วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ประยุทธ์'ยัน ปฏิทินบริหารประเทศ ตั้งนายกฯ-ครม.ไม่เกิน ก.ย.(ฉบับเต็ม)

“ประยุทธ์” มอบนโยบายทำงบฯ ส่วนราชการ เน้น โปร่งใส-ประสิทธิภาพ-สัมฤทธิ์ผล ล้ม โครงประกัน-จำนำข้าว ชี้ หากไม่ทุจริตชาวนาได้ประโยชน์เต็มที่ ยัน ปฏิทิน คสช. ตั้ง นายกฯ-ครม. ต้น ก.ย. ทันใช้บริหารงบฯ ปี 58

วันที่ 13 มิ.ย. ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาหัวหน้าส่วนราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม เพื่อมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.รองหัวหน้า คสช.และ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.เข้าร่วมประชุมด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่พวกเรามีส่วนร่วมในการทำงาน โดยเฉพาะการขับเคลื่อนงบประมาณปี 2558 เพื่อให้เป็นไปตามปฏิทินงานงบประมาณ ทั้งนี้ ทุกคนทราบดีว่า เหตุผลและความจำเป็นในการทำงานของ คสช. ซึ่งปัญหาหลัก คือ การบริหารงานของข้าราชการประจำ ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนงานของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

ทั้งนี้ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม คือ แผนพัฒนาฉบับที่ 11 ซึ่งถ้าหากไปทบทวนตั้งแต่แผนที่ 1-11 ก็จะรู้ว่า เรามีผลสัมฤทธิ์เพียงใด สิ่งไหนขาด สิ่งไหนเกิน เราก็จะมาแก้ไขกัน "อยากให้ทุกคนร่วมมือกันทำ เพราะอยากทำ ทำเพราะเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำเพราะเราฟังเสียงของประชาชนคนไทยทุกคน และจะดำเนินการทุกอย่างและพัฒนาทุกด้านอย่างต่อเนื่อง มีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ปัจจุบันไปถึงอนาคต เพราะเราจะเป็นคนสร้างอนาคตให้ลูกหลานของเรา ถ้าไม่เริ่มต้นกันในวันนี้ โอกาสจะไม่มีอีกแล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ทุกคนรู้สึกไม่สบายใจก่อนหน้านี้ เช่น การถูกกดทับ การบังคับ ในการทำงาน เราจะไม่บังคับท่าน และจะไม่มีสิ่งใดเป็นผลประโยชน์ในอันที่จะทำให้ท่านทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตนคิดว่าสิ่งที่ตนทำในวันนี้เป็นเจตนาดีของพวกเรา การที่จะกล่าวหาผู้ใดว่า ถูกหรือผิด หรือทุจริต ต้องอาศัยกระบวนการยุติธรรม ให้ได้ข้อยุติ ในฐานะที่ตนเป็นข้าราชการเช่นเดียวกับพวกท่าน ตนจะใช้อำนาจของ คสช.เท่าที่จำเป็น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอย่าคิดว่า พวกเราไปรังแกพวกท่าน เพราะจะทำให้เสียขวัญกำลังใจ ซึ่งเราจำเป็นจะต้องมีการปรับเปลี่ยน เพื่อให้เกิดความเหมาะสม จุดใดมีความขัดแย้งมาก คนที่อยู่ในความขัดแย้งและเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจรัฐ จำเป็นจะต้องขยับขยายชั่วคราว เพื่อให้งานใหม่เดินได้ และพิสูจน์ตัวเอง ออกมามีหลายท่านที่ไปวิตกกังวล ซึ่งตนมองว่าถ้าหากท่านทำดี ก็คงไม่มีใครไปทำอะไรท่านได้ พวกเราไม่ได้เก่งกาจไปมากกว่าพวกท่าน เพียงแต่เราบริหารราชการในกองทัพด้วยความตั้งใจ ในการดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา แต่วันนี้ เมื่อต้องมาดูแลข้าราชการ ก็จะใช้แนวทางเดียวกัน

