วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใช้แล้ว “โกลไลน์”

โดย จ่าแฉ่ง

นับมาถึงช่วงเวลาที่จ่าแฉ่ง กำลังนั่งขยับปากกา “ผ่า” ฟุตบอลโลก 2014 อยู่ ณ บัดนาวนี้นั้น...การแข่งขันผ่านไปแล้ว 4 วันเต็มๆแล้วครับ

เตะกันไปแล้ว 11 คู่ ทำประตูไปแล้วรวมกันทั้งสิ้น 37 ประตู หรือเฉลี่ยคู่ละ 3.36 ประตู

ถ้าคิดเป็นวันเก๊าะเฉลี่ยวันละ 9.2 ประตู หรือได้เฮกันสุดๆอย่างน้อยคืนละ 9 ครั้งเศษๆ

จ่าแฉ่งไม่มีเวลาพอที่จะย้อนกลับไปค้นย้อนหลังว่าประตูที่ยิงกันได้ของฟุตบอลโลกครั้งนี้ เฉพาะ 4 วันแรกนั้น เฉลี่ยสูงสุดหรือเปล่า?

แต่ที่สรุปได้แน่ๆก็คือ การได้เฮอย่างสุดมัน เพราะได้เห็นการยิงประตูถึง 9 ครั้งเศษๆต่อคืนเนี่ย...คุ้มค่าแก่การอดตาหลับขับตานอนทุกประการ

เพราะความสุขของการดูฟุตบอลก็อยู่ที่การยิงประตูนี่แหละครับ...ทุกครั้งที่ลูกเข้าไปตุงตาข่ายหัวใจของคนดูจะเต้นกระฉูดขึ้นมาทันทีโดยอัตโนมัติ

ดังนั้น การที่มีโอกาสให้หัวใจสูบฉีดจนเลือดกระฉูดถึง 9 ครั้งต่อคืน จึงเป็นความสุขที่เหนือกว่า คำพรรณนาใดๆ

อา! แต่ก็มี 1 ประตูแล้วครับที่ไม่ตุงตาข่าย...ทว่าก็ทำให้แฟนๆมีความสุข และส่งเสียงเฮขึ้นมาได้เช่นกัน

นั่นก็คือประตูที่ได้มาจากการทำงานของเครื่องมือทันสมัยไฮเทค “เทคโนโลยี โกลไลน์” ที่ฟีฟ่านำมาใช้เป็นหนแรกในฟุตบอลโลกครานี้

เป็นประตูจากการยิงของ “เดอะเบนซ์” หรือ คาริม เบนเซมา หัวหอกของทีมตราไก่ ฝรั่งเศส ที่แฟนๆชาวไทยรู้จักเป็นอย่างดีในนาทีที่ 48 ของครึ่งหลังของคู่ ฝรั่งเศส-ฮอนดูรัส เมื่อคํ่าคืนวันอาทิตย์ต่อเช้าวันจันทร์นั่นเอง

ลูกโดนมือนายทวารฮอนดูรัส โนเอล วายา-ดาเรส เลยเส้นเข้าไปเต็มใบ แต่ก็ผุดออกมาชนิด ดูด้วยสายตามองไม่เห็นว่างั้นเถอะ

แต่ด้วย “ตาวิเศษ” ของเทคโนโลยีโกลไลน์ ที่ส่งเสียงเตือนตามหน้าที่ ทำให้ผู้ตัดสินต้องหยุดดูภาพช้าย้อนหลังพร้อมกับเป่านกหวีดปรี๊ดให้ประตูแก่นักเตะตราไก่ในทันควัน

ทว่าไม่ถือเป็นการยิงของเดอะเบนซ์ เพราะโดนมือนายทวารแล้วจึงให้ลงสถิติไว้ว่าเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของ วายาดาเรส

ไม่งั้น เบนเซมา จะกลายเป็นนักเตะคนแรกของฟุตบอลโลกงวดนี้ที่ทำ 3 ประตู หรือ “แฮตทริก” ได้ก่อนใครทั้งหมด

