วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฮั่วเซ่งเฮงแนะสัปดาห์หน้าติดตาม การประชุมธนาคารกลางสหรัฐและสถานการณ์อิรัก

สัปดาห์นี้ราคาทองคำเพิ่มขึ้นตามราคาพลาตินั่มและราคาพัลลาเดียม ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่ต่ำกว่าคาด และสถานการณ์ความไม่สงบในอิรัก ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ที่ 1,277 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งราคาโลหะมีค่าทั้ง 2 ตัวปรับขึ้นแรงจากการเจรจาเพื่อยุติการหยุดงานประท้วงของคนงานเหมืองในแอฟริกาใต้ประสบความล้มเหลว ซึ่งแอฟริกาใต้เป็นผู้ผลิตพลาตินั่มรายใหญ่อันดับ 1 และเป็นผู้ผลิตพัลลาเดียมรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ซึ่งอดีตแอฟริกาใต้เคยเป็นผู้ผลิตทองคำรายใหญ่สุดของโลก แต่ปัจจุบันตกอันดับเป็นผู้ผลิตอันดับ 6 และจีนเป็นผู้ผลิตทองคำรายใหญ่สุดของโลก

ดังนั้น ประเด็นดังกล่าวจึงไม่น่าส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตทองคำ ในช่วงปลายสัปดาห์ราคาทองคำปรับขึ้นแรงอีกรอบหลังจากการเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนพฤษภาคมและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ออกมาย่ำแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

สัปดาห์หน้าสถานการณ์ความไม่สงบในอิรักอาจทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นได้ต่อ โดยมีรายงานว่ากลุ่มอาวุธได้โจมตีเครื่องบินรบของกองทัพอากาศอิรักในพื้นที่ทางตอนเหนือของกรุงแบกแดด รวมทั้งการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ในวันอังคารและวันพุธ ทั้งนี้คาดการณ์ว่าผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีการปรับลดวงเงินในการซื้อพันธบัตรอีก 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน เหลือ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน ซึ่งเป็นการปรับลดลงติดต่อกันเป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่เริ่มปรับลดวงเงินในการซื้อพันธบัตรครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2556 ถึงแม้ว่าการปรับลดวงเงินในการซื้อพันธบัตรเป็นประเด็นลบต่อราคาทองคำ แต่คาดว่าราคาทองคำตอบรับประเด็นดังกล่าวไปพอสมควร ราคาทองคำจะปรับลงแรงในกรณีมีการปรับลดลงมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อเดือน หรือการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ

นอกจากการติดตามคำแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังการประชุมแล้ว ธนาคารกลางสหรัฐฯจะมีการเปิดเผยรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจจะมีการทบทวนปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญคืออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอัตราการว่างงาน ทองคำมีแนวรับที่ 1,265 และ 1,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ ขณะที่มีแนวต้านที่ 1,285 และ 1,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามลำดับ