หากปล่อยไว้เชื่อว่าสินค้าพวกสัตว์น้ำทะเลจะขาดและราคาสัตว์แพงขึ้น

ที่กระทรวงการต่างประเทศ เวลา 11.00 น.นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญนางอีท โซเฟีย เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย เข้าพบเพื่อหารือถึงปัญหาแรงงานกัมพูชาตื่นตระหนกเดินทางกลับประเทศ หลังมีข่าวลือว่าทางการไทยมีมาตรการกวาดล้าง โดยนายสีหศักดิ์แถลงว่า ได้ย้ำว่า คสช.ให้ความสำคัญด้านนโยบายที่มีต่อประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะกัมพูชา ตนยืนยันว่ากระแสข่าวเรื่องการกวาดล้างและจับกุมแรงงานต่างด้าวเป็นเพียงข่าวลือ ไม่ทราบที่มาของข่าว อยากให้ทั้งไทยและกัมพูชาร่วมกันสื่อสารว่าไม่เป็นความจริง ความจริงประเทศไทยต้องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้เข้าสู่ระบบถูกต้องตามกฎหมายเพื่อไม่ให้แรงงานถูกเอารัดเอาเปรียบหรือเข้าไปอยู่ในขบวนการค้ามนุษย์ รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง 2 ประเทศ เรื่องการจ้างแรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายไทย เพื่อให้แรงงานได้รับสิทธิประโยชน์และการคุ้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกับแรงงานไทย ทั้ง 2 ประเทศจะติดต่อกันโดยตรงอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดหรือกระบวนการปล่อยข่าวลือ หลังจากที่หลายฝ่ายได้ชี้แจงข้อเท็จจริง แรงงานที่เดินทางออกจากไทยเริ่มมีจำนวนลดลงแล้ว

ด้านนางอีท โซเฟีย เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการปล่อยข่าวลือ สิ่งที่ไทยและกัมพูชาต้องการคือให้แรงงานที่เข้ามาในไทยอย่างผิดกฎหมายเข้าสู่ระบบตามกฎหมายไทย เป็นไปตามทำบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ระหว่าง 2 ประเทศ ซึ่งโฆษกรัฐบาลกัมพูชา และโฆษกกระทรวงต่างประเทศของกัมพูชา คงจะชี้แจงให้ชาวกัมพูชาทราบต่อไป นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายได้เปิดสายด่วนติดตามสื่อสารระหว่างกันโดยตรง ดังนั้นขอให้แรงงานชาวกัมพูชาที่ทำงานในไทยอย่างถูกกฎหมายอย่าตื่นตระหนกหรือกังวล ส่วนคนที่เข้ามาแบบผิดกฎหมายขอให้เข้าสู่ระบบและทำให้ถูกกฎหมาย

เมื่อเวลา 13.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีประกาศ คสช.ฉบับที่ 68/2557 เรื่องมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวระยะที่ 1 เป็นการชั่วคราว ตามที่ปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ได้ทวีความรุนแรงและยืดเยื้อมาเป็นเวลานาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างจริงจัง มีประสิทธิภาพและมีการบูรณาการเคารพต่อหลักการสากลด้านสิทธิมนุษยชน คสช.จึงมีประกาศดังนี้ 1.ให้ผู้ประกอบการ นายจ้างที่ใช้แรงงานต่างด้าว ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อให้แรงงานต่างด้าวได้รับการคุ้มครองในการทำงานและไม่ถูกบังคับใช้แรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบการ นายจ้าง ในอุตสาหกรรมประมงและกิจการต่อเนื่อง โดยในช่วงนี้ คสช.มีมาตรการผ่อนผันให้ผู้ประกอบการ นายจ้าง จัดทำบัญชีแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในความดูแลให้ครบถ้วน เพื่อให้ง่ายต่อการจัดระเบียบในห้วงต่อไป

ประกาศ คสช.ยังระบุอีกว่า 2.ให้ผู้ประกอบ-การ นายจ้าง แรงงานต่างด้าวที่อยู่อาศัยในประเทศไทย ให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามแนวทางที่ทางราชการกำหนด เพื่อทางการไทยสามารถให้การคุ้มครอง ดูแลตามหลักสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรม 3.ให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง มีประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามผู้กระทำผิดด้านการค้ามนุษย์ และขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 4.เจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดปล่อยปละละเลย หรือเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการค้ามนุษย์ กลุ่มแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย แรงงานเด็ก สตรี และการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย จะต้องถูกดำเนินการทางวินัยและทางอาญาทันที 5.ให้การดำเนินการข้างต้นสอดคล้องกับความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมโลก ตลอดจนมาตรฐานสากลด้านสิทธิแรงงานและหลักการมนุษยธรรม เพื่อความเป็นธรรม เสมอภาค และมีมนุษยธรรม 6.ให้คณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว ติดตามผลการดำเนินงานตาม ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 และให้รายงานผลให้ คสช.ทราบอย่างต่อเนื่อง

