วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มหาโรรุวนรก สังฆาตนรก และกาฬสุตตนรก

พ.ศ.2554 ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ เป็นหัวหน้าโครงการศึกษาวิจัยเรื่อง “สภาพปัญหาด้านคุ้มครองแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยและแนวทางแก้ไข” ซึ่งศูนย์วิจัยนโยบายและการบริหาร วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา วิจัยเพื่อเสนอสำนักคุ้มครองแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน

รายงานฉบับสมบูรณ์ของโครงการนี้มีความหนาไม่ต่ำกว่า 700 หน้า ที่น่าอ่านมากก็คือ การคุ้มครองแรงงานต่างชาติของสหรัฐฯ แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี เวียดนาม อินโดนีเซีย และไต้หวัน นอกจากนั้น ยังพูดถึงสภาพปัญหาและการคุ้มครองแรงงานต่างด้าวในไทย และที่สำคัญ คณะวิจัยยังได้เสนอแนวทางและมาตรการในด้านการคุ้มครองแรงงานต่างด้าวเพื่อ “ลดปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการค้าเสรีระหว่างประเทศ”

ผู้อ่านท่านผู้เจริญ ผมเกิดและโตมาในสถาบันกวดวิชาบาลานซ์ (ติวเตอร์หมู) สมัยก่อนตอนที่ยังเป็นเด็กเล็กอยู่ ผมชอบติวเตอร์ท่านหนึ่งสอนหนังสือ เพราะมีเทคนิคการสอนที่ยอดเยี่ยมกระเทียมดอง นักศึกษาติดกันแจ ทุกหลักสูตรที่ติวเตอร์ท่านนี้สอน สัดส่วนของผู้ไปสอบเข้ารับราชการได้จะมีสูงมาก เกือบ 30 ปีต่อมา ติวเตอร์หนุ่มท่านนั้น วันนี้ เติบใหญ่กลายมาเป็น “ปลัดกระทรวงแรงงาน”

นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ที่พวกผมเรียกว่า “อาติ๊ก”ปีที่แล้ว พ่อผมสนทนากับอาติ๊กเรื่อง การคุ้มครองแรงงานต่างด้าวเพื่อลดปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ แต่ตอนนี้ ดูเหมือนจะช้าไปซะแล้วครับ เพราะหนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ได้ใช้เวลานานถึง 6 เดือน ส่งคนมาซ่อนตัวมาดูการใช้แรงงานต่างด้าวในกระบวนการผลิตของไทย และเตือนผู้บริโภคทั่วโลกให้ต่อต้านสินค้ากุ้งแช่แข็งของไทย ผลของการเตือนก็คือ พวกซุปเปอร์มาร์เกต ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งร้านเล็ก ร้านน้อยทั้งหลาย เริ่มแอนตี้ผลิตภัณฑ์ประมงจากประเทศไทย

หนึ่งในหลายตัวอย่างที่ นสพ.เดอะ การ์เดียน รายงานก็เช่น บริษัทผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่ของไทย และเป็นบริษัทผู้เลี้ยงกุ้งรายใหญ่ที่สุดของโลกได้สั่งซื้อ fish meal หรือปลาป่นเอาไปเลี้ยงกุ้งจากซัพพลายเออร์ที่เป็นเจ้าของธุรกิจหาปลาที่ใช้แรงงานทาส หรือซื้อมาจากเรือประมงที่ใช้แรงงานต่างด้าวอย่างหนักบนเรือ

นสพ.เดอะ การ์เดียนทำให้หลายกลุ่มออกแถลงการณ์ประณามการค้ามนุษย์และแรงงานทาสต่างด้าวในไทย ทำให้ร้านที่ซื้อกุ้งไทยไปขาย เริ่มพิจารณางดซื้อกุ้งแช่แข็งของไทย และหันไปซื้อกุ้งจากมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือแทน หรือเลือกซื้อกุ้งที่จับมาจากอ่าวดับลินในทะเลไอร์แลนด์ รวมทั้งจะหันไปซื้อผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่จับหรือเลี้ยงในประเทศอื่นที่มีกระบวนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสังคมและไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรง

ตอนนี้ มีแคมเปญต้านผลิตภัณฑ์ไทยออกมาเยอะมาก จากหน่วยงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและกลุ่มสิทธิมนุษยชน มากขนาดพื้นที่ในเปิดฟ้าส่องโลกนี่ ไม่พอเขียนดอกครับ ผมขอแนะนำให้ผู้อ่านท่านที่สนใจเข้าไปตามข่าวในสภาประมงเพื่อความยั่งยืนอังกฤษ, สถาบันความยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อม, แนวร่วมรณรงค์ด้านความยุติธรรมทางเศรษฐกิจ ฯลฯ

ผมภาวนาว่า อย่าให้มีผู้ใหญ่ของไทยท่านใด ออกมาให้สัมภาษณ์ในทำนองว่า “ไม่ซื้อก็ช่างหัวฝรั่งมันปะไร? เราปิดประเทศสัก 5 ปี 10 ปี ก็ไม่เห็นเป็นไร ประเทศไทยสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คนไทยไม่มีวันอดตาย”

ท่านให้สัมภาษณ์อย่างย่อหน้าข้างบนนี่ ไม่ได้เลยครับ เพราะทุกวันนี้ เงิน 100 บาทที่เราใช้จ่ายกันนั้น จำนวน 70-72 บาท เป็นรายได้มาจากการส่งออก

ถ้าส่งออกเจ๊ง เงินที่เหลือแค่ 28-30 บาท (จาก 100 บาท) นั้น คน 67 ล้านทั้งประเทศไม่พอใช้แน่ ความอดอยากจะมาเยือนถึงท้องของประชาชนคนไทยทุกคน

นี่เราโดนแค่เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน “บนเรือ”

ถ้าฝรั่งเอาเรื่อง “บนบก” ไปเล่นเมื่อไร รับรองว่า ยาดม ยาอม ยาหม่อง มีดพก กระจกเงา กระเป๋าหิ้ว แว่นตา นาฬิกา ฟันปลอม ของไทยอาจจะขายไม่ได้เลยสักชิ้น

วันนั้น ผู้คนในโรงงานอุตสาหกรรมจะมีสภาพเหมือนอยู่ในมหาโรรุวนรก โรงแรมจะกลายเป็นสังฆาตนรก และชุนชนของคนค้าขายจะกลายเป็นกาฬสุตตนรก

ขอท่านเตรียมใจเอาไว้ล่วงหน้าเถิด.

คุณนิติ นวรัตน์

15 มิ.ย. 2557 10:45 ไทยรัฐ