วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ณวัฒน์’ แถลงฟ้องกลับกรณี ‘มิสเอิร์ธ’ เรียกค่าเสียหาย100ล้าน

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล แถลงฟ้องกลับทั้งคดีแพ่งและอาญา น.ส.กัลช์ฎาภรณ์ กรณีกล่าวหาตนละเมิดลิขสิทธิ์ประกวดมิสเอิร์ธ 2014 เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท เผยอีกฝ่ายทำผิดสัญญาบริษัทต้นสังกัดที่ฟิลิปปินส์จนถูกยกเลิกสัญญาแถมส่ง จม.ขู่ตน...

เรียกว่ากระแสวงการขาอ่อนช่วงนี้ร้อนแรงจริงๆ เพราะนอกจากเวทีมิสยูเวิร์สไทยแลนด์ 2014 จะเจอกระแสฉาวแล้ว ล่าสุดถึงคิวของเวที “มิสเอิร์ธ 2014” ที่เจอเรื่องฉาวบ้าง โดย น.ส.กัลช์ฎาภรณ์ ศิริเยี่ยม กรรมการบริษัท ออกาไนเซอร์ ไอคิว จำกัด ได้แถลงข่าวยื่นฟ้องนายณวัฒน์ อิสรไกรศีล และบริษัท ฮอลิเดย์ เทเลวิชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้อำนวยการกองประกวด “มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2014 รวมทั้งเป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์การประกวดมิสเอิร์ธ ไทยแลนด์ ฐานความผิดละเมิดลิขสิทธิ์การประกวด “มิสเอิร์ธ 2014” และเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 48 ล้านบาท เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.20 น. ที่ผ่านมา ณ ห้องโลตัส สวีท โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ นายณวัฒน์ได้ออกมาแถลงข่าวฟ้องกลับคู่กรณีทั้งคดีแพ่งในข้อหาละเมิดสิทธิ์และหมิ่นประมาท เรียกร้องค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท และคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาทและการกล่าวร้ายซึ่งหน้า พร้อมทั้งหอบหลักฐานทั้งหนังสือสัญญาลิขสิทธิ์การประกวดมิสเอิร์ธ จากบริษัทต้นสังกัดที่ประเทศฟิลิปปินส์ รวมถึงเอกสารยืนยันว่าบริษัทคู่กรณีได้หมดสัญญาลงไป เนื่องจากผิดข้อสัญญาหลายประการ ทำให้บริษัทต้นสังกัดการประกวดมิสเอิร์ธตัดสินใจเซ็นสัญญามอบลิขสิทธิ์การประกวดให้กับนายณวัฒน์ อีกทั้งหนังสือเอกสารข่มขู่ที่ทางคู่กรณีส่งมาทางสำนักทนายความ และหลักฐานอื่นอีกหลายอย่าง เพื่อเตรียมดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่มีการยอมความแต่อย่างใด ท่ามกลางสื่อมวลชนที่มาร่วมทำข่าวเป็นจำนวนมาก