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีแรงงานประเทศกัมพูชาแตกตื่นเดินทางกลับประเทศว่า ปัญหาแรงงานต่างด้าวส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดกฎหมายรองรับในการเดินทางเข้ามาทำงานของแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่ผ่านมาการอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาทำงานเป็นเพียงการอนุโลมให้ใช้กฎระเบียบ มติ ครม. เพื่อเก็บค่าธรรมเนียมและให้ทำงานในประเทศไทย ดังนั้นขอเสนอ คสช. แก้ไขกฎหมายแรงงานต่างด้าว เพียงเพิ่มมาตราเดียวในประเด็นที่เกี่ยวกับการเสียค่า ธรรมเนียมของแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทย เพื่อให้เป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากมีปัญหาจะไม่เกิดการแตกตื่นเดินทางกลับกันอีกและสามารถจัดเก็บรายได้เข้ารัฐได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้ในสมัยเป็น รมว.แรงงานเตรียมเสนอกฎหมายฉบับนี้แล้ว แต่เกิดการรัฐประหารปี 49 เสียก่อน

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ บช.น. พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช รอง ผบช.น. หัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามจับกุม และดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย (ปรต.น.) ประชุมร่วมกับรอง ผบก.น.1-9 บก.สส.บช.น. กก.ดส. เพื่อรับทราบนโยบายตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 67 เรื่องมาตรการชั่วคราวในการดำเนินการต่อแรงงานต่างด้าว พล.ต.ต.วรัญวัสกล่าวว่า สั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัด บช.น.ได้แก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ชี้แจงนโยบายตามคำสั่ง คสช. และกรณีข่าวลือการจับกุมกวาดล้างแรงงานต่างด้าว ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ยืนยันว่า บช.น.ไม่ได้มีนโยบายบังคับใช้กฎหมายหรือจับกุมแรงงานต่างด้าว ตำรวจมีแนวทางที่จะผ่อนปรนด้านการบังคับใช้กฎหมายมาโดยตลอด เชื่อว่าหากปรับความเข้าใจที่ถูกต้องกลุ่มแรงงานต่างด้าวก็พร้อมจะกลับเข้ามาทำงานได้ทันที

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ว่าแรงงานชาวกัมพูชาแห่กลับบ้านหลังมีข่าวลือจะถูกทางการไทยกวาดล้างแล้วเกือบ 180,000 คน โดยนายกอร์ สัม สารวต ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตีย–เมียนเจย ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา แถลงว่า ในรอบกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมากระทั่งถึงเช้าวันเดียวกันนี้ มีคนงานชาวกัมพูชาอพยพจากไทยเข้ามาทางด่านปอยเปตแล้ว 157,000 คน ด้านนายตำรวจระดับสูงคนหนึ่งของกัมพูชาเผยด้วยว่า มีชาวกัมพูชาอพยพจากไทยเข้ามาที่ด่านโอเสม็ดซึ่งอยู่ห่างด่านปอยเปต ทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 250 กม. อีกประมาณ 20,000 คนด้วย และแม้ทางการไทยจะปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวแล้ว แต่แรงงานชาวกัมพูชายังระบุว่าที่หนีออกจากไทยเพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย อย่างเช่นคนงานหญิงชาวกัมพูชาชื่อว่าบุน วาสนา อายุ 32 ปี คนงานก่อสร้างและอาหารทะเล จ.ชลบุรี เผยว่า คนงานกัมพูชาในละแวกเดียวกับตนพากันกลับบ้านหมด เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย กลัวจะถูกจับขังคุก หรือแม้แต่ถูกฆ่า

ที่กองบัญชาการกองทัพอากาศ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่แรงงานต่างด้าวทยอยเดินทางออกประเทศภายหลังจาก คสช. มีมาตรการจัดระเบียบว่า เกิดจาก 2 กรณี คือ 1.เรื่องแรงงานต่างด้าวหน่วยงานด้านความมั่นคงมีความเป็นห่วงกรณีที่มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศโดยไม่ถูกกฎหมายและระเบียบ จึงมีความพยายามที่จัดระเบียบเพื่อให้เกิดความถูกต้อง และ 2.เรื่องความต้องการแรงงานทางด้านอุตสาหกรรมและภาคเกษตรมีความต้องการแรงงานเป็นจำนวนมาก มองว่าหากมีความเข้าใจสถานการณ์แล้วแรงงานต่างด้าวเหล่านั้นจะทยอยเดินทางกลับเข้ามาเหมือนเดิม

“เชื่อว่าแรงงานต่างด้าวจะเข้าใจว่า คสช.ต้องการจัดระเบียบและต้องการให้แรงงานกลับเข้ามาทำงานในระบบเช่นเดิม ทั้งนี้ แรงงานที่ทยอยกลับมีจำนวนตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน แต่ตัวเลขก็มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา และเรากำลังติดตามสถานการณ์อยู่ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนของผู้ประกอบการทำให้แรงงานต่างด้าวตกใจและเดินทางกลับออกนอกประเทศ” พล.อ.อ.ประจินกล่าวและว่า ส่วนจะมีการขยายอาชีพให้กับแรงงานต่างด้าวจากเดิมที่มีอยู่ไม่กี่อาชีพนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในฐานะรองหัวหน้า คสช. รับผิดชอบดูแลงานเรื่องแรงงานต่างด้าว เตรียมประชุมเพื่อหาข้อมูลมาเสนอหัวหน้า คสช. ซึ่งจะมี 3 ช่วงเวลาที่จะได้นำเสนอต่อไป

18 มิ.ย. 2557 07:33 18 มิ.ย. 2557 07:33 ไทยรัฐ