วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปธ.บอร์ด'ปตท.' ยื่นลาออก

‘ปานปรีย์’ไขก๊อก! ถกปฏิรูปพลังงาน คสช.ยังไร้ข้อสรุป

“ปานปรีย์” สละเก้าอี้ประธานบอร์ด ปตท. ยื่น หนังสือลาออก ลั่นเปิดโอกาสให้ คสช.สรรหาคนใหม่ นั่งแทน ยันไม่ได้กดดันและคิดอยู่นานแล้ว “ประจิน จั่นตอง” นั่งหัวโต๊ะเรียกกระทรวงพลังงาน ปตท.และกลุ่มเห็นต่าง หารือแผนปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ ผู้ตรวจการแผ่นดินเตรียมนัดหารือช่วยเหลือ “วีระ สมความคิด” พ้นเรือนจำในกรุงพนมเปญ ด้าน “เรืองไกร” เปิดประเด็นร้อง “ศูนย์ร้องเรียนคอร์รัปชัน” ตรวจสอบการใช้สนามกอล์ฟของข้าราชการ หลังพบอัยการพิเศษเปิดงบเอ็นเตอร์เทนเกินจริง

จากกรณี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.ได้ประชุมหน่วยงานด้านพลังงานรวบรวมข้อมูลด้านพลังงานทั้งหมด เพื่อใช้เป็นข้อมูลปรับแผนโครงสร้างปฏิรูปพลังงานทั้งระบบ แต่ยืนยันยังไม่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างบุคลากร ล่าสุด นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานบอร์ด ปตท. ยื่นหนังสือลาออกแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ คสช.สรรหาคนใหม่มาทำหน้าที่แทนนั้น

“ปานปรีย์” ไขก๊อก ปธ.บอร์ด ปตท.

เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2557 นายปานปรีย์ พหิทธานุกร ประธานกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ (บอร์ด) ปตท.แล้ว และได้แจ้งต่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. และรองหัวหน้าคสช. และในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจแล้วเช่นกัน โดยส่งหนังสือลาออกให้นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เพื่อนำเสนอหนังสือการลาออกแจ้งผู้ถือหุ้น และแจ้งไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามขั้นตอน ทั้งนี้ การลาออกดังกล่าว ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เนื่องจากสถานการณ์ต่างๆเริ่มคลี่คลาย และ คสช.ก็มีเวลาที่จะดำเนิน การต่างๆได้อย่างเต็มที่แล้ว อีกทั้งในสัปดาห์นี้จะมีการหารือกันอย่างจริงจังถึงการปฏิรูปการให้บริการของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งต้องแข่งขันกับต่างประเทศด้วย

เปิดโอกาสให้ คสช.สรรหาคนใหม่

“ยืนยันผมไม่ได้กดดัน เพราะภาวะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ผมทำงานที่ผ่านมาอย่างโปร่งใส คิดอยู่นานแล้วว่าจะลาออก เพียงแต่รอเวลาและสถานการณ์ที่เหมาะสม เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อองค์กร ขณะนี้เริ่มมีความชัดเจนแล้วจึงลาออก เปิดโอกาสให้ คสช.สรรหาคนใหม่มาเป็นบอร์ดแทน” นายปานปรีย์กล่าว

“ประจิน” นั่งหัวโต๊ะถกปฏิรูปพลังงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 15 มิ.ย.2557 ที่หอประชุมกองทัพอากาศ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. รองหัวหน้าคณะรักษาความรักษาสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือถึงแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ เพื่อเตรียมเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. ภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยการประชุมวันนี้มีตัวแทนจากภาครัฐ นำโดยนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้บริหารผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน นอกจากนี้ยังมีผู้แทนจากกลุ่มปฏิรูปพลังงาน นำโดยนายมนูญ ศิริวรรณ และคุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต พร้อมทั้งกลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงาน ที่นำโดยนางรสนา โตสิตระกูล และ น.ส.สาลี อ๋องสมหวัง ได้เข้าร่วมประชุมหารือด้วย
ไร้ข้อสรุปต้องหารืออีก 1-2 ครั้ง