ปรบมืออีกครั้งสำหรับการประเดิมได้สวยของนักเตะตราไก่ จากชัยชนะถึง 3-0 เหนือฮอนดูรัส...เก็บ 3 แต้มไว้ได้สบายๆ

อีกคู่หนึ่งของคืนเดียวกัน แต่เป็นเวลาค่อนรุ่ง ตี 5 ของเช้าวันจันทร์ที่ 16 มิ.ย.เข้าไปแล้ว

เป็นคู่ที่แฟนๆได้เฮแบบเลือดหัวใจเต้นกระฉูด 3 ครั้ง เพราะยิงกันได้รวม 3 ประตู จากการที่ อาร์เจนตินา ฟ้าขาว เอาชนะ บอสเนียฯ ไป 2-1

เป็นฝีเท้าของเขาละ...ลิโอเนล เมสซี จากการผ่านหนึ่งและซัลโวหนึ่ง ทำให้อาร์เจนตินาได้ไป 2 ประตูสู่ชัยชนะ

ประตูแรกแค่ 3 นาที เมสซีโยนลูกเตะมุมเข้ากลางประตู กระทบเข่าของ เซอัด โคลาซินัส กองหลังบอสเนียฯ กระดอนเข้าประตูไปอย่างเหลือเชื่อ

ก็เลยต้องถือว่าลูกแรกเป็นการส่งผ่านของนักเตะร่างเล็กแห่งฟ้าขาวไปให้โคลาซินัสซัลโวประตูตัวเอง

ส่วนลูกที่สองนั้น บ่งบอกถึง “อัจฉริยะ” ของเมสซีโดยแท้ เมื่อพ่อมดลูกหนังจากอาร์เจนตินารับลูกชิ่งจากกอนซาโล อิกัวอิน แล้วลากเลื้อยผ่านปราการหลังบอสเนียฯไปอีก 2 คน พร้อมกับกดสุด หัวเกือกตุงตาข่าย ในนาที 65

สื่อต่างประเทศทุกสำนักโหวตให้เป็นลูกที่ได้มาจากความสามารถเฉพาะตัว และความอัจฉริยะของเมสซีโดยแท้

อย่างไรก็ตาม พอถึงนาทีที่ 85 เวดัด อีบิเซวิส ของบอสเนียฯ เอาคืนมาได้ 1 ขึ้นไล่ 1-2 เล่นเอาแฟนๆฟ้าขาวนั่งไม่ติดเก้าอี้

เคราะห์ดีที่ไล่ไม่ทัน...เกมจึงจบลงด้วยชัยชนะของ “เต็ง 2” ฟ้าขาว ที่ต้องบอกว่ายังโชว์ได้ไม่เต็มสูบเท่าไรนักวันนี้

สื่อต่างประเทศหลายสำนักเช่นกันระบุว่า ฟ้าขาวยังเล่นตํ่ากว่าพาร์ ซึ่งแปลเป็นไทยๆได้ว่า ยังเล่นตํ่ากว่ามาตรฐานของตัวเอง

แม้แต่เมสซีก็เหอะ...ถ้าไม่มีลูกมหัศจรรย์ลูกนั้น กับลูกกึ่งโชคช่วยจากการเตะมุมใน 3 นาที แรกละก็...ถือว่าเล่นได้ตํ่ากว่ามาตรฐานเช่นกัน

ปล. ด่วนมาก! ขออนุญาตส่งข่าว ไปถึงแฟนๆบาสเกตบอล NBA ด้วยครับ ในที่สุดแชมป์ฤดูกาลนี้ก็เป็นของ ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส เรียบร้อย หลังเอาชนะ ไมอามี ฮีต แชมป์เก่า ในเกมที่5ไปได้ 104-87 ทำให้ชนะขาดลอย 4-1 เกม ยินดีด้วยนะครับ แฟนๆของ สเปอร์ส และเสียใจด้วยเด้อแฟนๆของ เลบรอน เจมส์!

“จ่าแฉ่ง”

17 มิ.ย. 2557 03:15 17 มิ.ย. 2557 03:15 ไทยรัฐ