ซึ่งหลักการก็ คือ 1. การทำงานผู้บังคับบัญชาต้องเข้าใจเรา 2. ผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าใจเรา 3. เพื่อนร่วมงานเข้าใจเรา และ 4. กำลังพลได้รับประโยชน์ ในส่วนของข้าราชการเอง ก็จะต้องทำให้องค์กรมีความโปร่งใส มีคุณธรรม จริยธรรม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก่อนที่เราจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เราจะต้องมาเข้าใจกันเสียก่อน ที่ผ่านมาเราไม่มีเวลาไปฟังชาวบ้านมากนัก ทำให้ข้อมูลต่างๆ ไม่ครบ เช่นเดียวกับชาวบ้าน ที่ฟังข้อมูลไปไม่ครบ จึงทำให้เกิดปัญหาด้วยกันทั้งคู่ วันนี้ เราจะต้องเดินหน้าไปหาเขาและฟังปัญหาเขาทุกปัญหา เรามาทำงานได้ 20 วัน มีปัญหามากมาย ทำให้รู้สึกว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องแก้ไขปัญหาเหล่านั้น อย่าคิดว่าเขาเป็นเพียงเสียงส่วนน้อย และคนเหล่านั้นก็ร้องเรียนทุกปี และคิดว่าไม่เป็นไร แต่ปัญหาทุกอย่างเกิดจากจุดเล็กจุดน้อยทั้งนั้น และจะเผชิญหน้ากับการเดินขบวนการเรียกร้อง ตนเคยคุยกับข้าราชการบางท่าน เขาบอกกับตนว่า คนพวกนี้มาทุกปีไม่เป็นไรหรอก ผบ.ทบ. ปีหน้าก็มาใหม่ ซึ่งตนคิดว่า เป็นเรื่องน่ารำคาญจะเรื่องเล็กเรื่องน้อย ก็น่ารำคาญ เพราะฉะนั้น จะต้องไปหาสาเหตุว่า ทำไมเขาถึงมา ถ้าหากไม่ได้รับความเป็นธรรม แล้วจะดูแลตรงไหน เราจะต้องให้ความสนใจ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้มีการปล่อยข่าวว่า ทหาร และตำรวจ จะไปจับแรงงานต่างด้าวทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้เราได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (กนร.) ที่มี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานในชุดดังกล่าว เพื่อจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว ซึ่งตนได้ให้นโยบายว่า จะต้องมี 3 ส่วน คือ ต้องมีแรงงานต่างด้าวประจำวัน แรงงานต่างด้าวฤดูกาล และแรงงานต่างด้าวประจำปี และมีคนที่ไม่เข้าใจ ทำให้ตื่นตระหนก ทำให้แรงงานที่มีความขาดแคลนตกใจหลบหนี ทำให้ธุรกิจมีปัญหา จึงขอความร่วมมือ เพราะวันนี้แรงงานนอกระบบพอสมควร

ดังนั้น จะต้องควบคุมให้อยู่ในระเบียบ และให้สามารถทำงานได้ต่อไป เพราะมีการชะลออยู่บางส่วน ทั้งนี้ กนร.จะเรียกประชุมรายละเอียดอีกครั้งว่า จะจัดระบบกันอย่างไร นายจ้างจะรับผิดชอบแค่ไหน รวมถึงการโซนนิ่งพื้นที่ และสวัสดิการรักษาพยาบาล ซึ่งแรงงานต่างด้าวก็ไม่ได้จ่ายเงินเรา แต่เราก็จะต้องดูแลเพื่อมนุษยธรรม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และการเข้าสู่การเป็นพื้นที่เศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งทั้งสองอย่างเชื่อมโยงกัน ซึ่งตนดูแลว่า มันยังไม่เป็นแนวทางเดียวกัน จึงตั้งคณะทำงานขึ้นมาขับเคลื่อน ทุกระบบทั้ง 3 เสาหลัก ไม่เช่นนั้นจะไม่มีความพร้อม ซึ่งที่ผ่านมา ทุกกระทรวงก็ปฏิบัติงานได้ดี แต่ตนมองว่ามีบางอย่างที่น่าจะไปได้ ทั้งงานหลัก และงานเสริม

