วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถึงอัยการ

โดย ซี.12

อัยการมีประวัติความเป็นมายาวนานในราชการไทยตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเดิมเรียกว่า “ยกกระบัตร” โดยผ่านการเปลี่ยนแปลงมาหลายยุคหลายสมัย

ขอข้ามลัดตัดตอนมาจนถึงยุคสมัยปัจจุบันหลังการเปลี่ยนผ่านมาหลายครั้ง จนกลายเป็น กรมอัยการ อยู่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยจนถึงปี 2534

เมื่อมีการยึดอำนาจการปกครองประเทศของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. ก็มีการปรับปรุงโครงสร้างของอัยการครั้งใหญ่ให้แยกตัวออกมาจากกระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยราชการอิสระขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีในชื่อของ สำนักงานอัยการสูงสุด

อธิบดีกรมอัยการ ก็เปลี่ยนชื่อเรียกขานใหม่เป็น อัยการสูงสุด นับถึงตอนนี้มีอัยการสูงสุดมาแล้ว 11 คน คือ นายโกเมน ภัทรภิรมย์ 2 ปี นายโอภาส อรุณินท์ 1 ปี นายคณิต ณ นคร 3 ปี นายสุชาติ ไตรประสิทธิ์ 4 ปี นายวิเชียร วิริยะประสิทธิ์ 2 ปี นายเรวัต ฉ่ำเฉลิม 1 ปี นายคัมภีร์ แก้วเจริญ 1 ปี นายพชร ยุติธรรมดำรง 2 ปี นายชัยเกษม นิติสิริ 2 ปี นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ 4 ปี

คนล่าสุดคือ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง ขึ้นมาดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดเมื่อ 1 ตุลาคม 2556 เพียง 8 เดือนเศษก็มีคำสั่งคสช.ให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยที่ยังไม่ขาดจากตำแหน่งอัยการสูงสุด เพียงแต่ให้รองอัยการสูงสุดอันดับ 1 คือ นายตระกูล วินิจนัยภาค ปฏิบัติราชการแทนในตำแหน่งอัยการสูงสุด

แต่ไหนแต่ไรมาองค์กรอัยการเป็นหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับนับถือของสังคมเพราะการวางตัวในระดับพอดีของผู้นำหน่วย มาระยะหลังนี้เองที่เริ่มเบี่ยงเบนไป

พิสูจน์ได้จากการตอบแทนหลังเกษียณ

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับวงการอัยการที่คนในองค์กรจะต้องช่วยกันดึงรั้งเกียรติยศและศักดิ์ศรีของอัยการเอาไว้ให้จงดี

โปรดอย่าเห็นแก่ลาภมิควรได้จากการไปเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ

ที่จริงรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาทั้งสองฉบับคือ ปี 2540 และ 2550 ต่างบัญญัติเอาไว้ชัดเจนว่า องค์กรอัยการเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญและบัญญัติเอาไว้ด้วยว่า

พนักงานอัยการต้องไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐในทำนองเดียวกัน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการอัยการ

แต่ในความเป็นจริงมีอัยการนั่งเป็นกรรมการอยู่ในแทบทุกรัฐวิสาหกิจโดยอาศัยข้อยกเว้นดังกล่าว เอาเป็นว่าคณะกรรมการอัยการไม่เคยไม่อนุมัติก็แล้วกัน

นี่จึงเป็นการดำเนินการที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้งมาโดยตลอด

รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะออกมาเมื่อไหร่ก็ตามควรจะให้ตัดข้อยกเว้นนี้ไปเสียให้หมด เพื่อให้อัยการมีสถานะที่ควรแก่การนับถือ

เช่นเดียวกับที่ผู้คนในสังคมเขายกย่องนับถือผู้พิพากษาตุลาการ.

“ซี.12”