ถามถึงการฟ้องกลับกรณีเวทีมิสเอิร์ธ?
“จากที่คู่กรณีกล่าวหาไป เป็นการกล่าวหาฝ่ายเดียว หลักฐานไม่มีครบ ฉะนั้นผมจะขอลำดับเหตุการณ์นิดนึงเพื่อยืนยันว่าทางเราเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายจริงๆ อย่างแรกคือเรื่องสัญญาที่เราเซ็นมาถูกต้อง (โชว์เอกสารสัญญา) ทางเราได้ตัวสัญญาจากทางมิสเอิร์ธสำนักงานใหญ่อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค. เนื่องจากมิสเอิร์ธสำนักงานใหญ่ที่ฟิลิปปินส์ต้องการค้นหาผู้ดูแลประจำประเทศไทยใหม่ ซึ่งหลังจากนั้นเราก็ขอดูในข้อกฎหมายข้อสัญญาอยู่จนถึงวันที่ 19 มี.ค. เราตัดสินใจที่จะตอบรับในการเป็นตัวแทน หรือ National Director รวมทั้งมีการโอนเงินให้กับสำนักงานใหญ่ไป ซึ่งเรามีหลักฐานในการโอนเงิน (โชว์เอกสารการโอนเงิน) เมื่อโอนเงินเสร็จ สัญญานั้นก็ถือว่าถูกต้องตามกฎหมายระหว่างประเทศทุกประการ หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ทางต้นสังกัดได้ออกใบรับรอง และมีการประชาสัมพันธ์ตัวผมเองรวมถึงองค์กรในประเทศไทยว่าเป็น New National Director ที่ถูกต้องตามกฎหมายนะครับ และหลังจากนั้น ทางมิสเอิร์ธกล่าวต้อนรับในเพจหลักเมื่อวันที่ 21 มี.ค.อีกครั้ง ดังเช่นที่เห็นอยู่นะครับ (โชว์ภาพเพจหลักมิสเอิร์ธ) โดยมีข้อความว่ารู้สึกภูมิใจกับตัวแทนคนใหม่ ซึ่งก็คือมีชื่อผมอย่างถูกต้อง ส่วนข้อสัญญาทางกฎหมายซึ่งมันมีเอกสารค่อนข้างเยอะ ก็ถือเป็นเรื่องระหว่างการค้าครับ

และในวันที่ 24 มี.ค. หลังจากประกาศเป็นทางการแล้ว ก็มีทางบริษัทที่เป็นผู้กล่าวหาตอบโต้ทางมิสเอิร์ธที่ประเทศฟิลิปปินส์เพื่อร้องขอเอาสิทธิ์คืนครับ หลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการข่มขู่มาทางเราอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเราไม่ได้ตอบโต้อะไร เพราะเราถือว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้อง โดยก่อนที่เราตัดสินใจเซ็นสัญญา เราดูข้อกฎหมายเป็นหลัก เรารู้จักบริษัทมิสเอิร์ธมานานไม่น้อยไปกว่าผู้กล่าวหารู้จัก เราไม่ได้สนใจอยากจะได้มิสเอิร์ธมาเป็นของเราในช่วงแรก จนกว่าที่เขาไม่มี National Director แล้ว เขาถึงติดต่อเรามาด้วยเหตุผล 2 ประการ คือ รู้จักกันและการจัดการประกวดของเราก็มีมานานพอสมควร และมิสเอิร์ธเคยอยู่กับช่อง 7 สีมาก่อน แต่หลุดไปในช่วงสั้นๆ จึงเป็นจุดมุ่งหมายที่เขามาหาผม และข้อสัญญาที่เขาหมดสัญญาไปแล้วทำให้ผมตัดสินใจเซ็น ก็คือข้อความที่เขาตอบโต้กันตั้งแต่ปลายปีจนถึงต้นปี โดยทางบริษัทมิสเอิร์ธพยายามติดต่อพูดคุยกับผู้ที่กล่าวหาผม แต่ว่าขาดการติดต่อไปตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา จนถึงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เขาถึงติดต่อกลับไปเมื่อเขาตั้งคนใหม่เรียบร้อย อย่างเช่นอันนี้เป็นข้อมูลยืนยันเมื่อวันที่ 15 มี.ค. ก่อนที่ผมจะเซ็นสัญญา ซึ่งเป็นเอกสารภายในที่ทางมิสเอิร์ธส่งมาให้ผมพิจารณาในการยอมรับเป็น National Director เพราะผมถามไปว่ามีใครมีสิทธิ์ในเมืองไทยรึเปล่า เพราะผมเคยได้ยินมาว่ามีคนที่ทำอยู่แล้ว ซึ่งเขายืนยันกลับมาว่าเขาตัดสินใจที่จะให้ผมเป็นผู้ได้รับสิทธิ์คนใหม่ไปเรียบร้อยแล้ว และยุติไดเร็กเตอร์คนเก่าด้วยเหตุผลที่ว่า เขาจะต้องชำระค่าลิขสิทธิ์ในการเป็นตัวแทนภายในเดือน ม.ค.ของทุกปี ซึ่งเขาไม่ชำระค่าสัญญา ซึ่งทางมิสเอิร์ธพยายามทวงถามแต่ไม่มีการตอบทางอีเมล์ใดๆ ทั้งสิ้น จนถึงเดือน มี.ค.พอมีคนใหม่เขาถึงจะตอบ