“ส่วนมาตรการของ คสช.ที่จะทยอยออกมานั้น ไม่อยากให้มองว่า เป็นมาตรการประชานิยม เช่น การชะลอเรื่องภาษี ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการปรับโครงสร้างใหม่อยู่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ในส่วนของเรื่องพลังงาน น้ำมันต่างๆ เป็นการขอความร่วมมือ จึงตรึงราคาไว้ก่อน ถือเป็นมาตรการชั่วคราวทั้งนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนทั้งสิ้น ผมไม่อยากให้มองว่า คสช. คืนความสุข จนสำลัก ถือเป็นเรื่องยากที่จะสั่ง หรืออนุมัติเรื่องใดลงไป เพราะมีผลกระทบทั้งสิ้น วันนี้อยากให้ทุกคนเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพลังงาน ภาษี คุณภาพชีวิตด้านอื่นๆ ที่ประชาชนเดือดร้อน ต้องมองทุกมิติว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร ซึ่งผมมองว่า สิ่งเหล่านี้เราทำกันอยู่แล้ว เพียงแต่ขาดความชัดเจน ขาดการทำความเข้าใจกับประชาชน อาจพูดภาษาราชการมากไป ไม่เอาคำถามของประชาชนมาเป็นโจทย์ และไม่ตอบคำถามเขา” หัวหน้า คสช.กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ ทำให้ประชาชนแบ่งเป็นสองสามฝ่าย และตนไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ดังนั้น ทุกคนจะต้องเสียสละ และใช้สติปัญญา เราจะต้องสร้างประชาธิปไตยของประเทศไทยขึ้นมาใหม่ โดยการใช้สติปัญญาของคนไทยทุกคน คนไทยเก่งและมีความสามารถกันทุกคน มียิ่งกว่าใครที่ไหนทั้งนั้น เพราะเรารู้ว่า คนไทย คืออะไร เป็นอย่างไร อย่าให้คนอื่นเข้ามาบริหารจัดการเลย ทั้งแพงทั้งเปลือง และเขาก็ไม่รู้ปัญหาของเรา อยากให้ใช้สติปัญญาของเราช่วยกันดีกว่า ภายใต้หลักการโปร่งใส มีประสิทธิภาพ รู้ผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน

"ขอยืนยันว่า โครงการต่างๆ หากไม่ได้การอนุมัติ หรือมีลายเซ็นของผม ก็ยังไม่ใช่ทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงการหารือของคณะกรรมการในทุกฝ่าย อย่างเช่น โครงการ 3 ล้านล้านบาท ผมก็ยังไม่ได้อนุมัติเลย ต้องไปถามสำนักงบประมาณว่า มีเงินอยู่เท่าไหร่ ซึ่งตนคิดว่า มีบางคนปล่อยข่าวเพื่อให้ประชาชนเรียกร้อง และทำให้งานเราสะดุด ดังนั้น อยากให้ช่วยกันอธิบายกับสังคม เพราะจะเป็นการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เพราะจะทำให้เกิดความเสียหาย" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายเรื่องการจัดทำงบประมาณปี 2558 ต้องตั้งเป้าให้สามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่ต้นปี และจะเร่งรัดกระบวนการต่างๆ ให้มีความโปร่งใสทุกขั้นตอน ซึ่งขณะนี้เราได้มีการตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดินของ คสช. ส่วนงบประมาณปี 2557 ที่ค้างอยู่ โครงการที่มีปัญหาอยู่ ก็จะเข้าไปดูให้ หากทำได้ ก็จะเข้าไปอยู่ในแผนงานไตรมาส 4 ส่วนโครงการใหม่ที่เกิน 1,000 ล้านบาท ก็จะต้องไปดูในเรื่องรายละเอียด ขอให้ดำเนินการให้มีความจริงใจต่อกัน ตนไม่อยากใช้อำนาจ หรือกฎหมายกับพวกท่านมากนัก แต่ทุกท่านจะต้องเห็นใจ ถ้าไม่ทำเช่นนั้น ทุกอย่างก็จะเดินหน้าไม่ได้ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา มีคนบอกปัญหากับตนมาก จนเต็มลิ้นชักไปหมดแล้ว ทั้งโทรศัพท์ คลิป จนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ตลอดเวลามีแต่เรื่องปัญหาที่จะต้องแก้ บางอย่างน่าชื่นชมยินดี บางอย่างก็หงุดหงิด บางอย่างก็ทรมานมา 9 ปีแล้ว

ฉะนั้น จากวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา เราจะต้องมีความสุข ซึ่งหลายคนอาจจะเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ทั้งนี้ ตนอยากให้คนที่ไม่เห็นด้วย ชะลอประชาธิปไตยเอาไว้ก่อน ซึ่งเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นปัญหา การร้องเรียน ก็จะได้รับการตรวจสอบทุกเรื่อง ซึ่งตนอยากให้ทุกคนร่วมมือกับตน นับจากวันที่ 22 พ.ค.เป็นต้นมา เรื่องเก่าให้เป็นเรื่องเก่า เรื่องใหม่ให้เป็นเรื่องใหม่ สำหรับวงเงินงบประมาณปี 2558 และยุทธศาสตร์ ตนได้อนุมัติไปแล้ว ในกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของค่าใช้จ่ายประจำ และงบเงินกู้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ อยากให้ทุกฝ่าย ไปหาแนวทางเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน ทั้งเรื่องการบริหารงานของรัฐ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนความการเรียกความเชื่อมั่นจากนานาชาติกลับคืนมานั้น ต้องไปหาแนวทางว่า จะทำอย่างไรเขาถึงจะเข้าใจว่า ทำไมถึงเรามีในวันนี้ รวมถึงสาเหตุที่ปล่อยปัญหาให้เรื้อรังมา อยากให้ตัดความชอบ และความรักส่วนตัวออกไปก่อน ประเทศชาติจะต้องมาก่อน ซึ่งตนมุ่งหวังให้ใช้จ่ายงบไม่ให้สิ้นเปลือง และต้องไม่เกินกรอบวินัยการเงินการคลังของประเทศ รวมถึงการบริหารหนี้สาธารณะเกินเกณฑ์ความปลอดภัยที่เรามีอยู่ วันนี้มีข่าวว่า หนี้สาธารณะเพิ่มทำให้ประชาชนอกสั่นขวัญแขวน อยากให้ไปชี้แจงจากเดิมหนี้สาธารณะอยู่ที่ 49-53 เปอร์เซ็นต์ และถ้าไม่ใช่ มันไปหมกอยู่แถวไหน อยากให้นำตัวเลขมาให้ชัดเจน เพื่อลดความหวาดระแวง

อย่างไรก็ตาม ภาระอย่างหนึ่งของเรา คือ หนี้ระยะยาวที่พูดกันว่า ประชาชนจะต้องเฉลี่ยต่อหัวละเท่าไหร่ อยากให้ไปดูว่าถูกหรือผิด อย่าปล่อยให้เข้าใจกันไปแบบนั้น ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง คือ การเปรียบเทียบ และสรุปยอดการดำเนินการทางด้านเศรษฐกิจ ตามไตรมาส 1 ที่ผ่านมานานแล้ว ซึ่งวันนี้การดำเนินการอยู่ในไตรมาสที่ 3 ซึ่งตัวเลขที่ออกมาก็น่าตกใจ การสรุปงานไม่อยากให้ทำแบบนั้น มาสรุปว่า การท่องเที่ยวลดลงไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว มันก็ตกสถานการณ์ปีที่แล้วเป็นอย่างไร มีการประท้วงกัน หรือขัดแย้งกันหรือไม่ ซึ่งท่านเอาช่วงที่สถานการณ์ขัดแย้ง และไม่ขัดแย้งมารวมกัน แล้วมาสรุปว่า การท่องเที่ยวลดลงก็กลายเป็นว่า คสช.ทำให้มันลดลง ใช่หรือไม่ ถ้าทำอย่างนั้น ตนก็เสียหาย ซึ่งต่อจากนี้ อยากให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม สรุปผลการทำงานก่อนวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา และหลังวันที่ 22 พ.ค.มาให้กับตนด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การใช้จ่ายต่างๆ จะต้องสร้างความเชื่อมั่นทั้งในและนอกประเทศ งบประมาณปี 2558 จำนวน 2.575 ล้านล้านบาท เราพยายามควบคุมตลอด การทำรายจ่ายงบประมาณ ถ้าทำไว้มากเกินไป ก็จะทำให้เกิดปัญหา ซึ่งงบประมาณดังกล่าว เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ประมาณ 50,000 ล้านบาท หรือ 2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นการทำงบประมาณครั้งนี้ ต้องเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ หรือวงเงิน ลดการรั่วไหล การใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น และจัดทำงบให้ตรงตามแผนงานที่ได้วางเอาไว้ ต้องพอเหมาะพอดี ให้ผ่านชั้นคณะกรรมาธิการแปรญัตติ ถ้าไม่เช่นนั้น จะถูกลดงบประมาณ อาจจะ 5% หรือ 10% ก็จะทำให้ทุกอย่างรวนไปหมด ต้องมาปรับแก้กันใหม่ ทั้งนี้ ตนได้สั่งการโดยการบริหารปัจจุบัน เรื่องการเขียนแผนบริหารพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ที่เขียนไว้แค่ 5 ปี แต่ท่านต้องมองไปถึง 10 ปีข้างหน้าว่า เราจะเป็นอย่างไร ประเทศมีอะไรบ้าง มองตรงนั้นแล้วถอยหลังมา ถึงจะสามารถวางแผนตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้น 2 แผน ต้องเตรียมเชื่อมต่อกัน และหากเศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว ภาครัฐสามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้าหมาย เราจะสามารถทำงบประมาณเพิ่มเติมในโครงการลงทุนต่างๆ ได้

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง การแบ่งพวก แบ่งพรรค ในพื้นที่ต่างๆ ส่งผลกระทบให้การจัดทำงบประมาณในช่วงที่ผ่านมาไม่ทั่วถึง บางครั้งการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ไปบังคับพวกท่านมากไป ซึ่งทุกท่านต้องสร้างความเข้มแข็งของตัวเอง ให้เขาสั่งท่านไม่ได้ แต่ก็ติดคำว่า ต้องมีวินัยข้าราชการ และทุกคนก็รู้ว่า อะไรดี ไม่ดี อย่างให้ทุกท่านได้เตรียมตัวเมื่อ คสช. ก้าวสู่ระยะที่ 2 ให้ทุกท่านไปปฏิรูปส่วนราชการของตัวเอง กำหนดระบบป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองมาก้าวล่วง มากดทับ

“การบูรณาการงานทุกกระทรวง โดยมีหัวหน้ากลุ่มงานของรัฐบาลไปตรวจสอบ ไม่ใช่ให้คนที่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาลไปตรวจสอบ ไม่ว่าจะนักการเมือง หรือใคร ไม่ต้องเพราะไม่ใช่หน้าที่ มันจบไปแล้ว ไม่ต้องไปปรึกษาเขา ตนทราบมาว่า มีการไปปรึกษาคนเก่าๆ ขอให้มาปรึกษาตน ไม่ต้องไปปรึกษาคนนอก ถ้าไปปรึกษากับคนนอก ก็ไปอยู่กับเขาเลย เตือนกันแล้วนะ และตนก็เตือนคนที่ให้คำปรึกษาด้วย ซึ่งท่านก็บอกว่า ท่านหยุดแล้ว แต่ไม่รู้จะห้ามคนที่เขามาหาอย่างไร ตนเลยต้องห้ามทั้งสองทาง” หัวหน้า คสช.กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องนำหลักการเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปนำร่องปฏิบัติและทำความเข้าใจกับประชาชนว่า เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่การประหยัด แต่เป็นความพอเพียงในการดำรงชีวิตในทุกด้าน โดยเริ่มด้วย 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ที่ข้าราชการต้องจำได้ คือ 1. มีเหตุมีผล 2. พอประมาณ 3. มีภูมิคุ้มกันที่ดี ภายใต้เงื่อนไข ความรู้ คุณธรรม ถ้ามีสิ่งเหล่านี้จะทำให้ดำรงชีวิตด้วยความสุข

