วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อนุมัติแล้วงบฯ58 2.575ล้านล้าน

ยกเลิก‘เคอร์ฟิว’ทั่วปท. สั่งจัดระเบียบยุติธรรม

“บิ๊กตู่” อนุมัติวงเงินงบฯ 58 พุ่ง 2.575 ล้านล้านบาท สูงกว่างบฯ 57 อยู่ 5 หมื่นล้านบาท มอบนโยบายบิ๊ก ขรก. ใช้เงินโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน กำชับเข้มต้องปลดแอกนักการเมือง ห้ามปรึกษาหารือ หงุดหงิดสรุปตัวเลขเศรษฐกิจกระทบชิ่ง คสช. แจงคำสั่งเด้งไม่เจตนาล้างบาง แค่จัดระบบให้เข้าที่ ปัดทุ่มคืนความสุขจนสำลัก ยังไม่อนุมัติงบฯลงทุน 3 ล้านล้านบาท ย้ำมี สนช.-นายกฯ-ครม. ปลาย ส.ค. ไม่เกินต้น ก.ย. ขอเวลาทำปฏิรูปให้คู่ขัดแย้งไปว่ากันในสภา ขุดหลุมฝังจำนำข้าว-ประกันราคา สั่ง กษ.ดูมาตรการลดต้นทุนการผลิตทั้งระบบ อัดสวัสดิการชาวนาเต็มที่ ออกประกาศจัดระเบียบกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ ห้ามเลือกปฏิบัติ ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายเสมอภาค-เท่าเทียม โตโยต้าปักหลักฐานผลิตในไทย

จากข่าวดีที่ คสช.จะพิจารณาเพื่อยกเลิกกฎอัยการศึก ล่าสุดในการประชุมหัวหน้าส่วนราชการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ได้เปิดโรดแม็ประยะ 2 จะมี สนช. ตั้งนายกฯและ ครม.ไม่เกินต้นเดือน ก.ย. พร้อมกับอนุมัติวงเงินงบฯปี 58 ที่ 2.575 ล้านล้านบาท

“บิ๊กตู่” มอบนโยบายแผนงบฯ 58

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 มิ.ย.ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาหัวหน้าส่วนราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม เพื่อมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะรองหัวหน้า คสช. และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช.เข้าร่วมประชุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกคนทราบดีถึงเหตุผลและความจำเป็นของ คสช. ปัญหาหลักคือการบริหารงานของข้าราชการประจำที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 11

ยันไม่เจตนาล้างบางแค่จัดระบบ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า อยากให้ทุกคนร่วมมือกันทำเพราะอยากทำ ทำเพราะเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยฟังเสียงประชาชนไทยทุกคน เราจะสร้างอนาคตให้ลูกหลาน ถ้าไม่เริ่มต้นกันวันนี้ โอกาสจะไม่มีอีกแล้ว ก่อนหน้านี้หลายคนอาจไม่สบายใจที่ถูกกดทับ หรือถูกบังคับ เราจะไม่บังคับท่าน จะไม่ให้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การจะกล่าวหาผู้ใดว่าถูกหรือผิด หรือทุจริต ต้องอาศัยกระบวนการยุติธรรมให้ได้ข้อยุติ ในฐานะที่เป็นข้าราชการเช่นกัน จะใช้อำนาจของ คสช.เท่าที่จำเป็น สิ่งที่เกิดขึ้นอย่าคิดว่าพวกเราไปรังแกพวกท่าน ทำให้เสียขวัญกำลังใจ เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม จุดใดมีความขัดแย้งมากจำเป็นต้องขยับขยายชั่วคราว เพื่อให้งานใหม่เดินได้และพิสูจน์ตัวเองออกมา มีหลายคนไปวิตกกังวล หากท่านทำดีคงไม่มีใครไปทำอะไรได้

ยึด 4 หลักการกองทัพดูแล ขรก.

หัวหน้า คสช.กล่าวอีกว่า พวกเราไม่ได้เก่งกาจไปกว่าพวกท่าน เพียงแต่บริหารราชการในกองทัพด้วยความตั้งใจ เมื่อต้องมาดูแลข้าราชการก็จะใช้แนวทางเดียวกัน หลักการทำงานคือ 1.ผู้บังคับบัญชาต้องเข้าใจเรา 2.ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจเรา 3.เพื่อนร่วมงานเข้าใจเรา และ 4.กำลังพลได้รับประโยชน์ ในส่วนของข้าราชการต้องทำให้องค์กรมีความโปร่งใส มีคุณธรรม จริยธรรม ที่ผ่านมาเราไม่มีเวลาไปฟังชาวบ้านมากนัก ทำให้ข้อมูลไม่ครบ เช่นเดียวกับชาวบ้านที่ฟังข้อมูลไปไม่ครบ จึงทำให้เกิดปัญหาด้วยกันทั้งคู่ วันนี้เราต้องเดินหน้าไปหาและฟังทุกปัญหาของเขา อย่าคิดว่าเป็นเพียงเสียงส่วนน้อย ปัญหาทุกอย่างเกิดจากจุดเล็กจุดน้อยทั้งนั้น ตนเคยคุยกับข้าราชการบางท่าน เขาบอกว่าคนพวกนี้มาทุกปีไม่เป็นไรหรอกปีหน้าก็มาใหม่ ซึ่งตนคิดว่าจะเรื่องเล็กเรื่องน้อยก็น่ารำคาญ ฉะนั้นต้องไปหาสาเหตุว่าทำไมเขาถึงมา หากไม่ได้รับความเป็นธรรมจะดูแลตรงไหน เราต้องให้ความสนใจ

