วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มุลเลอร์'แฮตทริก!! 'อินทรี'โหดถล่ม'ฝอยทอง' 10 ตัว 4-0

ขุนพล "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ระเบิดฟอร์มเก่งได้ โธมัส มุลเลอร์ ซัดแฮตทริกบวกกับอีกประตูของ มัตส์ ฮุมเมลส์ พาทีมถล่ม "ฝอยทอง" โปรตุเกส ที่ เหลือ 10 คน หลัง เปเป้ โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ไปอย่างขาดลอย 4-0 ...

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 รอบสุดท้ายที่ประเทศบราซิล เมื่อวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย. เวลา 23.00 น. ตามเวลาในไทย คู่บิ๊กแมตช์ เกมรอบแบ่งกลุ่มนัดแรก ของกลุ่ม จี ณ สนาม อารีนา ฟอนเต โนวา เมืองซัลวาดอร์ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี พบกับ "ฝอยทอง" โปรตุเกส

โยอาคิม เลิฟ เทรนเนอร์ "อินทรีเหล็ก" ส่ง โทมัส มุลเลอร์,มาริโอ เกิทเซ​ และ เมซุต โอซิล ลงนำทีมล่าตาข่าย ด้าน "ฝอยทอง" ภายใต้การนำของ เปาโล เบนโต มีข่าวดีเมื่อ คริสเตียโน โรนัลโด ยอดแข้งความหวังสลัดอาการบาดเจ็บสามารถลงเป็นตัวจริงได้

เปิดฉากครึ่งแรกเป็น โปรตุเกส ที่ได้ลุ้นขึ้นนำก่อนใน น.5 จากจังหวะสวนกลับ คริสเตียโน ​โรนัลโด ลากบอลขึ้นมาทางซ้ายก่อนจะจ่ายตัดแนวรับเข้ากลางให้ ฮูโก อัลเมดา ยิงหน้าเขตโทษแต่ถูกกองหลังเยอรมนีเข้ามาบีบยิงไม่ถนัดถูก มานูเอล นอยเออร์ รับไว้ได้สบาย

ถัดมา น.8 เป็น "อินทรีเหล็ก" ที่มีโอกาสทองเมื่อ รุย ปาตริซิโอ นายทวารโปรตุเกสเปิดบอลพลาดไปเข้าเท้า ซามี เคดิรา ได้ยิงสวนด้วยขวาทันทีจากระยะ 25 หลา แต่ไม่เข้าเป้า อย่างไรก็ตามเพียง 2 นาทีต่อมา เยอรมนี ก็มาได้จุดโทษ หลัง เจา เปเรรา ไปดึง มาริโอ เกิทเซ ล้มในเขตโทษ และก็เป็น โธมัส มุลเลอร์ ที่สังหารพาทีมขึ้นนำ 1-0

น.25 "ฝอยทอง" มีโอกาสลุ้นประตูหลัง หลุยส์ นานี มีโอกาสส่องระยะ 18 หลาทว่าข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย และหลังจากนั้นเพียง 3 นาที โปรตุเกส ก็ต้องเปลี่ยนตัวฉุกเฉินหลัง ฮูโก อัลเมดา มีอาการบาดเจ็บไม่สามารถเล่นต่อได้ต้องให้ เอเดอร์ ลงมาแทน

น.31 เยอรมนี เกือบทิ้งห่างหลัง เมซุต โอซิล ได้บอลหลุดเข้ากรอบเขตโทษก่อนไหลคืนเข้ากลางให้ มาริโอ เกิทเซ ยิงแต่แฉลบแนวรับออกข้าง และจากจังหวะเตะมุม "อินทรีเหล็ก" ก็ทิ้งห่างเป็น 2-0 จนได้ โทนี โครส เปิดบอลไปหน้าประตูให้ มัทส์ ฮุมเมลส์ ลอยตัวโขกเหน่งๆตุงตาข่าย