อย่างที่ 2 คือถึงจะให้สิทธิพิเศษในการขยายเวลาในการโอนเงินถึงเดือน ก.พ. แต่ก็ไม่มีการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้น อีกข้อหนึ่งคือเขาสามารถยกเลิกสัญญาได้ฝ่ายเดียวโดยถูกต้องและห้ามโต้แย้ง ซึ่งสัญญาแบบนี้จะมีอยู่ในข้อกำหนดในการเซ็นสัญญา National Director อยู่แล้ว ซึ่งสัญญาใหม่ที่ผมเซ็น ผมก็ต้องยอมรับกฎข้อนี้ คือถ้าผมไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดใดๆ เขาสามารถยกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยห้ามโต้แย้งเช่นกัน ซึ่งข้อนี้คนที่กล่าวหาผมก็รับทราบเป็นอย่างดีและได้เซ็นยอมรับ และอีกข้อหนึ่งเขาบอกว่าไม่สามารถติดต่อผู้กล่าวหาได้ตั้งแต่วันที่ 23 ธ.ค.-17 มี.ค. รวมถึงสิ่งอื่นๆ ที่เขาต้องการอีกหลายอย่างที่จะซัพพอร์ตการทำงานปีที่ผ่านมา นั่นคือเหตุผลทั้งหมดที่เขายกเลิกสัญญาอย่างเป็นทางการครับ (โชว์เอกสารการชี้แจงเหตุผลยกเลิกสัญญาผู้กล่าวหา และใบรับรองจากบริษัทต้นสังกัดการประกวดมิสเอิร์ธ) โดยใบรับรองนั้นเป็นเครื่องยืนยันว่าเราได้ถูกต้องตามกระบวนการและตามกฎหมายระหว่างประเทศ ส่วนเรื่องการฟ้องร้องถ้าไม่พอใจ สามารถฟ้องร้องได้ที่ศาลประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งคนที่กล่าวหาผมถ้าจะทำ ผมคิดว่าทำได้ในกรณีคู่สัญญาเขา คือคู่สัญญาเดิมที่ฟิลิปปินส์ และต้องขึ้นศาลที่ฟิลิปปินส์เท่านั้น ส่วนผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาครับ

ซึ่งการตอบโต้ของเขามีมาเรื่อยๆ ตั้งแต่เขารู้ว่าทางนั้นยกเลิกสัญญาเขาแน่นอนแล้ว และเขาเริ่มส่งคำพูดสไตล์ของเขาส่งกลับไปที่ฟิลิปปินส์ แต่ทางโน้นจะตอบมาแค่ครั้งเดียวและยุติทุกอย่าง ส่วนผมจะโดนหลายระยะหน่อย ทั้งส่งจดหมายผ่านทางสำนักงานทนายความมาขู่อยู่บ่อยๆ รวมถึงการส่งจดหมายมา 1 ฉบับ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจ เพราะมีอยู่ข้อความนึงว่า การกระทำของท่านบ่งบอกถึงการละเมิดสิทธิ์ของบริษัทและยังเป็นการกระทำการที่มีเจตนาชั่วร้าย” ซึ่งผมรู้สึกตกใจเพราะมันเป็นภาษาที่ใช้ไม่ได้ ฉะนั้นด้วยคำนี้เองในวันนี้ผมเลยจะฟ้องเป็นคดีอาญากับเขา เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิ์และเป็นการกล่าวหาซึ่งหน้า ส่วนเรื่องที่คู่กรณีฟ้องไป 48 ล้าน หลักฐานผมมีครบทุกอย่าง ฉะนั้นผมขออนุญาตฟ้องคดีแพ่งกลับฐานละเมิดสิทธิ์ผม และทำให้ผมเสียเครดิต เสียหน้าตาในสังคม คิดมูลค่า 100 ล้านบาทครับ”

