วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

7 ค่ำ เดือนเจ็ด

วัน 7 ค่ำเดือนเจ็ด ฤดูใบไม้ร่วงของจีนโบราณ เป็นเทศกาลแห่งความรักของหนุ่มสาว โดยเฉพาะสาวๆ จะต้องไหว้ดาวจูงควาย ไหว้ดาวสาวทอ และขอพร

หนังสือ เทศกาลจีน และการเซ่นไหว้ (สำนักพิมพ์มติชน มี.ค.2557) อาจารย์ถาวร สิกขโกศล เขียนไว้ว่า ในการเซ่นไหว้ตามประเพณีดั้งเดิม ขอสิ่งที่ปรารถนาได้สิ่งเดียว และสิ่งที่ขอ ต้องอดทนรอเพราะจะเห็นผลได้ในเวลา 3 ปี

ต่อมา ขอสิ่งเดียวไม่พอ เปลี่ยนเป็นขอได้สารพัดอย่าง สาวชาวบ้าน มีเพลงร้อง “ขอให้มือมีศิลปะ ใจคิดอะไรก็ทะลุปรุโปร่ง ขอให้รูปงาม หน้าตาสะสวย ขอให้พ่อแม่อายุยืนร้อยปี ขอให้พี่สาวน้องสาวอยู่ดีพันหมื่นปี”

ชื่อดาวจูงควาย ชื่อดาวสาวทอ ไม่คุ้นหูคนไทย

มีตำนานเล่าขานหลายตำนานแตกต่างกันไป ตำนานที่แพร่หลาย มีเรื่องราวดังต่อไปนี้

พระแม่ซีหวางหมู่ ราชินีแห่งสวรรค์ จัดงานฉลองวันประสูติดาวสาวทอ ผู้มีฝีมือทอเมฆเป็นแพรพรรณราย งามไม่มีใครสู้ น้องคนเล็กและพี่สาว 6 คน ได้ไปงาน ดาวสาวทอ ได้เจอและรักกับดาวจูงควาย

ในงานนี้พระแม่ซีหวางหมู่รู้ก็กริ้ว สาปให้ดาวจูงควายไปเกิดเป็นเด็กเลี้ยงควาย อาศัยอยู่กับพี่ชายและพี่สะใภ้ในเมืองมนุษย์ วันหนึ่งพี่สะใภ้สั่งให้จูงควาย 9 ตัว ออกไปเลี้ยงในป่า มีเงื่อนไข ถ้ายังไม่ได้ควายเพิ่มเป็น 10 ตัว ก็ไม่ให้กลับบ้าน

เด็กเลี้ยงควายกลุ้มใจ ไม่รู้จะหาควายเพิ่มได้อย่างไร เจอผู้เฒ่าคนหนึ่งแนะ “ที่ภูเขาฝูหนิวซาน (เขาควายหมอบ) มีควายนอนป่วยอยู่ตัวหนึ่ง”

เด็กเลี้ยงควายไปถึง ก็ช่วยเกี่ยวหญ้าอ่อนมาป้อนควายป่วย 3 วัน ควายอาการดีขึ้น โงหัวบอกว่าเป็นเทพกระบือบนสวรรค์ ทำความผิดถูกลงโทษตกจากฟ้าลงมาขาหัก จะต้องใช้น้ำค้างจากดอกไม้ร้อยชนิดมารักษาแผล 1 เดือนจึงจะหาย

เด็กเลี้ยงควายไม่ย่อท้อ กลางวันเก็บเกี่ยวหญ้า กลางคืนเก็บน้ำค้าง ดูแลรักษาควายจนหาย ได้ควาย 10 ตัวตามคำสั่งพี่สะใภ้จึงพาฝูงควายกลับบ้าน อยู่ได้ไม่นานก็ถูกไล่ไปปลูกกระท่อมข้างหนองน้ำใหญ่ในป่า ทำนาปลูกผักเลี้ยงชีวิต

วันหนึ่ง เทพธิดาทั้งเจ็ด ก็ลงจากสวรรค์มาอาบน้ำในหนองน้ำ หนุ่มเลี้ยงควายแอบอยู่ใต้ร้านถั่ว ดูสาวสวรรค์อาบน้ำ

เจอดาวสาวทอ ในที่สุดก็ได้ครองรักกัน มีลูกแฝดชายหญิงด้วยกันสองคน

ดาวสาวทอสอนวิชาปลูกหม่อนเลี้ยงไหม สอนศิลปะการทอผ้าและเย็บปักถักร้อย ให้เด็กเลี้ยงควายเอาวิชาไปสอนมนุษย์ด้วยกัน ก่อนกระบือสวรรค์จะตาย บอกให้ลอกหนังเก็บไว้ หากมีเหตุเภทภัยให้ใช้หนังคลุมร่าง

พระแม่ซีหวางหมู่ เพิ่งรู้ข่าวก็กริ้ว เหาะลงมาฉุดดาวสาวทอกลับสวรรค์ หนุ่มเลี้ยงควายใช้หนังกระบือสวรรค์คลุมร่าง เอาลูกแฝดใส่กระบุงข้างละคน หาบเหาะตามขึ้นไปถึงสวรรค์

พอใกล้จะตามทัน พระแม่ซีหวางหมู่ ก็ชักปิ่นปักผมออกมาขีดเป็นเส้นยาวขวาง คือทางช้างเผือก คงคาสวรรค์ หนุ่มเลี้ยงควายเหาะข้ามไม่ได้ กลายเป็นดาวจูงควายเหมือนเดิม

ดาวสาวทอ และดาวจูงควาย คร่ำครวญหวนหากัน จนเทียนตี้ เทวราชแห่งสวรรค์ เวทนา สั่งให้นกสาลิกาปากดำ บินต่อตัวกันเป็นสะพาน

ข้ามทางช้างเผือก ในคืน 7 ค่ำ เดือนเจ็ด ประทานอนุญาตให้ทั้งสอง พบกันปีละครั้ง

ผมอ่านตำนานวันแห่งความรัก ฉบับจีนจบ ก็โทร.ถาม น.นพรัตน์ ได้ ความว่า คืน 7 ค่ำ เดือนเจ็ด ของจีน นับแบบไทยอยู่ก่อนวันสารทจีน 8 วัน

อยู่ในช่วงเวลาที่ คสช.ท่านยืนยัน จะเอาความรักของคนสองฝ่ายที่หมดไปแสนนาน...คืนมาให้คนไทยพอดี

หากสลายสี...จนคนสองสีไม่มีสี มีผลให้การตั้งรัฐบาล การปฏิรูปการเมืองเดินหน้า ประชาธิปไตยรอบใหม่ จะไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบกฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย...ต่อไปอีก

การทำหน้าที่สะพานเชื่อมดาว...ทำให้สองฝ่ายรักกันได้...คงไม่ใช่งานง่ายๆ

เหนื่อยหนักแค่ไหน ต้องอดทนให้มากๆ รักนะจ๊ะ พ่อนกสาลิกาปากดำ งานนี้ ผมเป็นคนไทยคนหนึ่ง ขอเอาใจช่วยเต็มที่.

กิเลน ประลองเชิง

17 มิ.ย. 2557 10:06