วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิชาหน้าที่พลเมือง ได้คำตอบแล้วครับ

โดย ซูม

เป็นอันว่าข้อเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการแยกวิชาหน้าที่พลเมืองและศีลธรรม รวมไปถึงวิชาประวัติศาสตร์ ออกมาเป็นวิชาต่างหากอย่างโดดเด่น โดยไม่ไปรวมกับวิชาอื่นๆ...คงจะเป็นหมันเสียอีกแล้ว

เมื่อกรรมการพัฒนาการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แถลงผลการประชุม สรุปข้อใหญ่ใจความได้ว่า

ปัจจุบันนี้วิชาประวัติศาสตร์เป็นหนึ่งวิชาในกลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อยู่แล้ว

มีการสอน 40 ชั่วโมงต่อปีในระดับมัธยมต้น และ 80 ชั่วโมงต่อปีในระดับมัธยมปลาย จึงไม่จำเป็นต้องแยกเป็นวิชาออกมาอีก

ส่วนเนื้อหาตำราเรียนก็มีอยู่ครบถ้วนแล้ว จึงให้ใช้ตำราเรียนเดิมไปก่อน แต่อาจจะเพิ่มเติมเนื้อหา โดยทำเป็นคู่มือเพิ่มขึ้น

ส่วนวิชาหน้าที่พลเมืองจะรวมอยู่ในกลุ่มศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม เศรษฐศาสตร์ และภูมิศาสตร์ กำหนดให้เรียนรวม 80 ชั่วโมงต่อปีในระดับประถม 120 ชั่วโมงต่อปีในระดับมัธยมต้น และ 240 ชั่วโมงต่อปี ในระดับมัธยมปลาย จึงจะไม่แยกออกเป็นวิชาต่างหากเช่นกัน

แต่จะให้เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนให้มากขึ้น โดยการกำหนดเป็นจำนวนชั่วโมงให้มากขึ้นกว่าที่ดำเนินการอยู่ครับ โดยสรุปก็เห็นจะ ซตพ. ออกมาได้ดังนี้

ท่านผู้อ่านคงจะพอนึกออกว่าข้อเรียกร้องให้มีการแยก 2 วิชานี้ออกมาเป็นวิชาที่โดดเด่นนั้น เป็นเพราะสถานการณ์หลายๆอย่างในบ้านเมืองเรานี่เอง

เช่น การที่คนไทยเราไม่ค่อยรู้หน้าที่ของพลเมืองเท่าที่ควร ทำให้มีการออกมาเรียกร้องอะไรต่อมิอะไรจนเกินหน้าที่ เป็นเหตุให้มีการเผชิญหน้าทางการเมือง และเกิดความวุ่นวายต่างๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า

ขณะเดียวกัน ก็มีเสียงวิจารณ์ด้วยว่า คนไทยรุ่นหลังๆไม่ค่อยรู้เรื่องของคนไทยเราเองเท่าไรนัก ไม่รู้จักรากเหง้า หรือกำพืดของเราดีพอ สอบตกวิชาประวัติศาสตร์กันไปหมด

ผลที่ตามมาก็คือคนไทยเราดูเหมือนจะรักชาติ รักแผ่นดินไทยของเราลดน้อยลงไปมาก

จึงมีข้อเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการกลับไปทบทวนหลักสูตรการเรียนการสอนเสียใหม่ โดยหันกลับมายกวิชาที่เคยสอนกันอย่างจริงจังในอดีตให้เป็นวิชาเอกที่ชัดเจน

หันกลับมาสอนวิชาหน้าที่พลเมือง (และศีลธรรม) และวิชาประวัติศาสตร์ไทยกันอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่ง

ผลปรากฏว่า กระทรวงศึกษาธิการ โดยคณะกรรมการดังกล่าว ท่านพิจารณาแล้วก็เห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่กำหนดไว้ดีอยู่แล้ว

แต่ถ้ายังเห็นว่าไม่ดีพอท่านก็จะไปเพิ่มกิจกรรมพิเศษให้ โดยไม่แยกออกมาเป็นวิชาโดดๆอย่างที่เรียกร้อง

โดยส่วนตัวผมคงไม่มีความรู้ในเรื่องการเรียนการสอน พอที่จะถกเถียงกับคณะกรรมการชุดนี้ได้ แต่ก็เข้าใจเหตุผลของผู้เสนอว่าน่าจะเป็นเหตุผลในแง่ “จิตวิทยา” เสียมากกว่าในการที่จะให้แยกออกมา

เพื่อเป็นการเพิ่มความสำคัญให้แก่วิชาทั้ง 2 วิชานี้ เหมือนในหลายๆประเทศที่ยังให้ความสำคัญอยู่ โดยเฉพาะวิชาประวัติศาสตร์
ดังนั้น หากกระทรวงศึกษาธิการจะลองปฏิบัติตามข้อเสนอนี้ โดยแยกวิชาออกมาให้โดดเด่นกว่าที่เป็นอยู่ ก็น่าจะลองดำเนินการดู

ปรับแล้ว...พบว่าในที่สุดคนไทยในอนาคตยังคงเป็นเช่นนี้อีก ก็จะได้รู้กันไปว่าไม่ใช่เรื่องของการยกให้เป็นวิชาโดดเด่นหรือไม่โดดเด่นอีกแล้ว...แต่น่าจะมาจากเหตุผลอื่นๆ

หากจะกลับไปใช้หลักสูตรที่ท่านสอนอยู่ทุกวันนี้ ก็คงไม่ยากลำบากแต่อย่างใด

แต่ถ้าท่านไม่ปรับอะไรเลย บอกว่าทุกอย่างดีหมด...ผู้คนก็จะยังเข้าใจว่าเป็นความผิดของกระทรวงศึกษาธิการอยู่ร่ำไป ที่ไม่เน้นการเรียนการสอนในเรื่องนี้ ทำให้คนไทยไม่รู้หน้าที่ ไม่มีศีลธรรม หรือรักชาติน้อยลง ฯลฯ

ผมเรียนแล้วว่า ผมคงไม่มีความรู้พอจะถกเถียงกับท่านได้...ที่แนะนำมาทั้งหมดนี้ก็ด้วยความรักและห่วงใยโดยแท้จริง

ไม่อยากจะให้ท่านต้องรับเคราะห์ ถูกด่า ถูกวิจารณ์ว่าเป็นคนดื้อดึง เสนออะไรแล้วไม่ยอมรับฟังบ้างเลย ว่างั้นเถอะครับ.

“ซูม”

17 มิ.ย. 2557 10:20 17 มิ.ย. 2557 10:20 ไทยรัฐ