ทำไมตอนที่เขาขอดูเอกสารเกี่ยวกับการประกวด เราถึงไม่ให้เขาดู?
“เนื่องจากว่าผมกับเขาไม่เกี่ยวกัน ถ้าเป็นเรื่องของธุรกิจการค้า สัญญาของเขาผมก็ไม่มี เราเคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกัน ถ้าเขาจะร้องขอจริงๆ เขาต้องไปร้องขอจากสำนักงานใหญ่เพื่อส่งสัญญาที่สำนักงานใหญ่ทำให้ผมให้เขาดู ถ้าผมอยากเห็นสัญญาเขา ผมก็ต้องไปร้องขอที่สำนักงานใหญ่ มันเป็นมารยาทและเป็นสิ่งที่เหมาะสม เพราะผมไม่กล้าที่จะนำสัญญาซึ่งไม่ใช่ของผมคนเดียวไปส่งให้คนอื่นดู ผมอาจจะถูกยุติสัญญาการเป็น National Director ได้ เพราะอยู่หนึ่งในข้อนั้นคือไม่ทำอะไรให้เสื่อมเสียหรือทำอะไรโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนครับ ส่วนเรื่องหลักฐานว่าเขามีสัญญา 5 ปีคือมันก็มีหลักฐานชัดเจนว่ามันหมดไปตั้งแต่การไม่จ่ายค่าธรรมเนียมรายปีครับ ขาดการติดต่อ ไม่ตอบอีเมล์ จนเกินกำหนดระยะเวลาครับ”

กลัวคนมองสร้างกระแสหรือมีมือที่ 3 ไหม?
“ผมไม่สร้างกระแสหรอกครับ เป็นห่วงทางช่อง 7 ครับ มือที่ 3 มีคนพูดให้ได้ยินบ่อยๆ แต่ผมไม่สนใจครับ”

ที่เราจะเดินเรื่องฟ้อง ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว?
“ตอนนี้มีทนายมารับเอกสารเพื่อไปดำเนินการต่อใน 2 คดี ทั้งคดีแพ่งและอาญา”

เราเคยถามทางบริษัทต้นสังกัดมิสเอิร์ธก่อนไหมถึงเรื่องสัญญาทับซ้อนกัน?
“อ๋อ ผมถามก่อนที่จะเซ็นแล้วครับ”

คู่กรณีอ้างว่าเราเคยไปขอสิทธิ์เรื่องเวทีมิสเอิร์ธกับเขา?
“อ๋อ เมื่อปีที่แล้วผมเจอเขาตามงาน และรู้ว่าเขาอยากเริ่มทำงาน เขาก็มาปรึกษา เราก็บอกว่ามาทำร่วมกันไหมล่ะ จะได้ง่ายขึ้น ก็คุยกันเป็นเรื่องปกติแต่ไม่ได้ตกลงอะไรกัน เหมือนแซวกันไปมาครับ”

กับเรื่องที่เกิดขึ้นได้มีการคุยกันนอกรอบหรือยัง?
“ตั้งแต่ทางฟิลิปปินส์แต่งตั้งเราเป็นทางการยังไม่ได้คุยเลยครับ จะคุยผ่านสำนักทนายความครับ ซึ่งเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแต่เราไม่ได้ตอบโต้ จนช่วงหลังมันเริ่มมากขึ้นเราก็ให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายเราคุยกับเขาดีๆ แล้วว่าให้ยุติเถอะ แต่เขาก็ยังไม่หยุด และเพิ่มความแรงขึ้นเรื่อยๆ ครับ และขอบคุณศาลที่พิจารณาให้สามารถดำเนินงานการประกวดและถ่ายทอดการประกวดได้ตามปกติครับ”