เซ็งปูดข่าวจับแรงงานต่างด้าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้มีการปล่อยข่าวทหาร ตำรวจจะไปจับแรงงานต่างด้าวทั่วประเทศ ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (กนร.) ที่มี พล.อ.ธนะศักดิ์เป็นประธานเพื่อจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ก็มีคนที่ไม่เข้าใจทำให้ตื่นตระหนกตกใจหลบหนี ทำให้ธุรกิจมีปัญหา จึงขอความร่วมมือ โดย กนร.จะเรียกประชุมอีกครั้งว่าจะจัดระบบกันอย่างไร นอกจากนี้ยังต้องเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและพื้นที่เศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทั้ง 2 อย่างเชื่อมโยงกัน ตนดูว่ามันยังไม่เป็นแนวทางเดียวกันจึงตั้งคณะทำงานขึ้นมาขับเคลื่อนทุกระบบทั้ง 3 เสาหลัก ไม่เช่นนั้นจะไม่มีความพร้อม ที่ผ่านมาทุกกระทรวงปฏิบัติงานได้ดี แต่ตนมองว่ามีบางอย่างที่น่าจะไปได้ ทั้งงานหลักและงานเสริม

ปัด คสช.คืนความสุขจนสำลัก

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า มาตรการที่ คสช. ทยอยออกมา ไม่อยากให้มองว่าเป็นมาตรการประชานิยม เช่น การชะลอเรื่องภาษี ที่อยู่ในขั้นตอนการปรับโครงสร้างใหม่ให้เกิดความเป็นธรรม ส่วนเรื่องพลังงาน เป็นการขอความร่วมมือจึงตรึงราคาไว้ก่อน ถือเป็นมาตรการชั่วคราวทั้งนั้น เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ไม่อยากให้มองว่า คสช.คืนความสุขจนสำลัก ถือเป็นเรื่องยากที่จะสั่งหรืออนุมัติเรื่องใดลงไป เพราะมีผลต่อระบบทั้งสิ้น อยากให้ทุกคนเข้าใจมองทุกมิติว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร ทุกคนต้องเสียสละใช้สติปัญญาภายใต้หลักการโปร่งใส มีประสิทธิภาพ รู้ผลสัมฤทธิ์ที่ยั่งยืน

ยังไม่อนุมัติงบฯลงทุน 3 ล้านล้าน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยืนยันว่าโครงการต่างๆ หากไม่ได้อนุมัติหรือมีลายเซ็นของตน ก็ยังไม่ใช่ทั้งสิ้น เช่น โครงการ 3 ล้านล้านบาท ยังไม่ได้อนุมัติเลย ต้องไปถามสำนักงบประมาณว่ามีเงินอยู่เท่าไหร่ คิดว่ามีบางคนปล่อยข่าวเพื่อให้ประชาชนเรียกร้อง และทำให้งานเราสะดุด อยากให้ช่วยกันอธิบายกับสังคมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง สำหรับนโยบายการจัดทำงบประมาณประจำปี 2558 ต้องตั้งเป้าให้ใช้จ่ายได้ตั้งแต่ต้นปี โปร่งใสทุกขั้นตอน ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.) เพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน ส่วนงบประมาณปี 2557 ที่ค้างอยู่ โครงการที่มีปัญหาอยู่ก็จะเข้าไปดู โครงการใหม่ที่เกิน 1,000 ล้านบาท ต้องไปดูในรายละเอียด ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.มา มีคนบอกปัญหากับตนมากจนเต็มลิ้นชักไปหมด ทั้งโทรศัพท์ คลิป ไม่ได้หลับไม่ได้นอน มีแต่ปัญหาที่ต้องแก้ ฉะนั้นจากวันที่ 22 พ.ค.ไป เราต้องมีความสุข หลายคนอาจเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อยากให้คนที่ไม่เห็นด้วยชะลอประชาธิปไตยเอาไว้ก่อน อยากให้ทุกคนร่วมมือกับตน เรื่องเก่าให้เป็นเรื่องเก่า เรื่องใหม่ให้เป็นเรื่องใหม่ หาแนวทางเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน รวมถึงจากนานาชาติกลับคืนมา

ตั้งวงเงินงบฯ 58 พุ่ง 2.575 ลลบ.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สำหรับวงเงินงบประมาณปี 2558 และยุทธศาสตร์ ตนได้อนุมัติไปแล้วจำนวน 2.575 ล้านล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ประมาณ 50,000 ล้านบาท หรือ 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น การทำงบประมาณครั้งนี้ต้องเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ หรือลดการรั่วไหล การใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น และจัดทำงบฯให้ตรงตามแผนงานที่วางไว้ มุ่งหวังไม่ให้ใช้จ่ายสิ้นเปลือง ต้องไม่เกินกรอบวินัยการเงินการคลังประเทศ รวมถึงขอให้ทำให้เกิดความชัดเจนเรื่องตัวเลขหนี้สาธารณะ เพื่อลดความหวาดระแวง อีกประเด็นคือการสรุปยอดตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาส วันนี้อยู่ในไตรมาสที่ 3 ตัวเลขที่ออกมาน่าตกใจ มาสรุปว่าการท่องเที่ยวลดลง เอาช่วงที่สถานการณ์ขัดแย้งและไม่ขัดแย้งมารวมกัน กลายเป็นว่า คสช.ทำให้มันลดลงใช่หรือไม่ ตนก็เสียหาย จากนี้อยากให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม สรุปผลการทำงานก่อนวันที่ 22 พ.ค. และหลังวันที่ 22 พ.ค.มาให้ตนด้วย

