วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เดินไปข้างหน้าอย่าให้ซ้ำรอยเดิม

โดย สายล่อฟ้า

หลัง 22 มิ.ย.57 เป็นต้นไป หลังจากที่ คสช. เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ อย่างหนึ่งที่เห็นชัดเจนก็คือความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ประชาชนต่างก็มีความสุขหายจากความเครียดจากปัญหาความขัดแย้งที่ผ่านมา

อาการต่างๆที่ปรากฏขึ้นมานั้นย่อมทำให้ คสช. ลดความวิตกไปได้หลายเปราะ จึงพยายามที่จะมุ่งเน้นไปที่ปัญหาต่างๆอย่างรวดเร็วทันใจจนสร้างความพึงพอใจมากยิ่งขึ้น

คือสามารถที่จะเจาะเข้าไปในจุดที่รับรู้กันดีว่านั่นคือ “ต้นเหตุ”

พร้อมๆกันนั้นก็พยายามสร้างแนวทางการปรองดองด้วยวิธีการแบบไทยๆ คือจัดคู่ความขัดแย้งให้มาพูดคุยกัน จับมือกันด้วยการสร้างบรรยากาศบนความสุขสนุกสนาน แม้จะถูกมองว่านั่นยังไม่สามารถเข้าถึงความปรองดองที่เป็นจริงได้

แต่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นก็เลยมีคำถามว่าจากนี้ไป คสช. จะมีวิธีการอย่างไรต่อไปเพื่อให้ไปถึงความปรองดองที่เป็นจริงได้

นี่คือสิ่งที่ทุกคนอยากเห็นอยากให้เป็นจริง

อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่าปัญหาของบ้านเมืองที่เกิดความเสื่อมโทรมมาอย่างยาวนาน หรือพูดได้ว่าแทบจะทุกเรื่อง จึงไม่แปลกที่จะมีเสียงเรียกร้องให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ จึงสร้างแรงกดดันต่อ คสช. มากพอสมควร

แต่นั่นคงเป็นเรื่องปกติไม่ต่างจากหม้อน้ำที่เดือดพอเปิดฝาออกมาควันย่อมพวยพุ่งเบียดแทรกออกมาอย่างต่อเนื่อง

ก็ต้องตั้งรับแยกแยะให้ดีก็แล้วกัน เพราะความต้องการนั้นอาจเป็นเหตุเป็นผล ขณะเดียวกันก็อาจจะมีแอบแฝงซ่อนเร้นเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มและพวกพ้องด้วย

ที่กำลังมีการจับตากันในเวลานี้ก็คือกลุ่มบุคคลที่หวังประโยชน์ หวังตำแหน่ง หวังเข้าไปมีส่วนในอำนาจ ได้มีความเคลื่อนไหวให้ปรากฏบ้างแล้วเพียงแต่ยังไม่แสดงตัวในทางสาธารณะ เพียงแต่รอจังหวะก้าวเท่านั้น

เพราะทุกองคาพยพต่างก็วิ่งเข้าหา “อำนาจใหม่”

การแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นสภานิติบัญญัติแห่ง สภาปฏิรูป คณะรัฐมนตรี ล้วนเป็นเป้าหมายและต้องการ 

“ผลประโยชน์” ด้านธุรกิจที่ก็คงไม่ต่างกัน

นอกจากนั้นวาระการเกษียณอายุราชการที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในปีนี้ค่อนข้างมากกว่าที่ผ่านมา เอาแค่ ผบ.3 เหล่าทัพ ผบ.สส. ผบ.ตร. ปลัดกระทรวง อธิบดีกรมกองต่างๆ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งหลักในการขับเคลื่อนประเทศต่อไป

“การปฏิรูปประเทศ” ซึ่งเป็นเรื่องหลักในการเปลี่ยนแปลงนอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเพื่อให้เกิดความปรองดอง ดังนั้นข้าราชการ ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจและแม่ทัพนายกอง ล้วนจะต้อง

หาบุคคลที่มีความเหมาะสม มีความรู้ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริตจึงเป็นเรื่องสำคัญ

เพราะบทเรียนที่ผ่านมาแม้จะมีหลักการ มีทิศทางที่ดีแล้วก็ตาม แต่ตัวบุคคลหากไม่มีความรู้ความสามารถที่แท้จริง ไม่มีคุณภาพ ไม่มีจิตวิญญาณหรือเข้าใจต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศ

พูดง่ายๆว่าไม่ตื่นรู้ ไม่ปรับกระบวนทัศน์ปฏิรูปไป โอกาสที่จะสูญเปล่าย่อมเกิดขึ้นได้จึงเป็นเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. จะต้องให้ความสำคัญ

แม้ว่าจะย้ำอย่างหนักแน่นว่าไม่ต้องการอำนาจ ไม่ต้องการผลประโยชน์ใดๆ แต่มุ่งหวังที่จะแก้ไขปัญหาประเทศด้วยความจริงใจ

บนอำนาจที่อยู่บนความหลากหลาย ความต้องการของคนนั้นไม่มีใครหยั่งลึกได้ทั้งหมด แม้กระทั่งคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันมาเสี่ยงคุกเสี่ยงตะรางต่อการ “ยึดอำนาจ” ก็ตาม

“สัจธรรมแห่งอำนาจ” มันเคยเกิดและมีให้เห็นกันมาแล้ว.

“สายล่อฟ้า”

17 มิ.ย. 2557 10:33 17 มิ.ย. 2557 10:33 ไทยรัฐ