เขาบอกว่าจะจัดประกวดมิสเอิร์ธเหมือนกัน?
“ถ้าเขาจัดก็ใช้มิสเอิร์ธไม่ได้ครับ เพราะว่าทางสำนักงานใหญ่ไม่อนุญาตอยู่แล้วครับ ส่วนสัญญาที่ผมเซ็นของมิสเอิร์ธเป็นแบบปีต่อปีครับ สัญญาส่วนมากเป็นปีต่อปีครับ”

เราจะดำเนินเรื่องให้ถึงที่สุดไหม?
“ไม่ประนีประนอมครับ ให้เขาคุยกับตัวแทนผมคือทางทนาย แต่โดยหลักการแล้วก็อดทนมาพอสมควร อยากให้คนอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล อย่างเช่นบอกว่ามีสัญญา 5 ปี แต่ผลที่ตามมาอีก 1 ใบแบบนี้ (โชว์ใบชี้แจงเหตุผลยกเลิกสัญญากับผู้กล่าวหา) ทำไมไม่เอามาใช้ แล้วได้ข่าวว่าโอนค่าธรรมเนียมไป แล้วในเมื่อหมดเวลาโอนแล้วสัญญาก็ขาด แล้วเขาก็ต่อให้อีก 1 เดือนจนถึง 28 ก.พ.จนมีคนใหม่ถึงจะโอนรึเปล่าอันนี้ผมไม่รู้ ซึ่งโอนไปคงไม่ใช่เรื่องของสัญญาครับ ส่วนเรื่องสัญญาจดก่อนจดหลัง คือมันมีแค่สัญญาถูกต้องกับไม่ถูกต้อง แต่ของเราถูกต้องครับ”

ทางบริษัทต้นสังกัดที่ฟิลิปปินส์ทราบเรื่องไหม?
“ทราบครับ เขาก็ไม่ได้ตื่นเต้นครับ เขาบอกว่าทางเราไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเพราะไม่ใช่คู่กรณี ถ้าทางนั้นยังไม่ยอมยุติ ก็เรียนเชิญที่ศาลฟิลิปปินส์ เพราะถือเป็นข้อกำหนดในสัญญาว่าขึ้นได้ศาลเดียวเท่านั้นคือศาลที่ฟิลิปปินส์ครับ และดำเนินการได้กับทางสำนักงานใหญ่ที่ฟิลิปปินส์เท่านั้น ซึ่งปัญหานี้ไม่เคยเกิด ผมว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่เวที ผมว่าปัญหาอยู่ที่บุคคลมากกว่าครับ”

ถ้าเขาเจรจาขอจัดการประกวดร่วมกันจะยอมไหม?
“ไม่ได้ครับ เป็นกฎข้อบังคับจากมิสเอิร์ธสำนักงานใหญ่ ห้ามขายหรือห้ามทำอะไร และในกรณีนี้เขามีข้อขัดแย้งค่อนข้างเยอะกับทางสำนักงานใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องอีเมล์ตอบโต้ของเขาที่พอเขารู้ว่าทางนั้นยกเลิกสัญญากับเขาเพราะไม่จ่ายค่าธรรมเนียม ก็ไม่อ่านให้ฟังแล้วกันนะครับเพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน คำพูดน่ากลัวมาก และในนี้มีการกล่าวอ้างบางอย่างที่ไม่เหมาะสมที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยด้วย”

ถามถึงเรื่องการจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สเมียนมาร์ กลัวมีปัญหากับคุณแดง (สุรางค์ เปรมปรีดิ์) ไหม?
“ไม่ครับ เราเซ็นสัญญากับทางโน้นครับ ฉะนั้นทุกอย่างของผมอยู่ภายใต้กฎหมาย ทุกอย่างเป็นเสรีซึ่งกันและกัน และยังเคารพรักผู้ใหญ่ทุกคนในวงการ ผมรู้สึกศรัทธากับผู้ใหญ่ทุกคนนะ แต่โอกาสของทุกคนมีมาตามกาลเวลาที่โตขึ้นครับ สำหรับเวทีมิสยูนิเวิร์สเมียนมาร์ได้คุยตั้งแต่ก่อนเริ่มต้นในปีที่ผ่านมาครับ แต่เนื่องจากปีที่ผ่านมายุ่งมาก ปีนี้เขาก็กลับมาคุยกับเราอีก และเขาจะบินมาดูการประกวดมิสแกรนด์ไทยแลนด์ในวันที่ 17 มิ.ย.ด้วยครับ”