เสียงเข้มห้ามฟังนักการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีการเขียนแผนบริหารพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ไว้แค่ 5 ปี ท่านต้องมองไปถึง 10 ปีข้างหน้าว่าเราจะเป็นอย่างไร ประเทศมีอะไรบ้าง ฉะนั้น 2 แผนต้องเตรียมเชื่อมต่อกัน ความขัดแย้งทางการเมือง การแบ่งพวก แบ่งพรรค ส่งผลกระทบให้การจัดทำงบประมาณไม่ทั่วถึง อยากให้ทุกท่านเตรียมตัว เมื่อ คสช.ก้าวสู่ระยะที่ 2 ให้ไปปฏิรูปส่วนราชการของตัวเอง กำหนดระบบป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองมาก้าวล่วง มากดทับ ไม่ว่าจะนักการเมืองหรือใครไม่ต้องเพราะไม่ใช่หน้าที่ มันจบไปแล้ว ไม่ต้องไปปรึกษาเขา ตนทราบมาว่ามีการไปปรึกษาคนเก่าๆ ขอให้มาปรึกษาตน ไม่ต้องไปปรึกษาคนนอก ถ้าไปปรึกษาคนนอกก็ไปอยู่กับเขาเลย เตือนกันแล้วนะ และผมก็เตือนคนที่ให้คำปรึกษาด้วย ซึ่งท่านก็บอกว่าท่านหยุดแล้ว แต่ไม่รู้จะห้ามคนที่เขามาหาอย่างไร ผมเลยต้องห้ามทั้งสองทาง ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องนำหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปนำร่องปฏิบัติ และทำความเข้าใจกับประชาชน มีหลักการ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ที่ข้าราชการต้องจำได้ คือ 1.มีเหตุมีผล 2.พอประมาณ 3.มีภูมิคุ้มกันที่ดี ภายใต้เงื่อนไข ความรู้ และคุณธรรม

ลั่นต้องบริหารจัดการน้ำให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการบริหารจัดการน้ำ ก่อนจะทำอย่างอื่นให้นำงบประมาณเรื่องน้ำมาดูก่อน พร้อมหารือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องว่าใครจะทำงานหลักงานรอง วันนี้ขุดบ่อกันทั่วประเทศจนจะเดินตกบ่อตายกันอยู่แล้ว แต่ประชาชนก็ยังขาดน้ำ ฉะนั้นต้องบริหารจัดการน้ำให้ได้ ให้ประชาชนใช้น้ำเพียงพอต่อการบริโภค รวมถึงการเกษตร และจะนำงบที่เหลือจากปี 57 มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ดีกว่าไปดูงานต่างประเทศ รถยนต์ประจำตำแหน่งก็ไม่ต้องซื้อ เรื่องการแบ่งโซนนิ่งการเกษตรก็เช่นกัน ต้องมีสัดส่วนการปลูก ให้กลับไปคิดกันว่าจะทำกันอย่างไร อยากให้คิดเรื่องที่เป็นไปได้ รวมถึงการวางผังเมือง ติไปว่าน่าจะยุบกรมผังเมือง เพราะสับสนมาก อยากให้ตีกรอบเมืองใหญ่ เมืองเก่า ค่อยๆทำไปให้เป็นวัฒนธรรมไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว

มีฝ่ายบริหารไม่เกินต้น ก.ย.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ไม่รู้ว่าเป็นช่วงฮันนีมูนพีเรียดหรือเปล่า แต่ตนพยายามทำให้นานก็แล้วกัน บ้านเมืองเราต้องแก้ไขด้วยการเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ไม่ใช่แค่เลือกตั้งอย่างเดียว แล้วมาฆ่ากันทั่วเมือง พูดไปก็หาว่าแก้ตัว ไม่อยากเลยจริงๆ เดิม ก็ทรมานอยู่แล้วไม่มีความสุข ตอนนี้ยิ่งไม่มีกว่าเดิมอีก เพราะกดดันด้วยเวลา สถานการณ์ต่างประเทศ ในประเทศ คิดทุกอย่างเก็บทุกเม็ดมาแก้ ทุกอย่างก็รุมเร้า แผนการทำงาน คสช. มี 3 ขั้นตอน คือ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ส.ค. ต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อยภายใน 3 เดือน ทั้งร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราว การตั้ง สนช. และตั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และบริหารราชการ คิดว่าน่าจะตั้งรัฐบาลได้ปลาย ส.ค. หรือต้นก.ย. ต้องเผื่อเวลา 15 วัน เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย หลังจากมีรัฐบาลแล้วจึงเดินหน้าทำงานและตั้งสภาปฏิรูป โดยจะนำทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคู่ขัดแย้งไปรวมกันและคัดกันออกมาเป็นสภาปฏิรูป

