วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตรงไปตรงมา

หลังการยึดอำนาจผ่านไป 3 สัปดาห์ สถานการณ์ตึงเครียดก็เริ่มผ่อนคลาย การใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นก็เริ่มลดระดับลง

ประกอบกับไม่พบการเคลื่อนไหวที่จะก่อความวุ่นวาย และไม่ปรากฏสิ่งบอกเหตุที่จะนำไปสู่ความรุนแรง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หน.คสช.จึงเห็นสมควร “ยกเลิกประกาศเคอร์ฟิว” เพื่อคืนสิทธิเสรีภาพให้คนไทยทั่วประเทศกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ 100 เปอร์เซ็นต์

ใครอยากออกไปสูดอากาศนอกบ้านยามวิกาลก็เชิญตามสบาย

ใครจะทำมาค้าขายก็เชิญได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่ามาตรการเคอร์ฟิว เป็นตัวชี้วัดสถานการณ์บ้านเมืองโดยตรง

การยกเลิกเคอร์ฟิวชี้ว่าสถานการณ์ขณะนี้ “นิ่ง” ในระดับน่าพอใจ

อย่างไรก็ตาม...การยกเลิกเคอร์ฟิว เป็นเพียงสัญญาณที่ดีในระยะสั้นเท่านั้นเอง

แต่สัญญาณที่ดีอย่างยิ่ง ดีที่สุดตั้งแต่ คสช.ยึดอำนาจการปกครอง

คือประกาศ คสช.ฉบับที่ 63/2557 ลงวันที่ 12 มิถุนายน

เรื่องนโยบายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม

สรุปย่อๆว่าเนื่องจากที่ผ่านมาการทำหน้าที่ขององค์กรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม

ซึ่งทำให้เกิดความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคม

ดังนั้น เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมของรัฐ ดำเนินการอย่างถูกต้อง รวดเร็วและ เป็นธรรม เพื่อให้ประชาชนและนานาชาติ เกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย

คสช.จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่ากระบวนการยุติธรรมของรัฐจะต้องอำนวยความยุติธรรมต่อประชาชนทุกฝ่าย อย่างทั่วถึงเสมอภาคและเท่าเทียมกัน

คสช.จึงกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่า “ศาล” หรือองค์กรอิสระ เช่น “ป.ป.ช.” รวมทั้ง อัยการ, ตำรวจ, ดีเอสไอ ฯลฯ ต้องใช้อำนาจหน้าที่ด้วยความเที่ยงตรงและมีบรรทัดฐานที่ชัดเจน

โดยไม่เลือกปฏิบัติและเป็นไปตามหลักนิติธรรม

คสช. ย้ำว่า กระบวนการยุติธรรมของรัฐจะต้องหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆ

ที่อาจมีผลให้เกิดความเข้าใจผิด อันนำไปสู่ความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคมไทย

โอ้แม่เจ้า...อ่านแล้วซี้ดด์ด์สะใจจริงๆ

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำว่า ประกาศฉบับนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า คสช.กำลังปลดชนวนความแตกแยกของสังคมไทยได้ถูกต้อง ถูกที่ถูกทาง

นั่นคือ ทำให้กระบวนการยุติธรรม มีมาตรฐานเดียว!!

เพราะปัญหาความยุติธรรมสองมาตรฐาน หรือหลายมาตรฐาน หรือไม่มีมาตรฐาน ในช่วงที่ผ่านมาเป็นต้นเหตุทำให้สังคมไทยขัดแย้งแบ่งขั้วแบ่งฝ่ายจนไม่เหลือชิ้นดี

ฉะนั้น การจะทำให้สังคมไทยกลับ คืนสู่ความสมานฉันท์ ปรองดองอย่างยั่งยืน...

จึงต้องแก้ที่ “ต้นตอ” คือกระบวน การยุติธรรม

“แม่ลูกจันทร์” หวังว่าคำสั่ง คสช.ฉบับนี้ จะทำให้กระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ อำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม

โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง

แน่นอน...การตัดสินคดี ย่อมมีฝ่ายได้ประโยชน์และเสียประโยชน์

ย่อมมีฝ่ายที่พอใจและไม่พอใจเป็นธรรมดา

แต่...แต่ถ้าสังคมมั่นใจว่าผู้ที่ทำหน้าที่ตัดสินคดี มีความเป็นกลาง ไม่มี “อคติส่วนตัว” ปัญหาขัดแย้งก็จะไม่บานปลาย

สุดท้าย...ขอชื่นชม คสช.อีกครั้งที่กล้าพูดความจริง.

"แม่ลูกจันทร์"