อยากฝากอะไรถึงคู่กรณีรวมถึงคนที่ติดตามข่าวไหม?
“ฝากบอกทุกท่านที่อาจจะตกใจกับข่าว ซึ่งผมอาจจะถูกตำหนิในบางโซเชียลเน็ตเวิร์กหรือบางกรณีที่มีการคอมเมนต์ค่อนข้างเยอะ ผมเข้าใจว่าการที่เราฟังความ 1 ด้านจะทำให้ทุกคนเข้าใจได้ครับ แต่เมื่อเราฟังความทั้ง 2 ด้าน แต่ไม่ใช่เป็นเพียงการพูดกันปากเปล่า เราต้องมีหลักฐาน และหลักฐานจะต้องครบจริงๆ ถ้าหลักฐานขาดๆ แหว่งๆ หลักฐานเชิงได้เปรียบชิ้นนึง อีกชิ้นที่สำคัญเหมือนเป็นกุญแจแต่ไม่เอามา มันก็เหมือนเป็นการสร้างความปั่นป่วน ทำให้สื่อมวลชนต้องมาทำข่าวกัน ก็ฝากให้ผู้อ่านทุกท่านเข้าใจหลักการที่ถูกต้องจริงๆ และขอยืนยันว่าผมทำอะไร ผมรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ และทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ อยากให้เป็นกำลังใจให้มิสเอิร์ธในปีนี้ด้วยแล้วกัน และฝากดูมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ วันที่ 17 มิ.ย. 22.30 น.ทางช่อง 7 สีด้วย ยังจัดเหมือนเดิมนะครับ ซึ่งทางผู้ใหญ่ของช่องก็เป็นห่วงครับ ท่านก็บอกว่าต้องอธิบายให้ชัดเจนต่อสื่อมวลชนทุกท่านด้วยครับ เพราะทางช่องก็ตกใจ เกรงว่าผู้ชมทางบ้านจะเข้าใจผิดไปตามการพูดของผู้กล่าวหาครับ”

สำหรับการประกวดมิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2014 รอบตัดสิน จะมีขึ้นในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ เวลา 19.00 น. ณ ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมประกาศผลนางงาม 5 อันดับท็อปไฟว์ คือ มิสแกรนด์ ไทยแลนด์ 2014 จะได้ไปประกวด มิสแกรด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2014, รองอันดับ 1 คือ มิสเอิร์ธ ไทยแลนด์ 2014, รองอันดับ 2 คือ มิสซูปราเนชั่นแนล ไทยแลนด์ 2014, รองอันดับ 3 คือ มิสอินเตอร์คอนติเนนตัล ไทยแลนด์ 2014 และรองอันดับ 4 คือ มิสทัวริซึ่ม ไทยแลนด์ 2014 ซึ่งจะเดินทางไปประกวดในเวทีระดับโลกต่อไป.

ณวัฒน์ อิสรไกรศีล แถลงฟ้องกลับทั้งคดีแพ่งและอาญา น.ส.กัลช์ฎาภรณ์ กรณีกล่าวหาตนละเมิดลิขสิทธิ์ประกวดมิสเอิร์ธ 2014 เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท เผยอีกฝ่ายทำผิดสัญญาบริษัทต้นสังกัดที่ฟิลิปปินส์จนถูกยกเลิกสัญญาแถมส่ง จม.ขู่ตน... 13 มิ.ย. 2557 16:33 ไทยรัฐ