หลังจากนั้น 5 นาทีสถานการณ์ของ "ฝอยทอง" เลวร้ายเข้าไปอีกเมื่อต้องเหลือ 10 คนหลัง เปเป้ ไปทำฟาล์วเล่นนอกเกมใน โธมัส มุลเลอร์ ไม่พ้นสายตาผู้ตัดสินโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม และนับเป็นนักเตะรายที่ 3 ที่โดนใบแดงในทัวร์นาเมนท์นี้

และด้วยจำนวนคนที่มากกว่าทำให้ "อินทรีเหล็ก" บุกใส่เต็มที่จนมาได้ประตูเพิ่มในช่วง น.45 จากจังหวะที่ โทนี โครส วางบอลยาวเข้าเขตโทษ บรูโน อัลเวส สกัดบอลไปติด โธมัส มุลเลอร์ โดนจับยิงสวนตุงตาข่าย ทำให้จบครึ่งแรก เยอรมนี ออกนำ โปรตุเกส ไปก่อน 3-0

กลับมาต่อในครึ่งหลัง น.51 เยอรมนี หวิดบวกสกอร์เพิ่มหลัง เมซุต โอซิล ได้บอลในเขตโทษทางขวาก่อนจะยิงไปติด รุย ปาตริซิโอ ลูกลอยโด่งไปฝั่งซ้ายเข้าทาง มุลเลอร์ โขกซ้ำอีกทีแต่ข้ามคาน

น.64 "ฝอยทอง" เคราะห์ซ้ำกรรมซัดมีนักเตะเจ็บเพิ่มอีกหนึ่ง ฟาบิโอ โคเอนเทรา มีปัญหาที่กล้ามเนื้อบริเวณโคนขาหนีบต้องให้ อังเดร อัลเมดา ลงมาแทน หลังจากนั้น 4 นาที เกมรุกของ "อินทรีเหล็ก" หวิดทำประตูเพิ่ม อังเดร ชูร์เล ตัวสำรองพาบอลขึ้นมาทางขวาก่อนจะจ่ายเข้ากลางให้ มาริโอ เกิทเซ ล็อกยิงโล่งๆแต่แฉลบแนวรับออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

มาถึง น.72 เยอรมนี มีปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บบ้างหลัง มัตส์ ฮุมเมลส์ มีอาการบาดเจ็บจากการถูกสกัดไม่สามารถเล่นต่อได้ต้องให้ ชโคดรัม มุสตาฟี ลงมาแทน

อย่างไรก็ตามเมื่อมาถึง น.78 "อินทรีเหล็ก" ก็ได้ประตูเพิ่มจนได้ อังเดร ชูร์เล จ่ายยัดไปหน้าประตู รุย ปาตริิซิโอ ล้มตัวปัดบอลไปเข้าทาง โธมัส มุลเลอร์ เกี่ยวตวัดยิงซ้ำอีกทีไม่พลาด เยอรมนี นำขาดเป็น 4-0 กลายเป็นประตูแฮตทริกของเจ้าตัวในเกมนี้ และยังเป็นแฮตทริกแรกในทัวร์นาเมนท์นี้ด้วย

ในช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่มีประตูเพิ่มเติมจบการแข่งขัน เยอรมนี เอาชนะ โปรตุเกส ไป 4-0 ขึ้นนำเป็นจ่าฝูง จี ชั่วคราว.

รายชื่อ 11 ตัวจริง

เยอรมนี : มานูเอล นอยเออร์,เบเนดิกท์ โฮเวเดส,มัตส์ ฮุมเมลส์,แพร์ แมร์เตซัคเกอร์,เยอโรม บัวเต็ง,ซามี เคดิรา,ฟิลิปป์ ลาห์ม ,โทนี โครส,เมซุต โอซิล,โธมัส มุลเลอร์,มาริโอ เกิตเซ

โปรตุเกส : รุย ปาตริซิโอ,บรูโน อัลเวส,เปเป,ฟาบิโอ โคเอนเทรา, เจา เปเรรา,มิเกล เวโลโซ,เจา มูตินโญ,ราอูล เมเรเลส,คริสเตียโน โรนัลโด, ฮูโก อัลเมดา,นานี