วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โค้งสุดท้ายซิมดับ กสทช.เอาอยู่มั้ย

โดย

ดร.สมเกียรติ  -  พ.อ.เศรษฐพงศ์

วันที่ 15 กันยายน 2557...อีกราวๆ 3 เดือนที่จะถึงนี้เป็นวันสุดท้าย ของ “มาตรการคุ้มครองผู้บริโภค” ที่จะโอนย้ายสิทธิ์...ก่อนที่จะหมดสิทธิ์ เข้าสู่โหมด “ซิมดับ” ของจริง

สิทธิ์ที่ว่านี้ถือว่าอยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของผู้ที่ยังค้างการโอนย้ายเลขหมายโทรศัพท์มือถือในระบบคลื่น 1800 MHz ที่ยังมีอยู่ไม่ใช่น้อยๆ

ข้อมูลจำนวนผู้ใช้บริการคงเหลือ ณ วันที่ 30 เมษายน 2557 บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือดีพีซี อยู่ที่ 5,950 เลขหมาย...บริษัท ทรูมูฟฯ จำนวน 9.5 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็นประเภทรายเดือนราว 40,000 เลขหมาย และประเภทเติมเงิน 9.01 ล้านเลขหมาย...

ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ใช้แบบเติมเงินที่มีการใช้งานเป็นประจำทั้งสิ้น 6.29 ล้านเลขหมาย

ประเด็น “ซิมดับ” มาตรการคุ้มครองผู้บริโภค ถูกพูดถึงกันมานานแล้ว แต่ก็มีปัญหาในทางปฏิบัติ ยังมีผู้ใช้บริการค้างอยู่ในระบบอย่างที่เห็น

ปัญหามีว่า กสทช.ดำเนินการประชาสัมพันธ์เข้าถึงผู้ใช้บริการมากน้อยแค่ไหน?

สุ้มเสียงจาก พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) สะท้อนเชิงชี้แจงว่า ผู้ใช้เลขหมายคลื่นความถี่ 1800 ส่วนใหญ่เป็นลักษณะการใช้งานโทร.ออก...รับสาย และส่งเอสเอ็มเอส (SMS) เป็นหลัก การใช้งานไม่สลับซับซ้อน ไม่ใช่การส่งภาพหรือใช้อินเตอร์เน็ต

ปัญหา คือ ผู้ใช้เลขหมายบางคนไม่ได้เป็นคนซื้อโทรศัพท์หรือดำเนินการเอง เช่น ลูกซื้อให้พ่อ...แม่ คนใช้งานอาจไม่ได้ใส่ใจหรือติดตามข่าวสารว่าเลขหมายของตัวเองอยู่ในข่ายที่ต้องโอน

“ด้วยระยะเวลาที่เหลืออีกประมาณ 3 เดือนเศษ หากทยอยโอนย้าย

เลขหมายก็จะสามารถทำได้ทัน แต่หากรอเวลาแล้วไปเร่งทำการในช่วงใกล้ๆถึงกำหนด คิดว่าคงไม่สามารถทำการได้ทัน อาจจะต้องมีผู้ใช้หลายรายเกิดอาการซิมดับจริงๆ”

จะด้วยเป็นการออกตัวล่วงหน้าหรือไม่ก็ตามแต่ ที่แน่ๆ...ที่ผ่านมา กสทช.ดำเนินการกับเรื่องนี้อย่างไรบ้าง จริงจัง จริงใจที่จะแก้ปัญหาซิมดับกี่มากน้อย

เห็นผ่านตากันแค่ไหนกับการที่ กสทช.ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูล และการเสนอแนะให้เจ้าของเลขหมายและประชาชนทั่วไป ตรวจสอบดูว่า...ตัวเองอยู่ในข่ายหรือไม่? หากใช่ก็ให้รีบดำเนินการโอนย้ายเลขหมายโดยทันที...

ถ้าเจ้าของเบอร์รับรู้ ก็จะรู้ว่า...หากชะล่าใจ รอเวลาไปโอนใกล้ๆช่วงเวลาเส้นตาย มาตรการเยียวยาผู้ใช้คลื่นใน 15 กันยายน 2557 ก็จะสุ่มเสี่ยงเกินไป ด้วยขีดความสามารถในภาคปฏิบัติ การโอนย้ายเลขหมายปัจจุบัน...มีเพดานอยู่ที่ 60,000 รายต่อวันก็เต็มที่แล้ว

ดูจากตัวเลขผู้ค้างโอนที่ยังเหลืออยู่แล้ว แน่นอนว่า...ถ้าจะเร่งการโอนกันเต็มกำลังความสามารถ นับจากวันนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายของมาตรการเยียวยา ก็เรียกว่า...ฉิวเฉียดทีเดียว

แจกแจงรายละเอียด...อย่างที่ทราบกันดีว่า ภายหลังสัญญาสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบเซลลูลาร์ DIGITAL PCN PERSONAL COMMUNICATION NETWORK 1800 ที่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ทำไว้กับบริษัท ไวร์เลส คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (บริษัท ทรูมูฟ จำกัด) และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (GSM1800) สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2556

จนถึงวันนี้ผ่านมาเกือบ 9 เดือนแล้ว แต่ตัวเลขผู้ใช้บริการที่มีการใช้งานเป็นประจำที่ยังคงค้างในระบบยังมีถึง 9 ล้านราย

ขั้นตอนปฏิบัติเป็นประเด็นน่าสนใจ...ถึงแม้ว่าบริษัทผู้ให้บริการทั้ง 2 ราย ได้ประกาศแจ้งให้ลูกค้าทราบแล้ว ถึงการสิ้นสุดการให้บริการคลื่น 1800 โดยทำในหลายช่องทาง ทั้งเว็บไซต์ GSM 1800 และ true move...ทั้งโดยจดหมายแนบบิลค่าใช้บริการโทรศัพท์และผ่านระบบ SMS ของผู้ใช้บริการ รวมถึงการทำโปรโมชั่นทางการตลาด การให้ส่วนลดตัวเครื่อง โปรโมชั่นแพ็กเกจส่วนลดค่าบริการรายเดือน เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้โอนย้าย...