ฝังจำนำข้าว-ประกันราคาลงหลุม

หัวหน้า คสช.กล่าวว่า ขอกระทรวงเกษตรฯรับไปดูแลทบทวนตรวจสอบสหกรณ์ทั้งระบบ เพราะมีข้อมูลบางกรณีไม่ดีนัก เป็นไปได้หรือไม่ว่าไม่มีการประกันราคาข้าว ไม่มีการจำนำข้าวอย่างแน่นอน ถ้ามีแล้วโปร่งใส ประชาชนได้รับจริงๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ขอให้พิสูจน์มา วันหน้าค่อยว่ากันใหม่ แต่วันนี้ไม่มีแน่นอนไม่ต้องมาพูดกับตนอีก ไม่ว่าจะเป็นจำนำข้าวหรือประกันราคา มีแต่จะทำอย่างไรให้ลดต้นทุนการผลิต ตั้งแต่การเช่านา นายทุนต่างๆก็ต้องช่วยกัน ต้องส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากกว่าปุ๋ยเคมี อยากให้ไปคิดริเริ่มธนาคารข้าวในทุกพื้นที่ ชาวนาสามารถ เบิกยืมเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยเคมีได้ เหมือนกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ต้องคิดเรื่องนี้ให้เร็ว ลดการเอาเปรียบของพ่อค้าคนกลาง ตลาดกลางเกษตรไปทำโดยตรงหรือให้ชาวนาชาวไร่จัดขึ้นมาเองตามแนวทางที่เขาอยากจัด

แต่ดูแลสวัสดิการชาวนาเต็มที่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับด้านอุตสาหกรรม ประเทศเราไม่ได้อะไรมาก แต่ได้แรงงานเข้าไปทำงาน บอกไปกับนักลงทุนชาติใหญ่ๆที่เข้ามาพบว่า ต่อไปนี้การเข้ามาจัดตั้งโรงงาน หรือให้บีโอไอสนับสนุน ต้องเข้าหลักเกณฑ์ถึงวันที่ 5 ก.ค.นี้ คือ ต้องใช้แรงงานไทย ใช้วัตถุในประเทศ หลักเกณฑ์เหล่านี้ในต่างประเทศก็ใช้บังคับนักลงทุนเหมือนกัน หรือพื้นที่ที่มีชาวนา ค่าใช้จ่ายคนกลุ่มนี้ต้องไม่สูงเท่าคนในพื้นที่ที่มีรายได้มาก เช่น บัตรทองสนับสนุนชาวนา ทำให้เขา ไม่ใช้บัตรทองแต่รอแจกเงินอย่างเดียว เมื่อความเป็นอยู่ดีขึ้นความน้อยเนื้อต่ำใจ ความกดดันก็ลดน้อยลง ด้านสาธารณูปโภคต้องพิจารณาว่าสิ่งไหนทำได้ก่อน เช่น รถไฟรางคู่ ส่วนรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ต้องใช้เงินกู้จำนวนมาก ต้องไปพิจารณาว่าคุ้มทุนหรือไม่ ต่างชาติมีข้อเสนอมากมายว่าจะให้ฟรี ถามว่าโลกนี้มีอะไรที่ได้มาฟรีบ้าง ต้องไปดูข้อเสนอ

จี้พลังงานดูผลกระทบความมั่นคง

“มีคนอยากมาทำให้โดยใช้อำนาจผม โดยบอกว่าไม่ต้องไปฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ เช่น การขุดคลองก็ขอให้ทำไปเลย รู้ว่าขุดแล้วพัฒนาได้ประโยชน์ แต่ต้องไปดูรัฐธรรมนูญมาตรา 1 ว่าประเทศไทยแบ่งแยกไม่ได้ หากขุดคลองเป็นการแบ่งแยกทางการปกครองดินแดนใช่หรือไม่ ก็มีคนบอกอีกว่าอินโดนีเซียที่เป็นเกาะเขายังอยู่กันได้เลย แต่ประเทศไทยไม่ได้เป็นเกาะ ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำให้เป็นเกาะ แต่ถ้าไปศึกษามาว่าเป็นประโยชน์จริงๆ มีผลการศึกษาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก็ให้ทำเสนอมาในแผนงาน อย่าให้ผมเป็นคนสั่ง และอยากให้ทุกฝ่ายคิดเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน มีการสั่งซื้อพลังงานจากเพื่อนบ้าน อยากถามว่า ถ้าเขาปิดท่อก๊าซและสายส่งทั้งหมด เราจะอยู่กันได้กี่วัน กี่นาที ต้องเร่งแก้ไขและริเริ่มพลังงานทดแทนขึ้นให้ได้ สิ่งใดที่สร้างได้ก็สร้างก่อน เช่น ก๊าซ โรงไฟฟ้าลิกไนต์ ถ้าไม่เริ่มจากง่ายและประชาชนมีส่วนร่วม ก็ไม่มีทางทำได้” หัวหน้า คสช.กล่าว

ดูกติกาก่อนไปเข้าสางงาน ปตท.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ราคาพลังงานตอนนี้มีผลกระทบมาก บริษัทที่มีปัญหาในขณะนี้ทำอย่างไรให้ชัดเจนขึ้น เช่น ปตท. กำไรที่ออกมาไม่รู้ว่ามันผิดหรือถูก ต้องดูเรื่องกติกา และผลประโยชน์ของประชาชน การจะปรับบอร์ดหรืออะไรก็ยากไปหมด เราต้องขอความร่วมมือปรับปรุงในระยะนี้ไปก่อน แต่ถ้าเขาคิดว่าไม่สบายใจก็ต้องลาพักไป ไม่อยากใช้อำนาจมากนัก ถ้าเราเคลียร์ตรงนี้ได้คนจะได้เลิกพูดว่าเละเทะไปหมด เงินแสนล้านหายไปไหนหมด เข้ากระเป๋านักการเมืองหรือเปล่า คณะทำงานกำลังดูเรื่องนี้ในภาพรวม ทั้งนี้ประเทศไทยมีแหล่งน้ำมัน มีคนถามว่าทำไมไม่ขุดเอง ขายเองในราคาถูกกับคนในประเทศ แต่ความจริงบริษัทต่างชาติเป็นคนมาขุดทั้งนั้น เราได้แค่ค่าสัมปทาน ก็ต้องไปคิดต่อว่าจะทำอย่างไร จะเก็บใช้หรือแบ่งขายอย่างไร

