วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประมงทรุดหนัก เขมร-พม่าแห่กลับ

ก่อสร้างก็ขาดแรงงาน

แรงงานเขมร-พม่า ผวาไหลทะลักเผ่นหนีกลับบ้านนับแสน ด่านตรวจชายแดนอรัญประเทศและด่านแม่สอด ติดค้างแรงงานอีกเพียบ หลังมีข่าวลือทหารปราบล้างแรงงานเถื่อน หน่วยงานภาครัฐออกมาป้องเร่งประชาสัมพันธ์มั่นใจผลงานแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ ส่วนผู้ประกอบการโวยกระทบธุรกิจประมงและก่อสร้าง งานหนักคนไทยไม่ทำ ทหารเร่งประชุมหาทางออกย้ำแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมายไม่แตะ

กระแสข่าวลือแรงงานต่างด้าวถูกกวาดล้างจับกุม ทำให้ผวาต่างทยอยกลับเข้าประเทศของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทำประมงและสถานที่ก่อสร้างอย่างหนัก ล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 16 มิ.ย.นายบรรเจิด จันทรเทศ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า ในพื้นที่ ต.แสมสาร มีแรงงานต่างด้าวกว่า 5,000 คน ตกใจกับข่าวลือดังกล่าว ประกอบกับแรงงานกัมพูชาได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ขอให้กลับบ้านเกรงว่าจะได้รับอันตราย ถึงแม้ว่าจะประสานกับตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองออกมาทำความเข้าใจกับแรงงานชาวกัมพูชาแล้วก็ตาม แต่บางคนก็ยังไม่เชื่อ หากแรงงานกัมพูชากลับประเทศหมดจริง ผู้ประกอบการประมงจะได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก เนื่องจากคนไทยไม่ทำงานในเรือประมง อ้างว่าเป็นงานหนักถึงแม้ว่าจะยอมจ่ายค่าแรงแพงกว่าก็ตาม

นายเจม อายุ 23 ปี แรงงานชาวกัมพูชาเป็นลูกเรือประมงเปิดเผยว่า เพื่อนและญาติๆโทรศัพท์มาบอกให้กลับประเทศ แต่นายจ้างบอกว่าเป็นข่าวลือไม่เป็นความจริง และพร้อมที่จะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ ที่เกิด ขณะนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามากวาดล้างจับกุมแต่อย่างใด และยอมรับว่ามาทำงานอยู่ในเมืองไทย 7 ปี ขออนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย นายจ้างดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี สามารถส่งเงินกลับบ้านเดือนละ 2,000-3,000 บาท ขอให้เพื่อนๆแรงงานชาวกัมพูชาอย่าได้ตกใจกับข่าวลือดังกล่าว

ขณะที่นายสงวน แสงวงศ์กิจ รองประธานสมาคมไม้ยางภาคตะวันออก กล่าวว่า ข่าวทหารจะออกมากวาดล้างชาวต่างด้าวนั้น สร้างความตื่น ตระหนกให้แก่คนงานที่ทำงานตามโรงงานต่างๆเป็นอย่างมาก บางครอบครัวที่เข้ามาทำงานต้องอพยพหนีกลับประเทศทันทีไม่กล้ามาทำงาน เป็นปัญหากับผู้ประกอบการอย่างมาก งานบางอย่างต้องหยุดอย่างกะทันหัน ถ้าไม่มีแรงงานพวกนี้ทางอุตสาหกรรมไม้ยางมีปัญหาอย่างแน่นอน

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาห-กรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนกำลังติดตามสถานการณ์ดังกล่าวว่าจะมีผลกระทบต่อภาคการผลิตมากน้อยเพียงใด โดยยอมรับ ว่ากลุ่มที่อาจจะได้รับผลกระทบอันดับต้นๆ ก็จะเป็นในส่วนของภาคอสังหาริมทรัพย์ ขณะกำลังก่อสร้าง และธุรกิจการประมงที่คนไทยไม่ยอมทำงาน ภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งประชาสัมพันธ์ถึงปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ก่อนที่แรงงานจะอพยพกลับไปมากกว่านี้