ทว่ายังมีปัญหา จำนวนผู้ใช้บริการยังไม่ย้ายระบบด้วยตัวเลขที่สูงลิ่ว ซึ่งปัญหาอาจเกิดจากหลายปัจจัย...บางคนไม่สนใจ บางส่วน...ผู้ใช้ไม่ได้ซื้อ ผู้ซื้อไม่ได้ใช้

ขนาดที่ว่า...ผู้ให้บริการหรือโอปะเรเตอร์ทั้ง 2 ค่าย นำเสนอให้สิทธิ์ในการอัพเกรดในเครือข่ายเดียวกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แถมเสนอโปรโมชั่นต่างๆนานา หรือ...หากไม่พอใจ ลูกค้าต้องการย้ายค่ายเบอร์เดิมก็สามารถทำได้เช่นกัน ด้วยการเสียค่าธรรมเนียมเพียง 29 บาท

อาจเป็นไปได้ว่า...ในภาวะการตลาดที่แข่งขันกันดุเดือด ตัวเลือกมีมาก ผู้ใช้บริการบางรายอาจรอโปรโมชั่นดีที่สุด ในช่วงโค้งสุดท้ายที่ท้ายที่สุดจริงๆ...เพราะนอกจากไม่เสียค่าโอนแล้ว อาจมีของแถมต่างๆมายั่วใจก็เป็นได้

ย้อนวันวานยังหวานอยู่ กสทช.ถูกตั้งขึ้นในปลายปี 2554 เริ่มทำงาน ...ในเดือนเมษายนปี 2555 มีการประกาศแผนแม่บทระบุว่า “จะต้องคืนคลื่น เมื่อถึงเวลาหมดอายุสัมปทาน” ซึ่งสอดคล้องกับข้อกำหนดของ กฎหมาย กรณีคืนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ก็เพื่อเอาไปประมูลเพื่อใช้บริการในระบบ 4G

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานทีดีอาร์ไอ ชี้ว่า กรณีคืนคลื่น 1800 MHz เป็นประเด็นสาธารณะ ไม่ใช่ประเด็นส่วนตัว ช่วงเวลานั้นราวๆเดือนมีนาคม 2556 กสทช.ก็บอกว่าไม่สามารถเอาคลื่นความถี่นี้ไปประมูลได้ทัน กระทั่งมีมติตามมาว่า จะมีการขยายบริการต่อไปตามสัญญาสัมปทาน...ให้ยืดการให้บริการต่อไป

แม้ว่าจะใช้คำว่า “เยียวยาผู้ใช้บริการ” ก็ตามที เพื่อไม่ให้ผู้ใช้บริการต้องเดือดร้อน แต่ในความเป็นจริงถ้าทำตามอนุกรรมการที่ได้ศึกษามาตั้งแต่แรก ปัญหาต่างๆเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น

คณะอนุกรรมการได้แนะนำให้ กสทช.ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการได้ทราบว่าสัญญาสัมปทานกำลังจะหมด ลูกค้าจะได้ค่อยๆทยอยกันย้ายไปใช้ผู้ให้บริการใหม่ แล้วขณะเดียวกันก็ให้ กสทช.เตรียมการประมูลคลื่น 1800 ก่อนที่สัญญาสัมปทานจะหมดอายุ

เมื่อมีการประมูลใหม่จะได้มีการโอนย้ายกันได้ราบรื่นมากขึ้น และเสนอด้วยว่าให้มีการโอนย้ายผู้ใช้บริการขนานใหญ่หมายถึงโอนย้ายได้ครั้งละมากๆเป็นแสนรายในแต่ละวัน ไม่ใช่แค่หลักพัน...หลักหมื่นราย

ที่สำคัญ นับตั้งแต่ประกาศแผนแม่บท มาจนถึงวันที่มีมติ กสทช.ทราบเรื่องนี้มานานแล้วกว่าปี (420 วัน...ในตอนนั้น) คำถามมีว่าระยะเวลาขนาดนี้ ไม่พอเชียวหรือที่จะเตรียมการ แทนที่จะบอกว่า “ทำไม่ทัน”

ช่วงเวลานี้...แม้ว่าการเมืองจะเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การปฏิรูปสิ่งต่างๆมากมายเพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าพัฒนาต่อไปได้...สิ่งหนึ่งที่ กสทช. ต้องทำให้ชัดเจน คือ การเตรียมประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz ที่มีกำหนดจัดขึ้นราวเดือนสิงหาคม 2557 และพฤศจิกายน 2557...ต้องเดินหน้าต่อ

เมื่อถึงวันนั้น คลื่นเหล่านี้จะหมดอายุสัมปทาน กสทช.จะทำเหมือนวันวานยังหวานอยู่คงไม่ได้อีกแล้ว.

15 มิ.ย. 2557 11:25 15 มิ.ย. 2557 11:27 ไทยรัฐ