วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้เป้า คสช.ล้วงไส้ 3 โครงการยักษ์

นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า องค์กรฯเตรียมเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตรวจสอบโครงการเมกะโปรเจกต์เพิ่มอีก 3 โครงการ จากที่ขณะนี้ คสช.อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 8 โครงการ โดยทั้ง 3 โครงการ ได้แก่ การจัดซื้อ ฝูงบินใหม่ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 38 ลำ มูลค่ากว่า 240,000 ล้านบาท, โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 800 เมกะวัตต์ เพื่อติดตั้งแก่ 800 ชุมชน มูลค่า 40,000 ล้านบาท และการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 การขยายสนามบินดอนเมือง และภูเก็ต ทั้งนี้ การตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่ของ คสช. จะทำให้ประเทศปราศจากการคอร์รัปชันได้ แต่ต้องเอาจริงเอาจังในระยะยาว มีแผนในการตรวจสอบอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ต้องการให้ คสช.พิจารณากำหนดข้อห้ามบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมของประเทศ เช่น อัยการ มาดำรงในตำแหน่งคณะกรรมการ (บอร์ด) รัฐวิสาหกิจ เพราะมีหลายฝ่ายกังวลว่าอาจไม่มีความเป็นกลางกับคู่แข่งทางธุรกิจ หรือคู่สัญญา หากในกรณีที่มีการฟ้องร้อง หรือเหตุการณ์ต่างๆที่จะต้องเกี่ยวกับกระบวนยุติธรรม นอกจากนี้ การแก้ไขปัญหาการทำงานของรัฐวิสาหกิจจะต้องแก้ไขทั้งระบบอย่างจริงจัง ด้วยการปรับเปลี่ยนกติกา ซึ่งการเข้ามาเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจไม่ควรถูกแทรกแซงจากการเมืองโดยเด็ดขาด และการคัดเลือกบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่ง ต้องมีความรู้ความสามารถในการบริหารองค์กรได้อย่างแท้จริง

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฏ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวอยากเห็นการลด ละ เลิกโครงการประชานิยมอย่างชัดเจน เพราะที่ผ่านมาทำให้เกิดปัญหาหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น หรือมีการนำเงินล่วงหน้ามาใช้ เช่น โครงการรถยนต์คันแรก เป็นต้น ทำให้การบริโภคในประเทศช่วงนี้ลดลง

“การเมืองที่สงบทำให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นอาจจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้น ซึ่งนโยบายการบริหารประเทศของ คสช.เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้วต้องให้กำลังใจในการทำงาน”.