ภายหลังการหารือ พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า การหารือยังไม่ได้ข้อสรุป โดยจะต้องประชุมกันอีก 1-2 ครั้ง เพื่อกลั่นกรองเนื้อหา แต่ยืนยันว่าจะเสร็จสิ้น พร้อมเสนอหัวหน้า คสช.ในเดือน มิ.ย.นี้ โดยการประชุมครั้งนี้ได้หารือถึงเรื่องการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และเพื่อจะได้กลับไปดูว่า จะทำอย่างไรต่อไป ส่วนเรื่องกองทุนน้ำมันได้รับรายงานว่า ตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมัน ก็ต้องให้เวลาไปศึกษารายละเอียดว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะเรื่องยุบกองทุนน้ำมันเป็นเพียงข้อเสนอของบางฝ่ายเท่านั้น ขณะที่เรื่องปิโตรเคมี ก็ได้สอบถามที่มาที่ไปของการผลิตและแหล่งที่มา จึงขอเวลาดูว่าจะแยกเรื่องใดออกมาเพื่อจะหามาตรการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนก่อน อาทิ ราคา ปริมาณการผลิต และแหล่งผลิต ทั้งนี้ เรื่องการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 ก็ต้องมาดูว่าจะเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด และเปิดสัมปทานให้เอกชนมาประมูลได้อย่างไร

เล็งนัด สคร.คุย “ปานปรีย์” ลาออก

พล.อ.อ.ประจินกล่าวต่อว่า การประชุมร่วมครั้งนี้เป็นไปด้วยดี เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลของทุกฝ่าย ส่วนกรณีนายปานปรีย์ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งประธานบอร์ด ปตท.นั้น ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ ตนจะหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่งจะประชุมเพื่อดูข้อมูลของรัฐวิสาหกิจทั้งหมดเพื่อสรุปเสนอ คสช.ต่อไป

เตรียมทบทวนราคาลอตเตอรี่

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก คสช.กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มบุคคลพยายามปล่อยข่าวว่า คสช.จะทบทวนหาแนวทางแก้ไขปัญหาเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาลให้มีราคายุติธรรม เพื่อนำรายได้ส่วนต่างไปช่วยเหลือสังคมว่า คสช.ยังไม่ได้สั่งการอะไร เพราะที่ผ่านมาสังคมมีความกังวลเรื่องส่วนต่าง ระหว่างราคาเริ่มต้นกับราคาปลายทางของผู้ซื้อหรือยี่ปั๊วมีช่องว่างมากเกินไปหรือไม่อย่างไร จึงได้ให้ผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไปทบทวนพิจารณา แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปเพื่อจะได้หาแนวทางและมาตรการที่เหมาะสมมานำเสนอ กำหนดราคาที่เหมาะสม ขณะที่มีสัดส่วนกำไรพอประมาณต่อการนำไปสนับสนุนกิจกรรมด้านสังคมและสาธารณะกุศลตามระเบียบและข้อกฎหมาย ยิ่งช่วงนี้มีกระแสข่าวอาจมีผู้ไม่หวังดีพยายามแอบอ้างในรูปแบบต่างๆ เพื่อหาผลประโยชน์หรือบิดเบือนข่าวสารให้สังคมเข้าใจ คสช.ผิด ขอให้อย่าหลงเชื่อ

แจงมาตรการต่อต้านค้ามนุษย์

สำหรับกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จะเผยแพร่รายงานประจำปีเรื่องสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons Report TIP Report) ประจำปี 2557 ในสัปดาห์หน้า และฝ่ายไทยได้ชี้แจงถึงความพยายามและความคืบหน้าในมาตรการการป้องกันการค้ามนุษย์และคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์ โดยส่งให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯแล้วนั้น ล่าสุด นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี เอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวว่า ประเทศไทยมีพัฒนาการก้าวหน้าที่สำคัญในการปราบปรามการค้ามนุษย์ โดยได้ร่วมมือกับหุ้นส่วนต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน สหรัฐฯ สหภาพยุโรป องค์การระหว่างประเทศ และองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ เพื่อดำเนินมาตรการป้องกัน คุ้มครองและช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ และที่สำคัญที่สุดคือ การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด การค้ามนุษย์ ถือเป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ร้ายแรงที่สุดรูปแบบหนึ่ง ประเทศไทยจึงมีความมุ่งมั่นที่จะกำจัดการแสวงประโยชน์โดยไร้มนุษยธรรมดังกล่าว

