วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ห้อยางระเบิด พลิกดับ7ศพ

รถขนเขมรกลับบ้าน-เจ็บอีก13

สยองรถกระบะซิ่งพาเขมรกลับประเทศพลิกคว่ำตาย 7 ศพ บาดเจ็บระนาว 13 คน ทั้งหมดไปทำงานก่อสร้างใน จ.สมุทรปราการ เกิดผวานโยบายจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวของ คสช. เลยว่าจ้างรถคนละ 1,700 บาท ให้ไปส่งชายแดน ระหว่างทางยางระเบิดเสยต้นไม้ดับคาซากพร้อมคนขับ ส่วนบรรยากาศหน้าด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีชาวกัมพูชาแห่กลับภูมิลำเนาจนล้นทะลักกว่า 10,000 คน เผยตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ส่งข้ามแดนไปแล้วกว่า 54,000 คน ขณะที่ทางการเขมรแฉตัวเลขพุ่งสูงกว่า 110,000 คนแล้ว

อุบัติเหตุรถกระบะบรรทุกชาวเขมรกลับบ้านหนีข่าวลือกวาดล้างแรงงานต่างด้าวของ คสช.เกิดยางระเบิดพลิกคว่ำตาย 7 ศพ บาดเจ็บกว่า 10 คน เกิดขึ้นเมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 14 มิ.ย. ร.ต.ท.สมมาศ เมืองมุสิก พนักงานสอบสวน สภ.ราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะขนแรงงานต่างด้าวพลิกคว่ำเสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายบริเวณถนนสาย 304 กบินทร์บุรี-ฉะเชิงเทรา หมู่ 5 ต.เมืองใหม่ อ.ราชสาส์น ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ประภาส เหมือนปิ๋ว ผกก.สภ.ราชสาส์น พ.ต.ท.สมชาย ผ่องใส รอง ผกก.ป. แพทย์ รพ.ราชสาส์น และมูลนิธิกู้ภัยพนมสารคาม

ที่เกิดเหตุอยู่ฝั่งมุ่งหน้าไป อ.พนมสารคาม พบรถกระบะอีซูซุ แค็บ ติดหลังคาแครีบอย สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บท 7856 สระแก้ว ชนต้นไม้พังยับเยินทั้งคัน ยางล้อหลังซ้ายแตก ภายในซากรถพบผู้เสียชีวิต 6 ศพ 1 ในนั้นเป็นคนขับทราบชื่อนายสุที นามลักษ์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 420 หมู่ 10 ต.บึงมูล อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่วนอีก 5 ศพ เป็นชาวกัมพูชา เป็นชาย 1 ศพ และหญิง 5 ศพ นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บเป็นชาวกัมพูชาอีก 14 คน จึงลำเลียงส่งโรงพยาบาลพนมสารคาม และเสียชีวิตเพิ่ม 1 ศพ

สอบสวนทราบว่า นายสุทีรับจ้างพาแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาจากแคมป์คนงานก่อสร้างคอนโดมิเนียมใน จ.สมุทรปราการ มุ่งหน้าไปชายแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เนื่องจากช่วงนี้มีการกวดขันจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำให้แรงงานเขมรกลัวจะถูกกวาดล้างจับกุม โดยยอมจ่ายค่ารถคนละ 1,700 บาท เดินทางกลับประเทศกัมพูชา ขณะวิ่งมาถึงจุดเกิดเหตุยางรถเกิดระเบิด รถเสียหลักพลิกคว่ำชนต้นไม้ข้างทาง เป็นเหตุให้คนขับและแรงงานเขมรเสียชีวิตและบาดเจ็บยกคัน

ต่อมาช่วงสายวันที่ 15 มิ.ย. พล.ต.ต.ศานิตย์ มหาถาวร รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 เดินทางไปที่ สภ.ราชสาส์น เพื่อติดตามการสอบสวนถึงสาเหตุของอุบัติเหตุดังกล่าว พร้อมสั่งกำชับให้ พ.ต.อ.ประภาส เหมือนปิ๋ว ผกก.สภ.ราชสาส์น และพนักงานสอบสวนสอบปากคำแรงงานเขมรที่ได้รับบาดเจ็บรวมทั้งประสานทางโรงพยาบาลตรวจเลือดคนขับรถที่เสียชีวิตเพื่อหาสารเสพติดและแอลกอฮอล์ในร่างกายก่อนสรุปสาเหตุต่อไป

ส่วนบรรยากาศการเดินทางกลับของชาวกัมพูชา บริเวณอาคารอเนกประสงค์ และอาคารสยามมินทร์ หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยังมีชาวเขมรที่ไปทำงานอยู่ตามสถานที่ต่างๆทยอยกลับภูมิลำเนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ผลักดันกลับตามขั้นตอน โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ชาวเขมรกว่า 3,000 คนนั่งรถไฟสายกรุงเทพฯ-อรัญประเทศ มาลงที่สถานีรถไฟอรัญประเทศ แต่เป็นช่วงด่านปิดไปแล้ว ทหารและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองต้องจัดหาที่พักและจัดอาหารน้ำดื่มมาให้ตามหลักมนุษยธรรมเพื่อรอขบวนการส่งกลับในตอนเช้า

จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทราบว่า ขณะนี้มีแรงงานชาวกัมพูชารอส่งกลับกว่า 10,000 คน จนล้นห้องกักกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานกันอย่างหนัก ส่วนคนที่ผ่านการคัดแยกและลงบันทึกเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำขึ้นรถยนต์ไปส่งที่ด่านพรมแดนฝั่งปอยเปต โดยมีทหารกัมพูชานำรถมาคอยรับกว่า 100 คัน โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.เป็นต้นมามีชาวกัมพูชาเดินทางกลับไปแล้วกว่า 54,000 คน และยังเหลืออีกไม่มากแล้ว คาดว่าภายใน 2-3 วันนี้ ชาวเขมรจะเดินทางกลับประเทศกันหมด

