วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แรงงานเขมร

เดิม ‘ร้านพื้นบ้าน...อาหารจันทบูร’ ของเจ๊หรอย ที่จังหวัดจันทบุรีมีขนาดเล็ก แต่แกไม่ขยาย เพราะหาคนมาทำงานไม่ได้ โชคดีที่ต่อมา เจ๊หรอยได้คนงานกัมพูชาที่มาจากจังหวัดรัตนบุรี 4 คนมาช่วย เขมรพวกนี้มีเงินเดือนไม่สูง แถมทำงานประเภทที่คนไทยไม่ทำแล้ว เจ๊หรอยจึงทะนุถนอมหวงแหนเขมรทั้งสี่ เพราะเป็นกลุ่มคนที่ช่วยให้แกขยายงานได้ จนกลายเป็นร้านใหญ่

ร้านอื่นทำเป็นแต่กระบกคั่ว แต่ร้านอาหารของเจ๊หรอยเอากระบกมาคั่ว ใส่เกลือตำและทำเป็นแผ่น เวลาจะนำมาเสิร์ฟแขก เจ๊หรอยสั่งให้จันเตรียสาวเขมรเอาใส่ลงไปในหม้อข้าวที่กำลังดงอยู่บนเตาถ่าน พอเปิดหม้อมาก็มีกลิ่นฉุย ลูกค้าตักมาคลุกข้าวสวยร้อนๆ

ส่วนบัวเรยถูกสอนให้รู้วิธีการเก็บสันดาน ทั้งสันดานเถาและสันดานต้น ใบสันดานมีสีเขียว เนื้อใบหนา กรอบ ขอบใบมีหนามอ่อน ส่วนลูกสันดานเป็นช่อเล็ก แต่ละช่อเต็มไปด้วยผลกลมขนาดเม็ดพริกไทย เอาใส่ลงไปในแกงส้มหัวปลาเรียวเซียวจะอร่อยมาก ใส่ได้ทั้งลูก ทั้งใบ เจ๊หรอยยังสอนบัวเรยให้เอาใบสันดานใส่ลงไปในแกงไก่ แกงส้มไก่ใส่ใบสันดานของร้านเจ๊หรอยจึงเป็นอาหารที่ขายดีไม่แพ้แกงส้มผักกระชับ ต้มหมูชะมวง ปลาเค็มต้มใบชะมวง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเลียง ไก่บ้านต้มส้มกระวาน แกงป่าปลาไหลใส่สลัดได ฯลฯ

คำสั่งแห่งชาติอะไร ฉบับไหนก็ไม่รู้ มีผลทำให้มีคนที่บอกว่าตัวเองเป็นข้าราชการมาที่ร้าน และสั่งการให้เจ๊หรอยไล่เขมรกลับประเทศให้ได้ภายในคืนนี้

เจ๊หรอยตามดูจันเตรีย เวียสะนา กุนเตีย เวียตา ซัมนาก บัวเรย และโสวัน เก็บของ และมองตามรถคันที่พาเขมรวิ่งห่างออกไปจนไกลลับตา เจ๊หรอยรู้ชะตาว่าตนเองต้องปิดร้านแน่ เพราะยากที่จะหาใครมาช่วยทำงาน

คนจันท์เรียก ‘พี่ชาย’ ว่า ‘เหีย’ เหียชายปลูกทุเรียนในพื้นที่สี่สิบไร่มา 6 ปี แต่ยังไม่เคยมีทุเรียนต้นไหนให้ผล แกไปค้นคว้าหาพันธุ์มาปลูกประเภท ตั้งแต่กบตาเหม กบสีชมพู และกบเหมราช นอกจากตระกูลกบแล้ว แกยังปลูกทุเรียนตระกูลก้านยาว ตระกูลกำปั่น ตระกูลทองย้อยเดิม ทุเรียนในตระกูลลวงแกก็มีครบทั้งลวงเขียว ลวงทอง สายหยุด ชะนี แดงรัศมี และย่ำมะหวาด

เหียชายยอมรับว่า ที่สวนทุเรียนของแกเป็นรูปร่างอย่างดีทุกวันนี้ เพราะแรงงานกัมพูชาที่มาจากจังหวัดสตึงแตรง ไพลิน และกระแจะ เหียชายได้อาศัยคนเขมรช่วยงานตั้งแต่เตรียมพื้นปลูก ดูแลต้นทุเรียนอ่อน ตัดแต่งกิ่ง ให้น้ำ ให้ปุ๋ย ฯลฯ

ธันวาคมปีที่แล้ว โบเราะดึงมือเหียชายไปดูตามกิ่งทุเรียน เมื่อเห็นเป็นตุ่มสีน้ำตาลคล้ายไข่ปลาปรากฏอยู่ตามกิ่ง ตาของเหียชายก็รื้นไปด้วยน้ำใส เพราะนี่หมายความว่า ทั้งแรงกาย กายใจ แรงทรัพย์ ที่แกใส่ลงไปในสวนทุเรียน ต่อไปนี้จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดแล้ว

คนงานเขมรไม่เป็นอันกินอันนอน แต่ละวันเอาแต่วิ่งดูตามกิ่งทุเรียน เมื่อตุ่มน้ำตาลพัฒนามาเป็นดอกเล็กๆ เหียชายก็สอนให้เขมรเรียกตามคนจันท์ว่า ‘เหยียดตีนหนู’

จากเหยียดตีนหนู ดอกทุเรียนก็โตไปคล้ายกระดุมเสื้อจีน ก้านดอกเริ่มยาวขึ้นคล้ายช่อมะเขือพวง เมื่อดอกบานเต็มที่แล้ว ก็โรยและร่วงหล่นจนเหลือแต่เกสรตัวเมียที่เป็นก้านยาวย้อยลงมาจากกิ่งเหมือนไม้กลัด บั้นปลายท้ายที่สุด ก็พัฒนามาเป็นลูกทุเรียนเล็กๆ

เขมรเตรียมไม้ยาวผูกมีดไว้ตรงปลายที่มีตะกร้อรับ กะว่า 20 มิถุนายนจะเริ่มพิธีตัดทุเรียน มีการซักซ้อมกันอย่างดี ว่าต้องทำให้มีทุเรียนถูกตัดมากถึงวันละ 2,000 ลูก

เหียชายรำพึงว่า อา ปีนี้จะเป็นปีแรกที่ข้าจะได้คืนเงินกู้ ธ.ก.ส.งวดแรก

ราตรีของวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2557 มีคนมาสั่งให้เหียชายส่งแรงงานเขมรกลับประเทศอย่างด่วน ‘คุณต้องให้เขมรออกจากสวนเดี๋ยวนี้!’
เหียชายล้มทั้งยืน เพราะ 6 ปีที่แกพยุงสวนทุเรียนมาจนให้ผลได้นั้น เป็นเพราะแรงงานของลูกน้องชาวกัมพูชาทั้งสิ้น

สัปดาห์หน้า ใครล่ะจะช่วยเหียชายตัดทุเรียน

เปิดฟ้าส่องโลกขอร้อง คสช. โปรดเมตตากรุณาเห็นใจเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่ต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติด้วยเถิดครับ.

คุณนิติ นวรัตน์