ผลงานเป็นรูปธรรมสูงกว่าเกณฑ์

นายวิชาวัฒน์กล่าวว่า เมื่อพิจารณาจากหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯได้กำหนดไว้เพื่อปรับลดสถานะของประเทศต่างๆ ในรายงาน TIP ประจำปี 2557 แล้ว จะเห็นได้ว่า การดำเนินการในช่วงที่ผ่านมาของไทยสะท้อนให้เห็นถึงความตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา การบูรณาการการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม มีผลการดำเนินงานซึ่งคืบหน้าไปกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน โดยได้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ นอกจากนี้ยังได้ยื่นสัตยาบันต่ออนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติในลักษณะที่เป็นองค์กรและพิธีสารเพื่อป้องกัน ปราบปรามและลงโทษการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีสตรีและเด็ก เมื่อปี 2556 ที่ผ่านมาด้วย

ไทยลงสัตยาบันต้านค้ามนุษย์แล้ว

พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ รอง ผบ.ตร. และ รรท.อธิบดีกรมสืบสวนคดีพิเศษกล่าวถึงกรณีที่รายงานการค้ามนุษย์ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มบัญชีระดับ Tier 2 เป็นปีที่ 4 ในปี 2556 และกล่าวหาว่าไทยยังไม่ได้ลงสัตยาบันเรื่องการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศ และเตรียม ประกาศรายงานประจำปี 2557 ในสัปดาห์หน้าว่า ข้อกล่าวหาเป็นข้อมูลเก่าเมื่อปี 2556 เพราะรัฐบาลไทยไม่มีกฎหมายภายในประเทศ โดยเมื่อปลายปี 2556 ไทยได้ลงสัตยาบัน และดำเนินการมาตรการใน 5 ด้าน เสนอทางการสหรัฐฯ อาทิ นโยบายป้องกัน ดำเนินคดี ช่วยเหลือและให้ความร่วมมือระหว่างประเทศ และทำเต็มที่ทุกด้าน มีผลการปฏิบัติและสถิติการดำเนินคดีการค้ามนุษย์มากกว่าช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีการฟ้องคดีและศาลสั่งลงโทษมากขึ้น

เผยมะกันติดใจ 2 ประเด็นกดขี่แรงงาน

พล.ต.อ.ชัชวาลย์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ทาง การสหรัฐฯติดใจใน 2 ประเด็นคือ 1.การบังคับใช้แรงงานในเรือประมง ทางการไทยก็จัดให้มีศูนย์ช่วยเหลือประสานงานประมง นำร่องใน 22 จังหวัด คือ ฝั่งอ่าวไทย 16 จังหวัด ฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด อีกทั้งยังจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือชาวประมงในอ่าวไทย 5 ศูนย์ และอันดามัน 2 ศูนย์ 2.กรณีที่มีนายหน้าจัดหาแรงงานทำให้แรงงานเป็นหนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ทำข้อตกลงหรือเอ็มโอยูเพื่อป้องกันการเรียกค่านายหน้าและเอารัดเอาเปรียบแรงงาน

ผู้ตรวจแผ่นดินเตรียมถกช่วย “วีระ”

นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการช่วยเหลือนายวีระ สมความคิด จากเรือนจำเปรย์ซอร์ ประเทศกัมพูชาว่า วันที่ 17 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เชิญผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ กรมราชทัณฑ์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มาหารือเพื่อดำเนินการช่วยเหลือนายวีระ ที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเปรย์ซอร์ ตามคำร้องของนางพิศอำไพ สมความคิด ภรรยานายวีระ โดยนายวีระถูกคุมขังในเรือนจำเปรย์ซอร์ ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลาเกือบ 4 ปีแล้ว อย่างไรก็ตามผู้ตรวจการแผ่นดินคงต้องรับฟังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนว่า ที่ผ่านมานั้นได้ดำเนินการไปถึงไหนอย่างไร อุปสรรคข้อขัดข้องที่ผ่านมามีอะไรบ้าง รวมทั้งข้อกฎหมาย แนวนโยบายและข้อปฏิบัติระหว่างประเทศ