ตบท้ายขอเวลาปฏิรูปให้จบก่อน

หัวหน้า คสช.กล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยว มีคนต้องการให้เป็นเหมือนประเทศเกาหลี คงไม่ได้ เพราะต้องผสมผสานทั้งส่วนที่เก่าและใหม่ ซึ่งมีแนวคิดจะทำเมืองหลวงใหม่ แต่พื้นที่นั้นไกลมาก ต้องคิดว่าควรมาอยู่รอบๆหรือไม่ ในส่วนของกฎหมายต้องสร้างให้ทุกฝ่ายยอมรับ ตนพูดน้อยก็ไม่ได้ พูดยาวก็ไม่ได้ ไม่อธิบายก็ไม่ได้ พูดไปแล้วก็หาจุดผิดมาตี คนไทยเป็นอะไรสมองเสียไปข้างหนึ่งหรืออย่างไร อันนี้โมโหจริง เพราะทำเพื่อบ้านเมือง มีคนพูดว่าทหารมีสองฝ่าย มีสองสี ท้าให้อีกฝ่ายออกมาเลย ทหารดีมีมากกว่าทหารไม่ดี ทหารมีฝ่ายเดียว ฝ่ายประเทศชาติประชาชน ถ้ามีหลายฝ่ายตนคงไม่มาอยู่ตรงนี้ ขอเวลาตนอีกนิดในการปฏิรูป แก้ไขปัญหาประเทศ ขอให้ทุกคนใช้ปฏิทินเดียวกัน ไม่อยากให้เป็นไปเหมือน 9 ปีที่แล้ว สิ่งไหนที่สั่งแล้วผิดให้มาบอกฟังทุกอย่าง เราจะวางรากฐานให้กับแผ่นดินผืนนี้อันเป็นที่รักยิ่งของเรา ด้วยมือและมันสมองของพวกเรา อย่าไปพึ่งชาติอื่น ประชาชนจะได้มีความสุขอย่างยั่งยืน ถวายพระเจ้าอยู่หัวที่มีพระชนมายุมาก วันนี้ต้องถวายท่าน ไม่ใช่มาเอาอะไรจากพระองค์ท่านอีก

จัดระเบียบกระบวนการยุติธรรม

ต่อมาเวลา 10.50 น. คสช.มีประกาศฉบับที่ 63/2557 เรื่อง นโยบายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของรัฐ โดยที่การดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมต่างๆ ของรัฐต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายทั้งปวงตามแต่กรณี แต่การดำเนินคดีต่างๆ ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาและการทำหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมว่ามีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ทำให้ปัญหาความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคมเกิดขึ้นและอาจมีเพิ่มมากขึ้นต่อไปในอนาคต ดังนั้นเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมของรัฐดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวดเร็ว เป็นธรรมแก่ประชาชน และเพื่อให้ประชาชนและนานาประเทศเกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย คสช.ขอประกาศให้ทราบถึงนโยบายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมของรัฐว่า ประชาชนต้องได้รับความเป็นธรรม ภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายอย่างทั่วถึง โดยเสมอภาค และเท่าเทียมกัน องค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นศาล คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ องค์กรอิสระอื่นๆ อัยการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ รวมทั้งหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ขอให้ยึดมั่นในการปฏิบัติงานด้วยความเที่ยงธรรม และมีบรรทัดฐานที่ชัดเจนในการดำเนินคดีตามประเภทคดีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ซึ่งสาธารณชนสามารถตรวจสอบได้ ตลอดจนหลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆ ที่อาจมีผลทำให้เกิดความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน ในการบังคับใช้กฎหมาย อันจะนำไปสู่ความขัดแย้ง และความแตกแยกในสังคม ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม และไม่มีการเลือกปฏิบัติ

เล็งตัดท่อน้ำเลี้ยงแก๊งค้ายา

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผช.ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐทีวี ถึงมาตรการปราบปรามยาเสพติดว่า สัปดาห์หน้าจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือถึงกรอบการทำงาน ว่าแต่ละหน่วยงานซ้ำซ้อน กันหรือไม่ โดยในแผนปี 58 จะเน้นเรื่องภูมิคุ้มกันควบคู่กับแผนจับกุม ส่วนการแก้ปัญหายาเสพติดที่สำคัญที่สุด คือการตัดเส้นทางการเงิน เรื่องนี้ได้เร่งรัดให้ดำเนินการอย่างจริงจัง ที่ผ่านมาได้ประชุมกับสมาคมธนาคารไทย และสมาคมที่เกี่ยวกับสถาบันการเงิน เพื่อหาทางระงับไม่ให้ผู้ค้ายาเสพติดทำธุรกรรมทางการเงินได้อย่างคล่องตัว เมื่อถามถึงกรณีมีการค้ายาเสพติดในเรือนจำ พล.อ.ไพบูลย์ตอบว่า ได้สั่งให้กรมราชทัณฑ์แยกผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่ไปขังในเรือนจำเขาบิน ที่ จ.ราชบุรี ให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน เพราะมีระบบป้องกันอย่างเข้มงวด

“สุวิจักขณ์” มึนไม่รู้เหตุผลถูกเด้ง

เมื่อเวลา 08.00 น. นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้ารายงานตัวที่ทำเนียบรัฐบาล หลัง คสช.มีคำสั่งให้มาปฏิบัติหน้าที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) จากนั้นนายสุวิจักขณ์ ได้สักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตายายที่หน้าตึกบัญชาการ และให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ทราบเหตุผลที่ถูกโยกย้าย แต่พร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง ส่วนที่กล่าวหาว่าถูกย้ายเพราะทำหน้าที่เอนเอียง ไม่เป็นความจริง การเป็นเลขาธิการสภาฯมีเจ้านายถึง 700 คน ทั้ง ส.ส. ส.ว. ต้องวางตัวเป็นกลางตามระเบียบข้าราชการ ที่ผ่านมาปฏิบัติอย่างนี้มาตลอด ข้าราชการสภาต้องวางตัวเป็นกลางทุกคน เมื่อถามว่ามองว่าเล่นเกมการเมืองมากไปหรือไม่ นายสุวิจักขณ์ตอบว่า คงไม่ใช่เกม แต่เป็นความเห็นทางการเมืองที่ไม่ตรงกันมากกว่า ส่วนจะได้กลับไปทำงานที่สภาอีกหรือไม่ ก็แล้วแต่ คสช.เมตตา

ท้าสอบทุจริตในสภาได้เต็มที่

นายสุวิจักขณ์กล่าวต่อว่า ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องให้ คสช.ตรวจสอบตนก็เป็นเจ้าเดิม ทุกเรื่องชี้แจงได้ โดยเฉพาะการจัดซื้อนาฬิกา ตู้น้ำดื่ม รัฐสภา มีกรรมการตรวจสอบตามระเบียบพัสดุ กรรมการทีโออาร์และกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งตรวจรับไปเกือบหมดแล้ว ไม่เห็นมีปัญหาอะไร อย่างนาฬิกา ได้เชิญสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนาฬิกาทั่วโลกมาร่วมคณะกรรมการทีโออาร์ และเขียนทีโออาร์ให้ สิ่งที่เกิดขึ้นรู้สึกชิน อยู่มา 37 ปี รู้ทุกอย่างว่าในสภาเป็นอย่างไร ส่วนการรองรับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาปฏิรูปถ้า คสช.มอบหมายให้สภาฯ ก็สามารถทำงานได้ไม่มีปัญหา เพราะงบประมาณเหลือเฟือ รองเลขาฯ ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่สามารถทำงานได้ ส่วนตนจะมานั่งทำงานที่ สปน.

“วิลาศ” ขอดีเบตถ้าบริสุทธิ์จริง

ด้านนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คสช.คงมีข้อมูลเชิงลึกไม่เช่นนั้นจะมีคำสั่งย้ายนายสุวิจักขณ์ได้อย่างไร ที่ตนไปยื่นร้องเรียนเพราะบางเรื่องที่ส่อไปในทางทุจริต ได้ไปยื่นร้องต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ไว้บ้างแล้ว จึงขอให้นายสุวิจักขณ์ไปชี้แจงต่อ ป.ป.ช.เอง เพราะบางเรื่องเป็นการใช้งบที่ส่อและเกี่ยวโยง หากเห็นว่าตัวเองบริสุทธิ์ก็อยากท้ามาดีเบตออกทีวีแบบตัวต่อตัว เอาข้อเท็จจริงมาชี้แจงกัน

โตโยต้าปักหลักฐานผลิตในไทย

ที่กระทรวงแรงงาน นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่าก่อนหน้านี้ บริษัท โตโยต้า และบริษัทในเครือ เตรียมย้ายฐานการลงทุนออกไปจากประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนถึง 2 หมื่นล้านบาท เพราะมีปัญหาวิกฤติการเมืองมานาน ทำให้บรรยากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุน แต่ขณะนี้ไทยพ้นวิกฤติมาแล้ว เพราะการเข้ามาของ คสช. บริษัทโตโยต้า จึงพยายามดึงบริษัทคู่ค้าให้อยู่ในไทยต่อไป โดยวันที่ 14 มิ.ย. สมาพันธ์สหภาพแรงงานโตโยต้า ได้จัดประชุมสามัญประจำปี 2557 ที่ เดอะไทน์ รีสอร์ท จ.ชลบุรี ซึ่งจะมีนักลงทุนญี่ปุ่นมาร่วมงานด้วย ในงานจะมีบรรยายพิเศษและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและลูกจ้างบริษัทโตโยต้า และบริษัทในเครือ 42 แห่ง ที่มีลูกจ้างรวมกว่า 1 หมื่นคน เป็นต้นแบบเรื่องการปรองดองสมานฉันท์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง

“เรืองไกร” ให้ถ้อยคำยุบ ปชป.