ทั้งนี้ พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัสไว้ว่า พระองค์ท่าน ไม่ได้รับสั่งเรื่องการประหยัด แต่เป็นการครองชีวิต ดำรงตนไม่ให้พลาดพลั้ง มีน้อยใช้น้อย มีเหลือแบ่งปัน มีมากขายต่อ มีความรู้ไปกู้เงินมาขยายธุรกิจ ดังนั้น ทุกคนในชาติต้องรู้ ไม่เช่นนั้น จะมีคนไปกล่าวหาว่า ท่านสอนให้คนประหยัด ทำให้คนจน ก็เพราะความไม่เข้าใจ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ก่อนที่จะทำอย่างอื่น ให้ให้นำงบประมาณเรื่องน้ำมาดูก่อน พร้อมทั้งหารือกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องว่า ใครจะทำงานหลัก งานรอง วันนี้ขุดบ่อกันทั่วประเทศ จนจะเดินตกบ่อตายกันอยู่แล้ว แต่ประชาชนก็ยังขาดน้ำ เพราะฉะนั้น ต้องบริหารจัดการน้ำให้ได้ ให้ประชาชนใช้น้ำเพียงพอต่อการบริโภค รวมถึงการเกษตร และจะนำงบประมาณที่เหลือจากปี 57 มาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ดีกว่าไปดูงานต่างประเทศ และรถยนต์ประจำตำแหน่ง ก็ไม่ต้องซื้อ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องการแบ่งโซนนิ่งการเกษตรก็เหมือนกัน ต้องมีสัดส่วนของการปลูก ในวันนี้ราคาข้าวตั้งเอาไว้แบบนี้ จะสามารถแบ่งพื้นที่โซนนิ่ง จะให้เขาปลูกอย่างอื่นแล้วทำได้หรือไม่ ให้กลับไปคิดกันว่า จะทำกันอย่างไร อยากให้คิดเรื่องที่เป็นไปได้ ส่วนเรื่องการวางผังเมืองก็เช่นกัน ตนก็ติไปว่า น่าจะยุบกรมผังเมือง เพราะสับสนมาก อยากให้ตีกรอบเมืองใหญ่ เมืองเก่า เอาไว้ ค่อยๆ ทำไป เพื่อให้เป็นวัฒนธรรมไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมถึงการปรับปรุงเส้นทางให้ง่ายต่อการเดินทาง อย่างเช่น แถวฝั่งธนบุรี ที่มีการตีกรอบไว้ อันนี้ก็เละ เพราะไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า จึงทำไม่ได้ เพราะคนมีบทบาทจะสั่งตรงนี้ ดันมีที่ดินอยู่ตรงนั้น

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยกลัวคนมียศ เพราะคนมียศบางคน ต้องการใช้อำนาจ ซึ่งอำนาจไม่ได้มาง่ายๆ ต้องไขว้คว้า ยังไงก็ไม่มา ถ้ามาแล้วใช้ไม่เป็นก็อยู่ไม่นาน ที่ต้องพูดเพราะตนยืนอยู่ตรงนี้ และก็รู้ว่าไม่นานหรอก ไม่รู้ว่าเป็นช่วง ฮันนีมูน พีเรียด หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ตนพยายามทำให้นานก็แล้วกัน บ้านเมืองเราต้องแก้ไขด้วยการเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ไม่ใช่แค่เลือกตั้งอย่างเดียว แล้วมาฆ่ากันทั่วเมือง คงทำให้ไม่ได้ หากการยอมรับยังไม่เกิด มันจะยิ่งกว่าการที่ตนออกมาเสียอีก ถ้าหากเลือกตั้งครั้งหน้าไม่มีใครยอมใคร ปี 2557 ก็ใช้งบประมาณไม่ได้ และปี 2558 ก็ทำงบประมาณไม่ได้ แล้วตนถามว่า ประชาธิปไตยจะทำได้หรือไม่ เมื่อเลือกตั้งออกมาได้รัฐบาลก็ประท้วงอีก นี่คือคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้กับตนในการประชุมของกลุ่มต่างๆ ก่อนวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลบอกว่า ถ้าไม่ได้ก็ไม่ได้ก็ต้องปล่อยไปแบบนี้ ทุกคนคงเข้าใจนะ“ พูดไปก็หาว่าแก้ตัว ผมไม่อยากเลยจริงๆ เดิมก็ทรมานอยู่แล้ว ไม่มีความสุข ตอนนี้ยิ่งไม่มีกว่าเดิมอีก เพราะกดดันด้วยเวลา สถานการณ์ ต่างประเทศในประเทศ ผมคิดทุกอย่าง เก็บทุกเม็ดมาแก้ ทุกอย่างก็รุมเร้า อย่าโกรธกัน