ปชป.เชียร์ ป.ป.ช.ติดดาบปราบโกง

อีกเรื่องหนึ่ง นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส. พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.จะเสนอแก้ไขกฎหมายป.ป.ช.ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มอำนาจ ป.ป.ช.ในการสอบภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตด้วยว่า สนับสนุนแนวคิดนี้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะชัดเจนว่า การทุจริตในโครงการของรัฐส่วนใหญ่ องค์ประกอบหลักที่เกี่ยวข้องในการคอร์รัปชันคือ ฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการประจำเลวๆบางส่วน และเอกชนที่วิ่งเข้ามารับงาน เป็น 3 ประสาน ซึ่งกฎหมาย ป.ป.ช.ที่มีผลบังคับใช้อยู่ปัจจุบันนี้ให้อำนาจ ป.ป.ช.สอบแค่ฝ่ายการเมืองและข้าราชการที่เกี่ยวข้อง หากมีการเสนอให้ คสช.นำไปปรับเปลี่ยนแก้ไขเพิ่มอำนาจในการเรียกสอบฝ่ายเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเชิงการให้ข้อมูลแวดล้อมและบริษัท หรือเครือข่ายเอกชนที่ไปร่วมรับงานหรือร่วมเครือข่ายการโกงด้วยก็จะครบวงจร

จี้สอบ ขรก.ใช้งบเอ็นเตอร์เทน

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อยากเสนอให้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เปิดศูนย์ร้องเรียนแจ้งเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันของข้าราชการ รวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบการใช้สนามกอล์ฟของบรรดาข้าราชการ เพราะหลังเกิดกรณีนายประสิทธิ์ ศิริภากรณ์ อัยการพิเศษฝ่ายสัญญาและหารือ 3 ใช้จ่ายเงินของบริษัท ทีโอที เป็นค่ารับรองกรรมการเพื่อความบันเทิงที่สโมสรราชพฤกษ์ (บริษัทนอร์ธ ปาร์ค กอล์ฟแอนสปอร์ตคลับ จำกัด) เป็นจำนวนเงินกว่า 1 ล้านบาท ก็ควรดูสโมสรสนามกอล์ฟที่อื่นด้วย ว่ามีข้าราชการไปใช้บริการในลักษณะนี้หรือไม่ เพราะเคยเห็นข้าราชการ หรือคณะกรรมการองค์กรอิสระบางคนไปเล่นกอล์ฟวันธรรมดาที่ปฏิบัติราชการ อาจเป็นการหนีราชการหรือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม โดยหากต้องการทราบรายละเอียดสามารถเรียกตนไปให้ข้อมูลได้

“อุ๊งอิ๊ง” โพสต์ไอจีคู่พ่อที่สิงคโปร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนเล็กของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพและข้อความลงบนอินสตาแกรมส่วนตัวชื่อ @ingshin21 โดยเป็นภาพ พ.ต.ท.ทักษิณกำลังโอบไหล่กอด น.ส.แพทองธาร ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ส่วนข้อความ น.ส.แพทองธารระบุว่า “Singapore, the place I found love...” หรือ สิงคโปร์ สถานที่ที่ฉันได้พบรัก

“สุเทพ” โผล่ร่วมยินดี “น้องตั๊น”

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ได้เข้ารับผ่าตัดหัวไหล่ขวาจากอาการเส้นเอ็นขาด และเดินทางออกจากโรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นนายสุเทพก็ได้เก็บตัวมาตลอด กระทั่งวันเดียวกันนี้นายสุเทพ พร้อมนายเอกนัฎ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.เดินทางไปยังอาคาร สำราญราษฎร์บริรักษ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร่วมแสดงความยินดีกับ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร หนึ่งในแกนนำ กปปส.ที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร รัฐศาสตรมหาบัณฑิต ซึ่งนายสุเทพยังคงใส่ที่คล้องแขนด้านขวาเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บหลังการผ่าตัด และมีสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับทักทายประชาชนที่มาร่วมงานจำนวนมาก