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เข้าให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการไต่สวนของนายทะเบียนพรรคการเมือง กรณียื่นร้องขอให้ กกต.พิจารณาสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวโดยมีเนื้อหาเข้าข่ายใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยด้วยความเท็จ ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในคะแนนนิยม เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 53 ประกอบ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 104 เป็นเหตุให้นายทะเบียนพรรคการเมืองเสนอยุบพรรคได้ โดยนายเรืองไกรกล่าวว่า กกต.ได้เชิญมาให้ถ้อยคำ ตนจึงนำหลักฐานเพิ่มเติมอีก 8 รายการมายื่นประกอบด้วย

ป.ป.ช.ชงยกเครื่อง ก.ม.ปราบโกง

อีกเรื่อง นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการป.ป.ช. กล่าวว่าขณะนี้ ป.ป.ช.เดินหน้าป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง สอดคล้องกับแผนงานการต่อต้านการทุจริตของ คสช.ขณะนี้อยู่ ระหว่างเร่งปรับปรุงและแก้ไขข้อกฎหมายหลายข้อ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้กฎหมาย ป.ป.ช.ได้เต็มศักยภาพ เพื่อช่วยให้ภาพรวมการขจัดการทุจริตสมบูรณ์ คาดภายใน 1 สัปดาห์จะสรุปรายงานส่งให้ คสช.พิจารณาได้ ซึ่งการดำเนินงานอย่างจริงจังในการปราบปรามการทุจริตของ คสช.จะช่วยส่งเสริมกระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช.ให้มีประสิทธิภาพ และคล่องตัวมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยังเกิดความล่าช้าอยู่ในหลายขั้นตอน

จับตาไทยถูกแบล็กลิสต์ค้ามนุษย์

วันเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานจากกรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเตรียมเผยแพร่รายงานประจำปีในเรื่องการลักลอบค้ามนุษย์ภายในสัปดาห์หน้านั้น ทำให้ต้องจับตาว่าประเทศไทยจะถูกลดขั้นจากระดับ 2 ลงไปอยู่ระดับ 3 หรือระดับต่ำสุด ร่วมกับประเทศเกาหลีเหนือ ซีเรีย อิหร่านและซิมบับเว ตามที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศเตือนไว้ตั้งแต่ปีก่อนหรือไม่ หากไทยถูกลดอันดับจริงอาจได้รับผลกระทบ ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ ถอนความช่วยเหลือและโครงการแลกเปลี่ยนต่างๆเพิ่มเติม ขณะที่สถาบันการเงิน เช่น ธนาคารโลก อาจให้ความช่วยเหลือน้อยลงเช่นกัน

ยูเอ็นย้ำกังวลละเมิดสิทธิ

วันเดียวกัน ที่นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ กลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญสิทธิมนุษยชนอิสระของสหประชาชาติออกแถลงการณ์เรื่องสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในไทยว่า เสถียรภาพและความปรองดองจะไม่เกิดขึ้นได้ในประเทศไทยหากสิทธิขั้นพื้นฐานไม่ได้รับการรับรอง พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทางการไทยยกเลิกมาตรการใดๆที่ส่งผลกระทบต่อปัญหาสิทธิมนุษยชนและเร่งฟื้นฟูประชาธิปไตย สิ่งที่ห่วงกังวลอย่างมากคือ การเรียกบุคคล 440 คน เข้ารายงานตัวในค่ายทหาร ไม่มีโอกาสพบครอบครัวและทนาย หลายคนยังถูกควบคุมตัวในที่ที่ไม่เปิดเผย ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการถูกทรมานหรือได้รับการปฏิบัติที่ไม่ดี

เผยรู้เครือข่ายกลุ่มติดอาวุธ

เมื่อเวลา 20.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย รายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ว่าการทำงานทุกด้านที่ผ่านมา โดยงานด้านความมั่นคง ในการรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศตั้งแต่วันที่ 20 พ.ค. ที่ประกาศกฎอัยการศึก จับกุมอาวุธปืนสงคราม ได้ 88 กระบอก ส่วนปืนเถื่อน ทั้งปืนพก ปืนลูกซอง ปืนผลิตเอง 1,268 กระบอก กระสุน 7,000 กว่านัด ลูกระเบิด วัตถุระเบิด 300 กว่าลูก และการจับกุมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศจะเร่งดำเนินการต่อไป ส่วนการติดตามสืบสวนสอบสวนจับกุมเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธ โดยเฉพาะการใช้อาวุธสงครามคืบหน้ามาก สืบทราบตรวจสอบพบเครือข่ายทั้งผู้สนับสนุน ผู้ที่เกี่ยวข้อง มีอยู่หลายฝ่ายหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มการเมือง ธุรกิจผิดกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ ซึ่งสถานการณ์ปกติทำไม่ได้มีประสิทธิภาพเท่านี้ และทั้งหมดจะนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

รอลุ้นเลิกอัยการศึกทุกพื้นที่

สำหรับการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก ที่ยกเลิกแล้ว 30 พื้นที่ใน 25 จังหวัด เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว ผ่อนคลายบรรเทาผลกระทบการดำเนินชีวิตประจำวันประชาชน ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะยกเลิกทุกพื้นที่ได้หรือไม่ จะดำเนินการให้ได้โดยเร็ว การทำงานของเจ้าหน้าที่มุ่งเน้นใช้กฎหมายปกติเป็นหลัก ขอให้ประชาชนเชื่อมั่น และเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทุกคนต้องเคารพกฎหมายและกติกาสังคม เราจะไม่ใช้กฎหมายสร้างความขัดแย้ง ส่วนกิจกรรมส่งเสริมการปรองดองของมวลชนดำเนินการไปแล้ว 56 จังหวัด 319 หมู่บ้าน มีคนเข้าร่วมหลายแสนคน ซึ่งการดำเนินงานสร้างความปรองดองระยะที่ 1 ปัจจุบันเริ่มตั้งแต่ลดความขัดแย้ง จัดกิจกรรมให้ประชาชนมาพบปะกัน ให้ทุกคนรับฟังความเห็นต่างครบทุกแง่มุม เพื่อให้เกิดความไว้วางใจ ลดความหวาดระแวงกัน