ต่อมาเวลา 09.30 น. ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร คณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (อกนร.) นำโดย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหารบก ในฐานะประธาน อกนร.เดินทางมาร่วมประชุมรับทราบสถานการณ์การจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวใน จ.สมุทรสาคร โดย ว่าที่ ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต ผวจ.สมุทรสาคร กล่าวรายงานว่าสถานการณ์แรงงานต่างด้าวจังหวัดสมุทรสาครมีแรงงานที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานทั้งหมด 196,579 คน ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้จดทะเบียนคาดว่ามีประมาณ 180,000-190,000 คน เป็นแรงงาน สัญชาติพม่าเป็นจำนวนมากที่สุด รวมทั้งหมดในจังหวัด สมุทรสาครมีแรงงานต่างด้าวประมาณ 400,000 คน

พล.อ.ศิริชัยกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ให้ความสนใจในเรื่องการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวเป็นอย่างมากและมีแนวคิดจะจัดการปัญหาเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ปัญหาต่างด้าวเป็นปัญหาที่สลับซับซ้อนมีหน่วยงานราชการหลายหน่วยงาน มีกฎหมายหลายฉบับ รวมทั้งมีภาคเอกชนเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจัดการปัญหาในเรื่องดังกล่าวให้เรียบร้อย ทั้งนี้ช่วงที่ผ่านมามีข่าวลือว่าจะปราบปรามแรงงานต่างด้าว ขอยืนยันว่าไม่มี เนื่องจากเรื่องนโยบายการจัดการแรงงานต่างด้าวยังอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (กนร.)

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก รองโฆษก คสช. กล่าวถึงกระแสข่าวทหารผลักดันแรงงานต่างด้าวออกนอกประเทศว่า ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ทหารยังคงให้ความสำคัญกับงานรักษาความสงบและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ยังไม่ได้ดำเนินการหรือมาตรการทางกฎหมายกับแรงงานต่างด้าว ส่วนกระแสข่าวว่าสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้ทหารนำรถมารับแรงงานกัมพูชากลับประเทศว่า คสช.ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับเรื่องแรงงาน ยังเป็นห่วงด้วยซ้ำว่าจะไปตื่นกันจนเสียหายกับธุรกิจ แต่เท่าที่ตรวจสอบผู้ประกอบการยังไม่ได้รับผลกระทบอะไร เราต้องสยบข่าวทหารไปไล่ล่าแรงงานต่างด้าวให้ได้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากแรงงานตื่นตระหนกไปเองเพราะคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาก็ไปคุมนโยบายมากกว่า ไม่ได้ไปเดินไล่ล่าต้องเร่งทำความเข้าใจว่าการจัดระเบียบคือการทำให้แรงงานเข้าถึงการทำงานได้ง่ายขึ้น มีที่มาที่ไป ฝ่ายความมั่นคงจะคุมได้ เมื่อแรงงานกลับประเทศแล้วคงต้องใช้เวลาสักพักหนึ่ง อาจจะหลายปีที่จะกลับมาทำงานในไทยอีก

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ประเทศไทยมีแรงงานต่างด้าวอยู่จำนวนมาก ซึ่งแรงงานเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ดังนั้นข่าวที่ออกไปว่ามีการกวาดล้างหรือจับกุมแรงงานต่างด้าวเพื่อส่งกลับประเทศจึงไม่เป็นความจริงและเป็นข่าวลือ ทางการไทยต้องการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในไทยเพื่อให้แรงงานที่ผิดกฎหมายได้เข้าสู่ระบบ และได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆภายใต้กฎหมายของไทย รวมถึงไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือตกเป็นเหยื่อของนายจ้างหรือขบวนการค้ามนุษย์

