วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดูให้คุ้ม 427 ล้านบาท!

โดย

ผ่านไปเรียบร้อยโรงเรียนบราซิลแล้วนะครับ สำหรับพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ณ สนาม อาเรนา เดอ เซาเปาโล เมื่อช่วงตี 3 ของ คืนวันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน หรือที่เรียกกันเป็นภาษาราชการว่า 3 นาฬิกาของวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2557

แม้เวลาจะผ่านเลยไปพอสมควรแล้ว แต่ถ้าจะไม่บันทึกเอาไว้บ้าง ประเดี๋ยวเจ้าภาพเขาจะน้อยใจเอา เพราะอุตส่าห์ตั้งใจจัดโชว์อย่างเต็มที่

ก็คงต้องชมว่าทำได้กระชับ กะทัดรัด ไม่เยิ่นเย้อ ได้ใจความ ได้สาระ และได้ความบันเทิงครบถ้วน

โดยเฉพาะ “คุณเจ๊” เจนนิเฟอร์ โลเปซ ที่เคยออกข่าวว่าจะไม่มา แต่แล้วก็บอกว่าจะมา...ซึ่งในที่สุดก็มาตามข่าวล่าสุดนั้น ยังคงรักษาความมันจากการร้องการเต้นของเธอ ในเพลงประจำฟุตบอลโลก 2014 “We Are One (Ole Ola)” ได้อย่างประทับใจคอบอลทั่วโลก

ที่ซึ้งมากเห็นจะเป็นตอนเขี่ยลูกฟุตบอลเปิดการแข่งขัน หลังจากพิธีเปิดจบลงแล้ว ด้วยการใช้คนพิการเป็นอัมพาตครึ่งตัว แต่สวมใส่อุปกรณ์โครงหุ่นยนต์ในช่วงล่าง จนสามารถเดินเหินได้อย่างคล่องแคล่วลงไปเตะลูกเอาฤกษ์เอาชัยสำหรับคู่บราซิล-โครเอเชีย

นี่คืออุปกรณ์พิเศษตามโครงการ “วอล์กอะเกน” ที่นักวิทยาศาสตร์ในทางประสาทวิทยาชาวบราซิล และทีมงานนักวิทยาศาสตร์อีกนับร้อยคนทั่วโลกช่วยกันค้นคว้าสร้างสรรค์

เพื่อให้เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยคนที่เป็นอัมพาตครึ่งตัวสามารถกลับมาเดินได้อีกครั้ง

บอกแล้วไงครับว่า...พิธีเปิดบอลโลกหนนี้มีหลายรูปแบบ มีทั้งบันเทิง มีทั้งสาระครบถ้วน

ส่วนการแข่งขันคู่เปิดสนามก็คงต้องบันทึกไว้ด้วยเช่นกันว่า แม้บราซิลจะเชือดเฉือนนักเตะตาหมากรุกโครเอเชียได้ถึง 3-1

แต่ก็เกือบจะเป็นอย่างที่เซียนเสียงข้างน้อยคาดการณ์เอาไว้แล้วไหมล่ะว่าอาจจะเสมอได้ เพราะบราซิลชุดนี้ไม่เคยผ่านศึกจริง ผ่านแต่ศึกอุ่นเครื่อง จึงยังไม่เข้าขากันดีนัก

ตอนที่เสมอ 1-1 น่ะยังมองไม่ออกว่าจะเจาะทำประตูเพิ่มได้ยังไง? ถ้าไม่ได้การสงเคราะห์จากการเป่านกหวีดแบบขัดสายตาคนดูทั่วโลกของผู้ตัดสินจากแดนซามูไร ยูอิจิ นิชิมูระ

ที่ให้ลูกโทษในเขตโทษ จากการดูเหมือนพุ่งล้มของเฟร็ด ขณะที่ เดยัน ลอฟเรน แม้จะดึงก็จริง แต่รวดเร็วและแผ่วเบา พร้อมปล่อยมือทันที ไม่น่าจะโดนหนักหนาสาหัสถึงปานนั้น

ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ หลังจาก เนย์มาร์ ซึ่งขันอาสาเป็นผู้สังหาร สามารถทำประตูให้บราซิลขึ้นนำ 2-1 ได้สำเร็จ

สำหรับสื่อใหญ่ทุกสำนักต่างก็ให้กำลังใจโครเอเชียกันทั่วหน้า และพาดหัวในทำนองว่าไม่ควรจะเป็นลูกโทษ และถือเป็นโชคดีของบราซิล และโชคร้ายของโครเอเชีย

แต่ก็เอาเถอะ...ผิดบ้างพลั้งบ้างเป็นเรื่องธรรมดาของการตัดสินใจในเกมใหญ่ๆ โดยเฉพาะเกมฟุตบอลโลก

ถึงอย่างไรในสายตาจ่าแฉ่งก็ยังเห็นว่าคุณนิชิมูระทำหน้าที่ได้ไม่เลวครับ นอกจากลูกที่พลาดไปลูกเดียวเท่านั้นเอง

อีกมาดหนึ่งที่เราเห็นจากผู้ตัดสินซามูไรในคืนนี้ ก็คือการควักกระป๋องสเปรย์ออกมาฉีดบอกระยะยืนของกองหลังทีมที่ถูกทำโทษ

ในอดีตที่ผ่านมามักจะใช้สายตาคาดคะเนเอาว่าทำโทษตรงไหน ควรจะยืนจุดไหน ขาดบ้าง เกินบ้าง...แต่นับแต่นี้ไปมีของเล่นใหม่สำหรับผู้ตัดสินฟุตบอลแล้วครับ

ใช้วิธีแบบตำรวจจราจรเลย เกิดเหตุเฉี่ยวชนตรงจุดไหน...พ่นสเปรย์เอาไว้ทันที! จะได้ไม่ต้องมาเถียงในภายหลัง

เป็นอันว่าเทคนิคใหม่ของฟุตบอลโลกงวดนี้ นอกจากจะใช้เทคนิคในการวัดลูกบอลว่าจะเข้าหรือไม่เข้า ผ่านเครื่องที่เสาประตูที่เรียกว่าโกลไลน์ เทคโนโลยีแล้ว

ยังมีเทคนิคพ่นสเปรย์ด้วยอีก 1 ประการนะครับท่านผู้ชม

ป.ล.สำหรับคู่แข่งขันในคืนนี้ (เสาร์ที่ 14 มิ.ย.) ที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งก็คือคู่ตี 5 (เช้าวันอาทิตย์เข้าไปแล้ว) ระหว่าง อังกฤษ กับ อิตาลี

เหมาะทั้งเวลาเตะ เพราะตี 5 ได้เวลาไก่โห่ คนไทยส่วนใหญ่ตื่นนอนพอดิบพอดี

แถมยังเหมาะสมเพราะเป็น 2 ทีมเอกจากยุโรป ที่มีแฟนๆเยอะมากในบ้านเราทั้งคู่ แต่ชะตากรรมส่งให้มาอยู่ใน “กลุ่มมรณะ” ด้วยกัน

ขอยํ้าว่านี่คือคู่ 5 ดาว ที่พลาดไม่ได้ และต้องขอบคุณ คสช.ที่ทำให้คนไทยมีโอกาสได้ดูคู่นี้

รวมทั้งเมื่อวานที่ได้ดูกระทิงดุ สเปน กับ เนเธอร์แลนด์ ไปแล้วคู่หนึ่ง และยังจะมีให้ดูอีกหลายคู่ รวมทั้ง เยอรมนี กับ โปรตุเกส ในคืนวันจันทร์

ไหนๆก็เสียเงินไปแล้ว 427 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินของรัฐ หรือสมบัติของแผ่นดินโดยแท้เลยครับ เงินก้อนนี้

อย่าลืมดูคู่เอกๆทั้งหลายที่เขาถ่ายทอดเพิ่มซะให้คุ้มด้วยละกัน.

“จ่าแฉ่ง”

14 มิ.ย. 2557 00:31 ไทยรัฐ