ลุยเคลียร์นักลงทุนยุโรป-มะกัน

สถานการณ์ด้านต่างประเทศ ปัจจุบันมิตรประเทศ ต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อเรามาตลอดเริ่มมีท่าทีดีขึ้น เข้าใจสถานการณ์ไทยมากขึ้น ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐยังดำเนินการตามปกติ กลุ่มนักธุรกิจ ประเทศต่างๆ เช่น จีน ญี่ปุ่น ที่เชิญมาพบแล้วมีความเข้าใจมากขึ้น และมีแผนจะเชิญผู้ประกอบการของสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรป มาในระยะเวลาใกล้นี้ เพื่อให้ทุกคนเชื่อมั่นและยังลงทุนในไทยหรือขยายความร่วมมือมากยิ่งขึ้นในอนาคต เราจะเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยกับประเทศต่างๆ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นในเวทีต่างประเทศทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านการทูต ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม ทั้งภาคราชการและเอกชนอย่างต่อเนื่อง วันนี้เราถูกกดดันมากพอสมควร ทั้งในและต่างประเทศ แต่ด้วยเวลาที่จำกัดและความคาดหวัง ความไว้วางใจของประชาชน เราพยายามทำอะไรไม่ผลีผลามเร่งด่วนจนเกิดผลกระทบระยะยาว สร้างปัญหาในอนาคต เพื่อประโยชน์สุขของชาติและประชาชนอย่างแท้จริง

ขอแรงเชียร์เยอะๆสร้างกำลังใจ

สำหรับรายงานเศรษฐกิจประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แจ้งว่ามีดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวมเดือน พ.ค. ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกรอบ 14 เดือน ระดับ 60.7 จากเดิม 57.7 ในเดือน เม.ย. นักลงทุนตลาดหลักทรัพย์และตราสารหนี้ลงทุนเพิ่มเติม 8,000 ล้านบาท และ 9,000 ล้านบาท แสดงให้เห็น ความมั่นใจของนักลงทุน ทั้งแนวทางการบริหารงานด้านเศรษฐกิจของ คสช. รวมทั้งการท่องเที่ยวปัจจุบันที่นักท่องเที่ยวปรับตัวในภาวะที่ดีขึ้นจากเดิมลดลง ขอขอบคุณและหวังว่าทุกคนคงให้กำลังใจกับเรา อยากขอให้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่อย่างนั้นเราคงมีกำลังใจน้อยลงเรื่อยๆ ในการทำงาน เพราะว่าถูกกดดันต่อระยะเวลาที่ผ่านมา วันนี้ยังไม่ครบเดือน เราทำอะไรไปมากพอสมควร แต่ไม่อยากจะพูดว่า ที่ขอทั้งหมดวันนี้ได้ พรุ่งนี้ได้ มะรืนได้ คำพูดทุกคำพูดเป็นนายเรา ถ้าพูดแล้วทำไม่ได้ก็เป็นปัญหา อะไรที่ประกาศไปแล้วมีผลกระทบโดยรวม ตนยังตัดสินใจไม่ได้ แต่เราจะทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด

คนไทยเฮยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ

จากนั้นเวลา 21.15 น. คสช.มีประกาศฉบับที่ 64/2557 เรื่องยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานทั่วราชอาณาจักร ตามที่ คสช.มีประกาศ ฉบับที่ 3/2557 และมีการปรับลดห้วงระยะเวลาการออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่ ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 42/2557 ฉบับที่ 52/2557 ฉบับที่ 54/2557 ฉบับที่ 56/2557 และฉบับที่ 60/2557 แล้วนั้น เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมในพื้นที่ต่างๆของประเทศได้คลี่คลายลง และไม่ปรากฏสิ่งบอกเหตุอันจะนำไปสู่การเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง ดังนั้น เพื่อเป็นมาตรการผ่อนคลายและบรรเทาผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน รวมทั้งเพื่อเป็นมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่ชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงให้ยกเลิกการประกาศห้ามออกนอกเคหสถานในพื้นที่ส่วนที่เหลือทั่วราชอาณาจักร สั่ง ณ วันที่ 13 มิ.ย.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

ถึงคิว “สมศักดิ์เจียม” คสช.อยากพบ

เมื่อเวลา 22.30 น. คสช.มีคำสั่งเรียกบุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ 14 มิ.ย. เวลา 10.00-12.00 น. ดังนี้ 1. น.ส.กัญญาภัค มณีจักร 2. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย 3. พ.ท.สมจิตร เชื้อเดช 4. นายสมชาย มงคลทรัพย์ 5. นายธนิต บุญญนสินีเกษม 6. นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อย่างไรก็ตาม มีการชี้แจงเพิ่มเติมว่า กรณีการเชิญตัวบุคคลให้เข้ามารายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ก่อนหน้านี้ ขอชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่า การเชิญตัวดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะใช้เวลาดูแลและทำความเข้าใจเท่าที่จำเป็นไม่เกิน 7 วัน โดยผู้ที่มีรายชื่อในคำสั่งให้มารายงานตัวเกือบทั้งหมดให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

“บิ๊กตู่” อนุมัติวงเงินงบฯ 58 พุ่ง 2.575 ล้านล้านบาท สูงกว่างบฯ 57 อยู่ 5 หมื่นล้านบาท มอบนโยบายบิ๊ก ขรก. ใช้เงินโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน กำชับเข้มต้องปลดแอกนักการเมือง ห้ามปรึกษาหารือ 14 มิ.ย. 2557 07:24 ไทยรัฐ