วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้ “คอร์รัปชัน” เติมเต็มปฏิรูป

โดย สายล่อฟ้า

“องค์กรอิสระ” อันเป็นมิติใหม่ทางการเมืองของประเทศไทยเพื่อสร้างความยุติธรรมแก่ประชาชนและตรวจสอบการบริหารงานของนักการเมืองและข้าราชการประจำ ได้ก่อกำเนิดขึ้นภายใต้การปฏิรูปการเมืองสมัยที่นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกฯ

รัฐธรรมนูญปี 40 ภายใต้การปฏิรูปการเมืองได้กำหนดให้มีองค์กรอิสระเพื่อทำหน้าที่ดังที่กล่าวมาแล้วและรัฐธรรมนูญปี 50 ก็ยังได้สานต่อภายใต้เค้าหลักการเดิม

ทุกฝ่ายต่างก็เห็นชอบด้วยกับองค์กรอิสระต่างๆที่เกิดขึ้นแม้ว่าบางองค์กรจะถูกมองว่าเกินความจำเป็น จะกลายเป็นองค์กรอิสระโหลเนื่องจากมีภาระซ้ำซ้อนกัน

การเริ่มต้นขององค์กรอิสระแรกๆ ดูเหมือนว่านักการเมืองและข้าราชการประจำต่างก็หวาดหวั่นพอสมควร โดยเฉพาะ กกต. ป.ป.ช. ศาลปกครองและศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ค่อยกล้ากระทำผิดหรือปฏิเสธองค์กรเหล่านี้

แต่เมื่อการเมืองมีความเข้มแข็งจนทำให้พรรคการเมืองบางพรรคสามารถกุมเสียงข้างมากและได้บริหารประเทศ

นั่นแหละทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาทันที

ไม่ว่าการเข้าแทรกแซง การเข้าไปครอบงำด้วยอำนาจรัฐและอำนาจเงิน จนทำให้การทำงานขององค์กรอิสระเบี่ยงเบนไปพอสมควร

แต่โดยรวมแล้วองค์กรอิสระยังทำหน้าที่ไปได้ด้วยดีและสร้างความยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่ก็ถูกมองว่าไม่ได้สร้างความยุติธรรมอย่างที่ควรจะเป็นในลักษณะที่ว่า 2 มาตรฐานและตัดสินเข้าข้างใดข้างหนึ่ง

จึงมีความพยายามที่จะโจมตีการทำงานและแก้ไขที่มีองค์คณะที่เข้ามาทำหน้าที่อ้างว่าไม่ได้มาจากประชาชน

เป็นมุมมองที่ต่างกันมาตลอด

การที่ คสช. ได้กำหนดการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระโดยเน้นยํ้าไปที่การให้ความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคกันทุกฝ่าย ไม่เลือกข้าง ก็คงมองจากภาพความขัดแย้งที่เกิดขึ้น

การปฏิรูปประเทศครั้งนี้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมองปัญหาต่างๆขององค์กรอิสระในด้านต่างๆ ทั้งการทำหน้าที่และการคุ้มครองเพื่อให้เกิดการยอมรับและปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพตามหลักการด้วย

ต้องยอมรับว่าปัญหาใหญ่ของประเทศก็คือการทุจริตคอร์รัปชันอันเป็นอุปสรรคสำคัญที่ต้องขจัดให้หมดสิ้นไป

แต่การทำหน้าที่ขององค์กรอิสระเองก็ต้องมีการปรับขบวนคู่ขนานไปด้วยโดยเฉพาะการพิจารณาคำร้องต่างๆที่ถูกมองว่ามีการพิจารณาและตัดสินล่าช้า ทำให้การแก้ไขปัญหาไม่ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

พูดง่ายๆว่าคดีค้างเก่ายังเหลืออีกเพียบ

การที่ ป.ป.ช.เสนอให้มีการออกกฎหมายเพื่อให้สามารถเรียกเจ้าของธุรกิจที่มีปัญหาเกี่ยวพันกับนักการเมืองและข้าราชการ อันนำไปสู่การทุจริตซึ่งต้องการให้อำนาจ ป.ป.ช.เรียกมาสอบสวนให้ปากคำก็เป็นเรื่องที่สมควรเนื่องจากมีผู้รับก็ต้องมีผู้ให้

หรือมีการเสนอว่าคดีทุจริตจะต้องไม่มีอายุความ

คือควรใช้มาตรการที่เข้มข้นมากขึ้นมิฉะนั้นจะไม่สามารถ แก้ไขปัญหาคอร์รัปชันได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องนำหลักการนี้มาใช้ด้วย

เหนืออื่นใดการป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตนั้นจะต้องเป็นความร่วมมือจากทุกฝ่ายไม่ว่าภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนโดยทั่วไปด้วย

เรื่องนี้จึงเป็นหัวข้อหลักที่จะต้องว่ากันอย่างจริงจัง.

“สายล่อฟ้า”

16 มิ.ย. 2557 12:55 ไทยรัฐ