นายธนิช นุ่มน้อย รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า ปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวที่นำเข้าโดยถูกต้องตามกฎหมายอยู่ 3 สัญชาติ ได้แก่ พม่า ลาว และกัมพูชา โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1.ประเภทที่มีหนังสือเดินทางถูกต้อง จำนวน 408,507 คน 2.ประเภทแรงงานต่างด้าวที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ จำนวน 1,824,508 คน แรงงานต่างด้าวทั้งสองประเภทมีบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับทั้ง 3 ประเทศว่าเมื่อทำงานครบ 4 ปี จะต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง ส่วนกระแสข่าวว่ารัฐบาลกัมพูชาเรียกแรงงานกลับประเทศนั้น ยังไม่มีหนังสือแจ้งว่าจะเรียกคนของเขากลับ เรายังเจรจากันถึงเรื่องชายแดนว่าจะทำอย่างไรจะให้ชาวกัมพูชาที่เข้ามามีหนังสือเดินทางถูกต้อง หลังจากนี้จะติดป้ายทุกด่านชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านว่าเราไม่มีนโยบายผลักดันแรงงานกลับประเทศ

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร.กล่าวถึงกระแสข่าวลือที่แรงงานต่างด้าวเดินทางกลับประเทศ เนื่องจากต้องการหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ว่า ขอยืนยันว่าประเทศไทยไม่มีนโยบายในการขับไล่แรงงานต่างด้าวและทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้สั่งการให้มีการกวดขัน กดดันหรือขับไล่แต่อย่างใด ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ทำร้ายแรงงานชาวกัมพูชาและพม่า ส่วนกรณีที่มีข่าวลือจนแรงงานแห่กลับประเทศนั้นจะต้องตรวจสอบสืบหาที่มาของข่าวเพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป

เวลา 15.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ มีการจัดบรรยายสรุปเกี่ยวกับการดำเนินการของไทยต่อรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Tip Report) ประจำปี 2557 ที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาจัดทำเป็นประจำทุกปี โดยมี นางญาณี เลิศไกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร. และ รรท.อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ม.ล.ปุณฑริก สมิติ รองปลัดกระทรวงแรงงาน นายทรงศัก สายเชื้อ อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ และนายผนิศวร ชำนาญเวช นายกกิตติคุณสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทยเข้าร่วม โดยนายทรงศักกล่าวว่าสหรัฐฯจะเปิดเผยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี ในวันที่ 20 มิ.ย. แต่การดำเนินการของฝ่ายไทยได้ทำงานแบบบูรณาการระหว่างคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรเอกชน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีความคืบหน้าและชัดเจน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ก็ให้ ข้อมูลกับรัฐสภาสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในส่วนท้ายของการจัดทำข้อมูลการดำเนินการส่งให้สหรัฐฯ ยอมรับว่ายังมีปัญหา แต่ได้จัดการกับปัญหาอย่างเข้มข้น

นายทรงศักกล่าวว่า ส่วนแนวโน้มการปรับลดระดับรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ในไทย ซึ่งปัจจุบันไทยถูกจัดอยู่ในระดับ Tier2 Watch list หรือ Tier2.5 ติดต่อกัน 4 ปี แต่ฝ่ายไทยมั่นใจผลการทำงานที่ผ่านมาน่าจะทำให้สามารถขยับขึ้นเป็น Tier2 หรือ Tier1 แต่หากถูกลดระดับเป็น Tier3 ในทางปฏิบัติจะไม่มีผลกระทบอะไร ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะมีเกือบ 20 ประเทศที่อยู่ในระดับ Tier3 ทางสหรัฐฯก็ไม่ได้มีมาตรการกดดันหรือกีดกันทางการค้า นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯมีอำนาจในการยกเว้นดำเนินการกับประเทศที่อยู่ในอันดับดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นสำหรับผู้ซื้อรายใหญ่ แต่ก็เชื่อว่าฝ่ายไทยก็จะสามารถชี้แจงให้ข้อมูลและพิสูจน์ให้กับฝ่ายเอกชนเข้าใจได้ แต่ทางการไทยยืนยันจะดำเนินการจัดการปัญหาการค้ามนุษย์ โดยปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจริงจัง เพื่อจะไม่มีผลต่อการขึ้นบัญชีของสหรัฐฯ ทั้ง 5 รายการสินค้า ได้แก่ อาหารแช่แข็ง กุ้ง ปลา สิ่งทอ อ้อย และสื่อลามก