ขณะเดียวกันมีแรงงานเขมรผิดกฎหมายจำนวนมากพยายามลักลอบข้ามชายแดนบริเวณตะเข็บหลังตลาดโรงเกลือ แต่ถูกทหารพรานไทยสั่งปิดตายไม่สามารถเล็ดลอดออกไปได้ ทำให้ในช่วงเช้ามีชาวเขมรกว่า 200 คนที่พยายามหลบหนีข้ามแดนยอมออกมามอบตัวกับ ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา

ขณะนำกำลังตั้งด่านบริเวณจุดตรวจร่วม อ.05 หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ โดยยอมให้เจ้าหน้าที่จับไปสอบสวนทำประวัติเพื่อส่งตัวกลับประเทศกัมพูชาต่อไป

ส่วนที่ตลาดปอยเปต ฝั่งกัมพูชา บรรดาพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาต่างวิตกกังวลความสัมพันธ์ของไทย-กัมพูชา เกรงเกิดความไม่เข้าใจกัน สาเหตุมาจากสื่อกัมพูชา โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์บางฉบับพาดหัวข่าวแรงมาก โดยนายเยาะ ยาน อายุ 43 ปี พ่อค้าชาวกัมพูชาที่นำเข้าสินค้าจากไทย เผยว่า ขณะนี้หนังสือพิมพ์กัมพูชาพาดหัวแรงมาก เช่น “ไทยเนรเทศแรงงานเขมร” หรือ “ไทยไล่ส่งแรงงานเขมร” กลัวว่าจะเกิดการเข้าใจผิดกันทำให้เหตุการณ์บานปลายได้ ชาวกัมพูชาหลายคนวิตกกังวลเรื่องนี้กลัวจะกระทบความสัมพันธ์ และยอมรับว่าทุกวันนี้มีชาวกัมพูชาลักลอบเข้าไปทำงานในประเทศไทยมาก แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีเหมือนเป็นการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวไปในตัว เพราะไทยและกัมพูชาจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในอีก 1 ปีข้างหน้า การทำอะไรให้ถูกกฎหมายก็เป็นเรื่องที่ดี

ด้านสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานวันเดียวกันว่า นายกอร์ สัม สารวต ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตีย เมียนเจย ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของกัมพูชา ระบุว่า นับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วจนถึงวันที่ 15 มิ.ย. คนงานกัมพูชาในไทยแห่กลับบ้านมากกว่า 110,000 คน เพราะกลัวถูกปราบปราม หลังเกิดรัฐประหาร หลายคนถูกส่งมาที่พรมแดนโดยทหารไทย คนงานเหล่านี้กลัวถูกจับหรือถูกยิงถ้าหลบหนี ขณะเจ้าหน้าที่ไทยเข้าตรวจค้นที่พัก และส่วนใหญ่อยากทำงานในไทยโดยไม่ต้องมีใบอนุญาต และว่าคลื่นคนงานแห่กลับบ้านครั้งนี้ไม่ต่างกับเขื่อนแตก ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์กัมพูชา ขณะที่นายโสม จันเกีย ผู้ประสานงานกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชน “แอ็ดฮ็อค” ที่ได้พบปะกับแรงงานที่พรมแดน เผยด้วยว่า ยอดคนงานกัมพูชาอพยพกลับบ้านเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยเมื่อเช้านี้มาที่ด่านปอยเปตนับพันคน

เย็นวันเดียวกัน มูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งมีชาวกัมพูชาหอบกระเป๋าเสื้อผ้าสัมภาระเดินอยู่ริมถนนสาย 304 บ้านคลองรั้ง ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จึงไปช่วยเหลือ พบชาวเขมรชายหญิง 15 คน และเด็กอีก 6 คน จึงพาส่งตำรวจ สภ.ศรีมหาโพธิ ที่จุดสกัดประสพโชค สอบถามนายรจนา อายุ 36 ปี ชาวกัมพูชา ทราบว่า พวกตนทำงานก่อสร้างย่านนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ช่วงนี้ทางบ้านเป็นห่วง กลัวหากทำงานต่อจะโดนทหารและตำรวจจับ เลยตัดสินใจกลับบ้าน นั่งรถโดยสารประจำทางสายระยอง-นครราชสีมา จากสถานีขนส่งจังหวัดระยอง คนขับเรียกคนละ 300 บาท ค่าสัมภาระอีก 300 บาทไปลงที่สถานีขนส่งกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี แล้วบอกมีรถปิกอัพรับไปที่ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว แต่จู่ๆก็บอกให้ลงบริเวณดังกล่าวเพื่อไปต่อรถปิกอัพแต่คนขับรถคิดเงินอีกคนละ 600 บาท ทำให้มีเงินไม่พอ จึงขอให้มูลนิธิฯแจ้งตำรวจช่วยเหลือให้ได้กลับกัมพูชา

สยองรถกระบะซิ่งพาเขมรกลับประเทศพลิกคว่ำตาย 7 ศพ บาดเจ็บระนาว 13 คน ทั้งหมดไปทำงานก่อสร้างใน จ.สมุทรปราการ เกิดผวานโยบายจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวของ คสช. เลยว่าจ้างรถคนละ 1,700 บาท 16 มิ.ย. 2557 08:09 16 มิ.ย. 2557 08:18 ไทยรัฐ