วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ้าโบราณเล่าเรื่อง

สวัสดีครับ วันนี้จะขอคุยเกี่ยวกับเรื่องผ้าเก่าผ้าโบราณสักหน่อยครับ เพราะมีเสียงเรียกร้องเข้ามามากขึ้นๆ ให้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผ้าที่ผมสะสมเอาไว้บ้าง อันที่จริงผ้าเก่าๆ ทั้งหลายนั้น มีคุณค่าแก่มนุษย์มากกว่าการไปเป็นแค่ผ้าขี้ริ้วเป็นอย่างมาก ผ้าเก่าๆ ทั้งหลายสามารถบอกอะไรเราได้หลายอย่าง ทั้งประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง การสงคราม การอพยพ และอื่นๆ อีกมากมาย

ในขณะนี้ผมกำลังจัดนิทรรศการผ้าโบราณ ในหัวข้อเรื่อง "ผ้าลายนาค" ที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีผ้าลายนาคมากมายนำมาจัดแสดงให้ท่านชม ในนิทรรศการนี้มีผ้าจากกลุ่มชนเผ่าต่างๆ หนึ่งในจำนวนนั้นก็คือผ้าซิ่นผืนในรูปนี่แหละครับ เป็นผ้าซิ่นของกลุ่มวัฒนธรรมลาวครั่ง ที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวในอดีตต่างๆ ได้อย่างมากมาย ผมขอยกตัวอย่างคำบรรยายที่ผมเขียนประกอบผ้าผืนนี้นะครับ.....

"......... กลุ่มวัฒนธรรมลาวครั่ง หรือที่ปัจจุบันเรียกว่าไทครั้งนั้น มีประวัติการอพยพโยกย้ายถิ่นฐานมาจากแถบเมืองหลวงพระบางในประเทศลาว และเมื่อได้ผสมผสานกับกลุ่มวัฒนธรรมไทยวน แถบเมืองเชียงใหม่ เชียงราย เชียงแสนแล้ว ก็เกิดมีเอกลักษณ์ของตนชัดเจนยิ่งขึ้น ดังเช่นผ้าซิ่นของกลุ่มวัฒนธรรมลาวครั่งผืนนี้ ซึ่งชาวลาวครั่งนิยมเรียกว่า ซิ่นหมี่ไหมตีนจก หรือซิ่นหมี่สับขิด หรือซิ่นหมี่ตา ตัวซิ่นจะเป็นลายริ้วตั้ง ในแต่ละริ้วจะตกแต่งด้วยกรรมวิธีการทอแบบขิดสลับกับการมัดหมี่ โดยริ้วที่เป็นมัดหมี่จะมี 2 แบบ แบบที่ 1 เป็นริ้วมัดหมี่ พื้นสีม่วงอ่อน ตอนบนสุดจะเป็นลายนาคช่อดอก ตอนล่างเป็นลายขอนาคตัวใหญ่ หรือขอนาคเกี้ยว ส่วนแบบที่ 2 เป็นริ้วมัดหมี่ พื้นสีน้ำตาล ตอนบนเป็นลายนาคก้นตี๋หรือนาคก้นตี่ มีสองหัวและหน้าหันออกทางด้านซ้ายและขวา ต่ำลงไปเป็นลายขอนาค หรือลายนาคเกี้ยว ลวดลายทั้งหมดดังกล่าวนี้ เป็นลายที่กลุ่มชาวลาวครั่งนิยมมาก ส่วนลวดลายในแถบริ้วขิดนั้นเป็นลายกาบแบบ ในส่วนตีนซิ่นที่ตกแต่งด้วยกรรมวิธีการจกนั้น มีแนวลายจกบนสุดสีขาว-ดำ เป็น "ลายดอกเจียง" ต่อลงมาเป็นลายจกรูปม้าสลับหลายสี ซึ่งชาวลาวครั่งนิยมเรียกว่า "ลายอิ๊งยองม้า" ใต้ลงไปอีกเป็นแนวลายจกสีขาวเป็นเส้นคดโค้งไปมา เรียก"ลายบัวเคีย" ตอนกลางของตีนจกเป็นลายนาคก้นตี่ซ้อน

ลายนาคก้นตี่ซ้อนเป็นลายพิเศษ ที่หายาก เพราะการผูกลายและการทอมีความสลับซับซ้อนมาก ลายประกอบที่กระหนาบบนล่างของลายนาคก้นตี่ ปรากฏเป็นลายในกรอบสามเหลี่ยม เรียกลายกาบ ส่วนลายรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนที่คั่นอยู่ระหว่างลายนาคแต่ละชุดเรียกลาย ดอกตะเวน หรือลายดอกตะวัน

ตอนล่างต่ำลงไปอีกเป็นลายบัวเคียอีกครั้งหนึ่ง ตามด้วยลายอิ๊งยองม้า ลายขีด และจบจาก

ลายจกตอนล่างสุดของผ้าซิ่นตีนจกผืนนี้ด้วยลายเอี้ยและลายสร้อยสาคั่นเคือง กำหนดอายุผ้าผืนนี้ราว 80-100 ปี....."

เป็นไงครับ...จากตัวอย่างของคำอธิบายผ้าเพียงผืนเดียว จากจำนวนที่นำมาจัดแสดงเกือบ 300 ผืน ผมคิดว่า "นิทรรศการผ้าลายนาค" ครั้งนี้ คงจะให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับผืนผ้าได้เป็นอย่างดี และคงเป็นที่ถูกอกถูกใจกับผู้ที่นิยมและสะสมผ้าด้วย เชิญไปชมกันได้นะครับ ที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดให้เข้าชมฟรี ทุกวัน ไม่เว้นแม้แต่วันหยุดราชการ ระหว่างเวลา 09.00-17.00 น. ครับ

เผ่าทอง ทองเจือ

เผ่าทอง ทองเจือ

สวัสดีครับ วันนี้จะขอคุยเกี่ยวกับเรื่องผ้าเก่าผ้าโบราณสักหน่อยครับ เพราะมีเสียงเรียกร้องเข้ามามากขึ้นๆ ให้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผ้าที่ผมสะสมเอาไว้บ้าง... 16 มิ.ย. 2557 09:30 ไทยรัฐ