วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล้างเชื้อไม่ให้กำเริบ

หนังสือพิมพ์พาดหัวไม้เป็นเรื่องผลการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิล ข่าวทีวีก็มีแต่ภาพไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอล สภากาแฟก็คุยกันแต่เรื่องฟุตบอล

บรรยากาศแห่งการคืนความสุขยังอบอวล กระแสการเมืองซาลงไปชั่วขณะ

โดยจังหวะไม่เคร่งเครียดกดดัน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เลยมีเวลาเดินหน้าเก็บตกงานปลีกย่อย จัดสรรงานเฉพาะกิจถูกใจชาวประชา

ลงลึกในรายละเอียดกันถึงตรอกซอกซอย

ประเภทเดินหน้าจัดระเบียบรถตู้ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ที่ทหารจ่อเรียกผู้มีอิทธิพลทั้งนักการเมือง ทหาร ตำรวจ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรียกรับผลประโยชน์มากำราบ พร้อมสั่งกรมการขนส่งทางบกกำหนดอัตราราคาที่เหมาะสมเป็นธรรม

ตามรูปการณ์นั่นก็ทำให้ถนนทุกสายวิ่งเข้าหา คสช.

อย่างที่กลุ่มผู้ค้าตลาดนัดจตุจักรเข้าร้องเรียน “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. หัวหน้า คสช. เพื่อขอความเป็นธรรมจากความเดือดร้อนเรื่องค่าเช่าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ขอให้ คสช.มีคำสั่งให้ รฟท.หยุดบริหารส่งมอบให้ กทม.เข้ามาคุมตลาดนัดจตุจักรแทน

แม้แต่ปมปัญหาขัดแย้งกันเรื่องย้ายที่ว่าการอำเภอแห่งใหม่ ชาวบ้านอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก็ยังบุกมาร้องให้หัวหน้า คสช.ช่วยจัดการยับยั้งให้

สารพัด “มโนสาเร่” คิดอะไรไม่ออกบอก คสช.ไว้ก่อน

แต่แน่นอน ภารกิจหลักตามโจทย์ของ คสช.ก็ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ตามท้องเรื่องที่คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ที่พลเอกประยุทธ์มอบหมายได้สั่งเบรก 8 โครงการที่มูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท

ซึ่งค้างมาจากรัฐบาลก่อน

รื้อหมดโครงการจัดซื้อหัวรถจักร แจกแท็บเล็ต โปรเจกต์ขยายสนามบิน ฯลฯ

ต้องผ่านการ “สแกนความโปร่งใส” ก่อน

และก็เป็นอะไรที่เป็นยุทธศาสตร์ต่อเนื่องกัน ตามปฏิทินที่ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันผ่านโทรทัศน์ในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” จะมีรัฐบาลในเดือนกันยายน

ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปจะมีคณะรัฐมนตรีเข้ามาบริหารประเทศ

ทอดระยะออกไปอีก 3 เดือน โดยเงื่อนเวลาก็พอดิบพอดีกับห้วงฤดูเกษียณอายุราชการ การปรับโยกย้ายใหญ่ทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน ผู้บริหารหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ

ตามรูปการณ์ คสช.คงรอจังหวะ “จัดแถว” กันใหม่ตามฤดูกาล

ไม่รีบหักดิบล้างบางให้เกิดแรงกระเพื่อม แต่ตามเหลี่ยมเกมอำนาจที่เข้าใจได้ถึงความจำเป็น เพื่อความราบรื่นในการบริหารงาน ขั้วอำนาจปัจจุบันต้องล้างเครือข่ายอำนาจเก่าอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

เคลียร์คนของระบอบทักษิณที่แฝงตัวอยู่ในทุกอณู

ส่วนพวกที่รู้ตัวค่อยๆถอยไปเองตามมารยาท แบบคิวของนายปานปรีย์ พหิทธานุกร ที่ลาออกจากเก้าอี้ประธานบอร์ดบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ตามด้วยนายวรวิทย์ จำปีรัตน์ ร่อนใบลา ทิ้งเก้าอี้ประธานบอร์ดธนาคารกรุงไทย ก่อนหน้านี้ก็เป็นคิวของ น.ต.ศิธา ทิวารี ที่ไขก๊อกจากตำแหน่งประธานบอร์ด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.

และก็คงจะมีคิวต่อเนื่องกันไปในบรรดารัฐวิสาหกิจทั้งเกรดเอ เกรดบี เพราะต่างรู้ทิศทางลมกันดี กับเป้าหมายของ คสช.ที่ลุยทุบหม้อข้าว รื้อผลประโยชน์ที่อู้ฟู่

หมดเวลากินดีอยู่ดี ผลาญภาษีของประชาชนกันอย่างเมามัน

ไม่ใช่แค่ประธานบอร์ด กรรมการบอร์ดรัฐวิสาหกิจเท่านั้น บรรดาผู้บริหารหน่วยงานสำคัญๆของรัฐที่ได้รับการโปรโมตมาในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย

ตามออปชั่นคนของฝ่ายการเมืองที่ส่งเข้ามาตามล่า “ขุมทรัพย์”

ก็น่าจะอยู่ในข่ายต้องจัดระเบียบกันใหม่หมด

คสช.ต้องปลดล็อก ป้องกันเชื้อเก่ากำเริบ.

ทีมข่าวการเมือง

18 มิ.ย. 2557 02:00 18 มิ.ย. 2557 02:02 ไทยรัฐ