วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิวาทะเรื่องยุติธรรม

โดย

ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ประกาศฉบับที่ 63 ของ คสช.ได้กล่าวถึงสาเหตุหนึ่งของความขัดแย้งในสังคม คือการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานยุติธรรม อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีการเลือกปฏิบัติ คสช.จึงขอให้องค์กรยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นศาล ป.ป.ช. อัยการ ตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม และมีบรรทัดฐานที่ชัดเจน

มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มาอย่างต่อเนื่อง เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระ หรือแม้แต่ศาล บางฝ่ายกล่าวหาว่ามีการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวกับการเมืองและถูกมองว่าเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งและแตกแยกในสังคม เป็นกลุ่มสีต่างๆ

ศาลและองค์กรอิสระที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักที่สุด ในช่วงของรัฐบาลที่ผ่านมา ได้แก่ ป.ป.ช.และศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากต้องตรวจสอบและวินิจฉัยเกี่ยวกับการกระทำของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล เช่นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การออกกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เป็นเงินนอกงบประ-มาณ และโครงการรับจำนำข้าวที่ขาดทุนหลายแสนล้านบาท

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ส่วนหนึ่งอาจจะมีเหตุผลรับฟังได้ แต่ส่วนหนึ่งเป็นเหตุผลทางการเมือง โดยอ้างว่ารัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจสิทธิ์ขาดที่จะออกกฎหมาย หรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่ต้องถูกยับยั้งหรือตรวจสอบจากองค์กรที่ไม่ได้มาจากเลือกตั้ง และไม่ได้ยึดโยงประชาชน จึงกลายเป็นวิวาทะเพราะมีฝ่ายที่เห็นต่างกัน

การออกกฎหมายกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง เป็นเงินนอกงบประมาณ มีผู้ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าการใช้จ่าย “เงินแผ่นดิน” จะต้องออกเป็นกฎหมายงบประมาณ แต่ฝ่ายรัฐบาลอ้างว่า “ไม่ใช่เงินแผ่นดิน” เพราะเป็นเงินกู้ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยรัฐ-ธรรมนูญ รัฐบาลอ้างว่า ศาลไม่มีอำนาจ

เสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม เป็นเรื่องที่มีมาช้านานในระดับชาวบ้าน ดังคำกล่าวที่ว่า “คุกมีไว้ขังคนจน” เป็นการวิจารณ์กระบวนการยุติ-ธรรมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ องค์กรที่ถูกวิพากษ์มากที่สุดคือตำรวจ และระยะหลังๆ กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ
ดีเอสไอ ได้ถูกวิพากษ์หนักที่สุด โดยเฉพาะในการชุมนุมทางการเมือง

สาเหตุสำคัญที่ดีเอสไอและตำรวจกลายเป็นเป้าโจมตีคือ “การเมือง” เพราะบางฝ่ายมองว่า องค์กรยุติธรรมบางองค์กร ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมือง ถูกผู้มีอำนาจใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ฉะนั้นถ้า คสช.จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม จะออกกฎหมายหรือกำหนดมาตรการอย่างไร เพื่อไม่ให้การเมืองแทรกแซงกระบวน การยุติธรรม.