นิด้าโพลชี้ปฏิรูปการเมืองต้องมาก่อน

วันเดียวกัน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “คสช.กับการปฏิรูปประเทศ” จากประชาชนทั่วประเทศ รวม 1,446 หน่วยตัวอย่าง จากผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการเร่งดำเนินการปฏิรูปประเทศไทยในด้านต่างๆ ของ คสช.พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.11 ระบุว่าควรปฏิรูปด้านการเมือง เช่น ระบบการเลือกตั้ง การถ่วงดุลอำนาจ จริยธรรมนักการเมือง เป็นต้น รองลงมาร้อยละ 35.82 เห็นว่าควรปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การคมนาคม การขนส่ง ร้อยละ 35.27 ควรปฏิรูปด้านเศรษฐกิจเพื่อการกระจายรายได้ การลดความเหลื่อมล้ำ ร้อยละ 29.60 ควรปฏิรูปด้านสิ่งแวดล้อม และร้อยละ 24.62 เห็นว่าควรปฏิรูปด้านสังคม เช่น การแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการศึกษา ปัญหาสาธารณสุข ร้อยละ 23.44 ควรปฏิรูประบบยุติธรรม เช่น ศาล อัยการ ตำรวจ ขณะที่ร้อยละ 22.13 ควรปฏิรูประบบราชการ

10 ความสุขที่คนไทยได้จาก คสช.

นอกจากนี้ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,634 คน เรื่องความสุขที่ประชาชนได้รับจาก คสช. โดย “10 ความสุข” ที่ประชาชนได้รับจาก คสช.อย่างเป็นรูปธรรม ปรากฏว่า อันดับ 1 ร้อยละ 93.09 การชุมนุมของฝ่ายต่างๆ ยุติทำให้บ้านเมืองสงบสุข อันดับ 2 ร้อยละ 87.12 สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติสามารถไปเรียนไปทำงานได้ อันดับ 3 ร้อยละ 85.99 นโยบายลดค่าครองชีพ ชะลอการขึ้นราคาแก๊สและน้ำมัน ส่วนอันดับ 4 ร้อยละ 84.29 โครงการจำนำข้าว จ่ายเงินให้กับเกษตรกร อันดับ 5 ร้อยละ 80.24 แก้ปัญหาเศรษฐกิจ กระตุ้นการค้าการลงทุน อันดับ 6 ร้อยละ 77.32 การขจัดคอร์รัปชัน เริ่มตรวจสอบการทุจริต อย่างจริงจังเป็นรูปธรรมมากขึ้น อันดับ 7 ร้อยละ 73.53 ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นในการทำงานของคสช.ที่ประกาศออกมาให้ทราบโดยทั่วกัน อันดับ 8 ร้อยละ 73.14 ชีวิตปลอดภัยมากขึ้น ทหารดูแลอย่างดี อันดับ 9 ร้อยละ 71.96 ปราบปรามโจรผู้ร้าย ยาเสพติดและอาวุธเถื่อน และอันดับ 10 ร้อยละ 71.31 มอบของขวัญ คืนความสุขให้ประชาชน ดูฟุตบอลโลก ดูหนังพระนเรศวรฟรี และการจัดกิจกรรมคืนความสุขให้ประชาชนกระจายไปทุกจังหวัด

ให้คะแนนความสุข 7 เต็ม 10

มาสเตอร์โพลล์ ชมรมนักวิจัยไทยความสุขชุมชน เปิดเผยผลสำรวจเรื่องความสุขมวลรวมของคนไทยภายหลังมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ 1,209 ครัวเรือน พบว่า หลังจากมี คสช. ประชาชนร้อยละ 80.8 ระบุมีความสุขเพิ่มขึ้น ในที่ร้อยละ 19.2 มีความสุขลดลง เมื่อสอบถามความคิดเห็นของตัวอย่างถึงความสุขที่มีอยู่ในวันนี้พบว่า ร้อยละ 53.3 ระบุมีความสุขมาก ร้อยละ 28.2 ระบุปานกลาง ร้อยละ 11.5 ระบุมีความสุขมากที่สุด ร้อยละ 5.8 ระบุน้อย และร้อยละ 1.2 ระบุไม่มีความสุขเลย โดยคะแนนเฉลี่ยความสุขโดยภาพรวมเท่ากับ 7.0 จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน