วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปการศึกษา เพิ่มหัวใจปรองดอง

โดย

พระมหาสมัย

“การศึกษา” เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาชีวิต ครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศชาติ

ชนชาติใดที่มีการศึกษาที่ดีหรือได้รับโอกาสทางการศึกษาที่ทั่วถึงแล้ว ย่อมหวังได้เลยว่าชนชาตินั้นย่อมมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความเจริญก้าวหน้า ตรงกันข้ามกับชนชาติที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ด้อยการศึกษา ย่อมพบแต่ความเสื่อม...ความล้าหลังรวมถึงคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมนั้นก็ย่อมตกต่ำลงไป ความไม่เสมอภาคทางสังคมย่อมเกิดขึ้น ปัญหาการอยู่ร่วมกันในสังคมก็ย่อมพอกพูนขึ้นมา

“สำหรับสังคมไทยเราแล้ว การศึกษาของเด็ก...เยาวชนต่างได้รับการปรับปรุงพัฒนาขึ้นมาตามลำดับ จากด้อยการพัฒนาก็กำลังจะพัฒนา จากกำลังพัฒนาก็ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้ดีขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ก็ยังถือว่ายังล้าหลังกว่าอีกหลายชาติในเอเชียของเรา...”

พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก เลขานุการมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ ธนบุรี กทม. บอกอีกว่า มาบัดนี้ฝ่ายบริหารสังคมและบ้านเมืองได้กลับมาตระหนักถึงหลักสูตรที่สามารถปลูกฝังให้ลูกหลานซึ่งเป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้มองเห็นถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย

มองเห็นคุณค่าของวิชาหน้าที่พลเมือง วิชาศีลธรรมและความเป็นเอกลักษณ์ของคนไทย รีบเร่งปรับปรุงหลักสูตรเสริมการเรียนการสอนให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ให้มากขึ้นกว่าที่เคยมีมาในอดีต

“การจัดการศึกษาให้เป็นไปอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทุกกลุ่มชนทุกหมู่เหล่านั้น จะอาศัยเพียงหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบจัดการศึกษาเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะงบประมาณ...บุคลากรมีจำกัด จำเป็นต้องให้องค์กร หน่วยงานภาคเอกชน องค์กรการกุศล ภาคประชาสังคมได้ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริม สนับสนุนการศึกษาให้สอดคล้องกับประเพณี วัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นๆ”

ดังจะเห็นได้จากการยกย่องปราชญ์ท้องถิ่น ให้เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้แก่เด็กนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนผู้สนใจที่ต้องการศึกษาหาความรู้ความเข้าใจนอกตำราเรียน นอกห้องเรียน มีการจัดไปทัศนศึกษานอกสถานที่บ้าง ไปเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนนอกห้องเรียนบ้าง รวมถึงการให้การศึกษาที่สนับสนุนให้เด็ก เยาวชนได้รับความรู้เพิ่มเติมอย่างเท่าเทียมกันทั่วถึง

มูลนิธิกลุ่มแสงเทียนตระหนักและห่วงใยโอกาสทางการศึกษาของเด็กกำพร้า เด็กยากจน เด็กขาดผู้อุปการะ เด็กในชุมชนแออัด เด็กในชนบทถิ่นทุรกันดารและเด็กด้อยโอกาสในสังคมในลักษณะต่างๆ ด้วยการเข้าไปจัดกิจกรรม...โครงการช่วยเหลือให้การสนับสนุนการศึกษาตามภูมิภาคต่างๆ มาตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2527

ผ่านมาถึงวันนี้ 30 ปีเต็ม...มีโครงการอาหารและการศึกษาเด็กด้อยโอกาสอยู่ 16 โครงการ โดยเน้นการกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ถึงผู้ด้อยโอกาสอย่างแท้จริง...เป็นการจัดกิจกรรมและโครงการเผยแผ่ธรรมะให้เข้าถึงจิตใจเด็ก เยาวชนคนหนุ่มสาวซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ในสังคม ให้พวกเขาได้รับธรรมะ ได้รับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา

“...ได้รู้จักนำเอาธรรมะไปประยุกต์ใช้ในการศึกษาเล่าเรียน ในการดำรงชีวิตประจำวันและในการอยู่ร่วมกันในสังคมไทยอย่างมีความสุข มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป”

สำหรับรูปแบบการจัดกิจกรรม...โครงการให้การศึกษานอกระบบเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2527 ซึ่งเป็นโครงการเริ่มแรกคือ “โครงการสอนธรรมะและสอนเสริมพิเศษตอนเย็น” โดยความร่วมมือของพระสงฆ์ในวัดบางไส้ไก่กับนิสิตนักศึกษาวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยาและวิทยาลัยครูธนบุรีในสมัยนั้นจัดสอนธรรมะ สอนหนังสือให้เด็กๆที่มีบ้านอยู่ในชุมชนแออัดรอบๆ

วัดบางไส้ไก่ 5 ชุมชน เป็นเด็กที่กำลังเรียนอยู่ระหว่าง ป.1-ป.6 ที่เลิกเรียนจากโรงเรียนประจำแล้วมารับการสอนเสริม สอนการบ้านให้ความรู้เพิ่มเติมจากนิสิต นักศึกษาซึ่งเป็น “อาสา” อย่างเต็มใจทุกวันจันทร์-วันศุกร์ ในช่วงเวลา 16.00-20.00 น.
พร้อมกับให้พระสงฆ์วัดบางไส้ไก่ได้สอนธรรมะ สอนจริยธรรม ฝึกอบรมบ่มนิสัยพัฒนาจิตใจเด็กๆเหล่านั้นซึ่งมีวันละ 75 คน โดยใช้พื้นที่

