วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พับรถไฟความเร็วสูง เพิ่มรถไฟรางคู่

วันพรุ่งนี้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ จะมีการสรุป โครงการเมกะโปรเจกต์ 3 ล้านล้านบาท ภายใต้ชื่อใหม่ “ ยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งไทย 2558–2566” ระยะดำเนินการ 9 ปี เพื่อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณา เผื่อจะได้ ประกาศในโอกาสครบรอบ 1 เดือนการปฏิวัติวันอาทิตย์นี้

โครงการมีมากมาย ทั้งทางบก ทางนํ้า ทางอากาศ ที่สำคัญคือ รถไฟรางคู่ และ รถไฟความเร็วสูง สองเมกะโปรเจกต์ที่ค้างคามาหลายรัฐบาล แต่มีอาถรรพณ์ให้รัฐบาลต้องล้มไปก่อนทุกครั้ง ก็ต้องคอยดูว่า รัฐบาล คสช. จะล้างอาถรรพณ์ได้สำเร็จหรือไม่

ประเด็นที่ผมจะเสนอ พล.อ.อ.ประจิน เพื่อพิจารณาไว้ตรงนี้ก็คือ ขอให้พับโครงการรถไฟความเร็วสูงทั้ง 4 สาย ที่มีวงเงินลงทุนเกือบ 800,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลก่อนบอกว่าจะใช้ขนส่งสินค้าที่มีมูลค่าสูง เช่น ดอกไม้ สตรอเบอร์รี่ ของสดที่มีมูลค่าสูง (รัฐบาลก่อนให้สัมภาษณ์ เช่นนี้จริงๆ มีหลักฐานหนังสือพิมพ์อ้างอิงได้) เอาไว้ก่อน แล้วเอางบทั้งหมดไปสร้าง “รถไฟรางคู่” ให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ “รถไฟรางคู่” จะได้เป็น “กระดูกสันหลัง” ของ การขนส่งในประเทศและชนบท ทั้ง ขนส่งคน ขนส่งสินค้า พืชผักผลไม้ เชื่อมต่อทุกจังหวัดทั่วประเทศให้เป็นหนึ่งเดียวได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ที่ต้องขอให้ พล.อ.อ.ประจิน พับโครงการรถไฟความเร็วสูงเอาไว้ก่อน เพราะเห็นท่านทำท่าจะรักพี่เสียดายน้อง โดยเฉพาะ โครงการรถไฟความเร็วสูงสายอีสาน กรุงเทพฯ–หนองคาย ที่อ้างกันว่า เพื่อเชื่อมต่อรถไฟความเร็วสูงจากจีนผ่านลาวลงใต้ไปมาเลเซียและสิงคโปร์ ผมอยากให้ท่านไปถามฝ่ายจีนดู ความจริงรัฐบาลจีนไม่ได้เจาะจงต้องเป็นรถไฟความเร็วสูง จีนหวังว่าไทยจะมี “รถไฟรางคู่” เพื่อให้จีนสามารถวิ่งรถไฟจากยูนนานลงใต้ไปถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ ก็พอใจแล้ว เพียงแต่รัฐบาลก่อนอยากทำรถไฟความเร็วสูง เพื่อจะซื้อระบบรถไฟแต่เนิ่นๆ สุดท้ายมันจะเหมือนแอร์พอร์ตลิงค์ที่ได้รถไฟฟ้าเก่าๆมาใช้

โครงการรถไฟความเร็วสูงของรัฐบาลก่อน เป็นโครงการที่แพงมาก แต่ละสายราคาแตกต่างกันจนน่าสงสัย เช่น รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ–เชียงใหม่ ระยะทาง 653–669 กม. ใช้เงินลงทุนมหาศาลถึง 387,821 ล้านบาท เฉลี่ยกิโลเมตรละ 580–610 ล้านบาท ใช้ขนดอกไม้ สตรอเบอร์รี่เป็นหลัก ยังไงก็ไม่คุ้มค่า แม้จะขนคนด้วยก็ตาม ขณะที่ รถไฟความเร็วสูงสายใต้ กรุงเทพฯ–ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 982 กม. ยาวกว่าเชียงใหม่ 300 กว่า กม. กลับใช้เงินลงทุนเพียง 124,327 ล้านบาท เฉลี่ยกิโลเมตรละ 126 ล้านบาท เงินลงทุนแตกต่างกัน 4.8 เท่าต่อ กม. มันเป็นไปได้ยังไง

หาก พล.อ.อ.ประจิน ยังสนใจที่จะลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูง คงต้องศึกษาวงเงินลงทุนใหม่หมด เพื่อมิให้เกิดข้อครหาตามมา

แม้แต่ “รถไฟรางคู่” รัฐบาลก่อนก็ตั้งราคาแต่ละสายแพงจนน่าแปลกใจ เพราะส่วนใหญ่ก็วางรางใหม่เพิ่มอีกราง คู่ขนานไปกับรางเก่า ไม่ใช่รื้อเก่าสร้างใหม่ ยกเว้นเส้นทางที่ต้องสร้างใหม่หมด ซึ่งความจริงก็ไม่จำเป็นต้องสร้างใหม่ทีเดียวทั้งสองราง จังหวัดที่ไม่เคยมีรถไฟ แค่มีรถไฟรางเดียวก่อนก็พอแล้ว

ผมจึงหวังว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของ คสช. ที่เพิ่มวงเงินเป็น 3 ล้านล้านบาท จะมีการทบทวนเงินลงทุนแต่ละโครงการให้มีราคายุติธรรม ไม่มีการบวกเกิน 30–40% เหมือนในอดีต ความจริงราคามาตรฐานในตลาดก็หาไม่ยาก แค่ขอตัวเลขจาก “สมาคมวิชาชีพต่างๆ” ก็จะรู้ราคามาตรฐานวัสดุทุกอย่างได้ทันที

ที่ผมเสนอให้ พล.อ.อ.ประจิน เน้นลงทุน “รถไฟรางคู่” ก็เพื่อ ลดต้นทุนการขนส่งในประเทศอย่างจริงจัง ทุกวันนี้การขนส่งไทยใช้ถนนถึง 80–90% รถไฟไทยตั้งมา 120 กว่าปี มีทางรถไฟทั่วประเทศแค่ 4,346 กม. อายพม่า อายเวียดนาม แต่เรามี ทางหลวงกว่า 51,600 กม. มี ทางหลวงชนบทกว่า 352,000 กม. แตกต่างกันลิบโลก ทั้งที่การเดินทางและขนส่งด้วยรถไฟมีราคาถูกที่สุด แต่ทุกรัฐบาลกลับละเลยที่จะต่อรางรถไฟให้ยาวกว่านี้ วันนี้ คสช.มีโอกาสแล้ว อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไปอีกเลยครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

17 มิ.ย. 2557 10:22