ส่วนบรรยากาศบริเวณด่านตรวจชายแดนที่ห้องกักกันรอการส่งกลับแรงงานต่างด้าว ของด่าน ตม.จ.สระแก้ว และอาคารอเนกประสงค์เทศบาลเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตำรวจ ตม.และทหารจาก จทบ.สระแก้ว รวมกว่า 200 นาย มาช่วยกันตรวจเช็กทำประวัติแรงงานชาวกัมพูชาที่เหลือตกค้างรอการส่งกลับประเทศอีกกว่า 2,000 คน โดยเจ้าหน้าที่เตรียมรถบัส 30 คัน ส่งแรงงานกลับไปฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ขณะนี้ส่งแรงงานชาวเขมรกลับไปแล้วประมาณ 7 หมื่นคน ซึ่งคาดว่ายังคงมีแรงงานชาวเขมรเหลืออยู่ในประเทศไทยและกำลังทยอยเดินทางกลับอีกประมาณ 5 หมื่นคน

นอกจากนี้ สำนักข่าวเอเอฟพียังรายงานอ้างการเปิดเผยของนายกอร์ สัมสารวต ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชาว่า ยอดชาวกัมพูชาที่เดินทางออกจากไทยกลับเข้าประเทศพุ่งสูงถึง 142,000 คนแล้ว และในช่วงเช้าวันที่ 16 มิ.ย. ก็มีชาวกัมพูชาเดินทางกลับผ่านด่านปอยเปตกว่า 2,000 คน

ขณะที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 ร่วมกับตำรวจ ตม.จังหวัดตาก นำกำลังออกกวาดล้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายตลอดสัปดาห์ ส่งผลให้แรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอแม่สอด เดินทางกลับไปยังฝั่งประเทศเมียนมาร์จำนวนมาก เช่นเดียวกันกับบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ บ้านริมเมย ก็มีแรงงานชาวพม่ามายืนรอทำบัตรผ่านแดนเพื่อกลับประเทศตั้งแต่เช้า ส่งผลกระทบร้านค้า โดยเฉพาะตามตลาดสดหลายแห่งขาดแคลนแรงงาน ส่วนที่เดือดร้อนมากที่สุดในขณะนี้คือภาคการก่อสร้างที่ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก

สำหรับสื่อในประเทศเพื่อนบ้านของไทย ทั้งกัมพูชาและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ (พม่า) รายงานข่าวรัฐบาลไทยระดมกำลังกวาดล้างแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยหนังสือพิมพ์ “อีเลฟเวน” สื่อของพม่า รายงานอ้างอิงบทสัมภาษณ์ นายโม เกียว ประธานคณะกรรมการปฏิบัติงานร่วมกิจการพม่า (JACBA) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ใน อ.แม่สอด จ.ตาก ของไทย ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ทหาร และตำรวจตระเวนชายแดนของไทย ร่วมกันปฏิบัติการจับกุมแรงงานชาวพม่าที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานรวม 163 คน ตั้งแต่วันที่ 3 มิ.ย. โดยแรงงานจำนวนหนึ่งถูกตั้งข้อหาครอบครองยาเสพติดและเล่นการพนัน ทำให้เจ้าหน้าที่ของไทยทำเรื่องส่งตัวแรงงานพม่ากลับประเทศ และยังคงดำเนินการกวาดล้างจับกุมแรงงานต่างด้าวในไทยต่อไป ขณะที่ JACBA ประเมินว่า สถิติแรงงานชาวพม่าที่ทำงานในไทยโดยไม่มีใบอนุญาตมีจำนวนประมาณ 1.5 ล้านคน

17 มิ.ย. 2557 07:54 17 มิ.ย. 2557 08:02 ไทยรัฐ