ลานรอบอุโบสถเป็นที่สอนหนังสือและธรรมะ โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายหรือเรียกค่าบริการใดๆทั้งสิ้น เป็นการให้การศึกษานอกระบบแก่เด็กๆผู้ด้อยโอกาสในชุมชนแออัด...เป็นโครงการเริ่มแรก

ผลปรากฏว่า...โครงการได้รับความสนใจ เกิดความร่วมมือและความต้องการของเด็ก ผู้ปกครองอย่างมาก เพราะเป็นยุคที่มีการเปลี่ยนหลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ ผู้ปกครองส่วนมากมักไม่มีความเข้าใจในการสอนลูกหลานของตนเองโดยตรง จึงจำเป็นต้องอาศัยนักศึกษาช่วยกันสอนทำการบ้านให้น้องๆเหล่านั้น

เด็กๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนนับถึงหลายร้อยคน จากที่มีเด็กมาจาก 5 ชุมชน ก็ได้ขยายไปถึงเด็กชุมชนต่างๆถึง 9 ชุมชนในสมัยนั้น เด็กคนที่ยังไม่เคยได้เรียนหนังสือมาก่อน “อาสาสมัคร” ก็ได้ช่วยกันสอนหนังสือตามลำดับชั้นจนสามารถให้เด็กได้สอบได้ใบประกาศนียบัตรการศึกษาผู้ใหญ่ระดับ 3 และระดับ 4 ตามลำดับ จนสามารถนำใบประกาศนียบัตรนี้ไปสมัครเรียนหนังสือในชั้นสูงๆขึ้นไป บางคนสำเร็จถึงระดับปริญญาตรีอย่างภาคภูมิใจ

จากการที่ได้สอนหนังสือพิเศษให้กับเด็กกลุ่มนี้ พบว่าการจะปรับปรุงแก้ไขนิสัยใจคอหรือพฤติกรรมของเด็กนั้นจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่วัยเยาว์จริงๆ จึงได้เริ่มโครงการที่สอง “โครงการเด็กอ่อน ก่อนสาย” คือโครงการแก้ไขก่อนที่จะสายเกินแก้ จึงต้องปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็กตั้งแต่เล็ก

เปิดรับเลี้ยงเด็กเล็กก่อนวัยเรียนอายุ 2-5 ขวบ โดยการสอนหนังสือเบื้องต้นระดับอนุบาลให้กับเด็กๆ สอนธรรมะ ท่องคติธรรม นำไหว้พระสวดมนต์ นั่งสมาธิ แผ่เมตตา

พร้อมเลี้ยงอาหารกลางวันทุกวันวันละ 100 คน ได้เลี้ยงตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ โดยไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายหรือค่ารับบริการจากเด็กและผู้ปกครองใดๆทั้งสิ้นเช่นกัน

เด็กเหล่านี้มาจากลูกหลานคนยากจนในชุมชนแออัด นับว่าเป็นการให้โอกาสทางการศึกษา ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้กับเด็กเล็กในเบื้องต้นได้อย่างดี...ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2527 จนถึงปัจจุบัน

สำหรับโครงการ “มอบทุนการศึกษาให้เด็กยากจนในชุมชนแออัดและเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนในชนบท” มูลนิธิก็เข้าไปอุปการะช่วยเหลือเป็นทุนการศึกษาให้เด็กได้มีโอกาสเรียนหนังสืออย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษาจนกว่าเด็กจะเรียนจบปริญญาตรีเป็นที่สุด

เด็กที่มาอยู่ในความอุปการะ “ทุนการศึกษาเรียกว่าทุนการศึกษาช้างเผือกและเพชรในโคลนตม” เป็นเด็กที่กำพร้าบิดา มารดา ขาดผู้อุปการะทางการศึกษาอย่างเป็นทางการ ต่อมาเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวยากจน ครอบครัวแตกแยก เด็กในชุมชนแออัด เด็กในชนบทที่ห่างไกลความเจริญตามลำดับ เมื่อเด็กได้เรียนหนังสือจบชั้นสูงสุดแล้วก็ไม่ต้องคืนเงินหรือค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษากลับคืนมาให้มูลนิธิกลุ่มแสงเทียนแม้แต่บาทเดียว

พระมหาสมัย ฝากบอกบุญ มูลนิธิกลุ่มแสงเทียนยังมีโครงการอีกมากมาย ผู้ที่ต้องการช่วยสนับสนุน บริจาคได้ที่บัญชี “มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน” ธนาคารกรุงเทพ สาขาเจริญพาศน์ เลขที่บัญชี 126–036151–2 ประเภทสะสมทรัพย์ สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0–2465–6165, 0–2466–8354, 0–2465–8532 ได้ทุกวัน

30 ปีเพื่อเด็กด้อยโอกาส ถ้าเป็นชีวิตคนก็ย่างเข้าถึงวัยกลางคนเข้ามาแล้ว แม้จะเป็นส่วนเล็กๆ แต่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ได้มีส่วนร่วมสร้างอนาคตของชาติบ้านเมือง ปิดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวย.

17 มิ.ย. 2557 10:27 17 มิ.ย. 2557 10:28 ไทยรัฐ