ทั้งนี้ แผนการทำงานของ คสช. ที่มี 3 ขั้นตอน คือ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ส.ค. จะต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อยภายใน 3 เดือน ทั้งร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราว การตั้ง สนช. และก็ตั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และบริหารราชการ คิดว่าน่าจะตั้งรัฐบาลได้ ปลายสิงหาคม หรือต้นกันยายน และต้องเผื่อเวลา 15 วัน เพื่อทูลเกล้าฯ ถวาย และหลังจากมีรัฐบาลแล้วก็จะเดินหน้าในการทำงาน และตั้งสภาปฏิรูป โดยจะนำทุกภาคส่วน โดยเฉพาะคู่ขัดแย้ง ไปรวมกันและคัดกันออกมาเป็นสภาปฏิรูป” หัวหน้า คสช. กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว เราต้องสร้างระบบเศรษฐกิจให้มีความยั่งยืน ให้ความรู้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิต สนับสนุนปัจจัยขั้นพื้นฐาน พร้อมดูแลชาวนา ชาวไร่ โดยตนดูแนวคิดในค่ายทหาร โดยการนำระบบสหกรณ์มาใช้ ตั้งแต่วันนี้ขอกระทรวงเกษตรฯ รับไปดูแลทบทวนตรวจสอบสหกรณ์ทั้งระบบ เพราะมีข้อมูลบางกรณีไม่ดีนัก เป็นไปได้หรือไม่ว่า ไม่มีการประกันราคาข้าว ไม่มีการจำนำข้าว อย่างแน่นอน ถ้ามีแล้วโปร่งใส ประชาชนได้รับจริงๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็ขอให้พิสูจน์มา และวันหน้าค่อยว่ากันใหม่ แต่วันนี้ไม่มีแน่นอน ไม่ต้องมาพูดกับผมอีก ไม่ว่าจะเป็นจำนำข้าว หรือประกันราคาข้าว มีแต่จะทำอย่างไรให้ลดต้นทุนการผลิต หากไปดู เริ่มตั้งแต่การเช่านา ซึ่งชาวนาไม่ได้มีที่นาเป็นของตัวเองเท่าไหร่หรอก ค่าเช่านา 6 พัน ถึง 7 พันบาทต่อไร่ ต่อปี ซึ่งถือเป็นราคาต้นทุน ถ้าลดตรงนี้ได้มันก็โอเค

เพราะฉะนั้น นายทุนต่างๆ ก็ต้องช่วยกัน พร้อมกันนั้น ต้องส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ มากว่าปุ๋ยเคมี เพื่อป้องกันดินเสีย อยากให้ไปคิดริเริ่ม ธนาคารข้าว ในทุกพื้นที่ชนบทและทุกอำเภอ ชาวนา สามารถเบิกยืมเมล็ดพันธุ์และปุ๋ยเคมีได้ อาจจะกังวลกันว่า ทำเช่นนี้แล้วเจ๋ง เหมือนกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ต้องคิดเรื่องนี้ให้เร็วๆ ลดการเอาเปรียบของพ่อค้าคนกลาง ตลาดกลางเกษตรไปทำโดยตรง หรือให้ชาวนา ชาวไร่ จัดขึ้นมาเองตามแนวทางที่เขาอยากจัด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับอุตสาหกรรมในประเทศ ต้องเชื่อมโยงกับการลงทุนต่างประเทศ ซึ่งได้บอกนักลงทุนประเทศใหญ่ที่มาพบว่า การมาจัดตั้งฐานการผลิตในไทย ซึ่งเราไม่ได้เงินตรงนั้นทั้งหมด แต่ได้จากการจัดเก็บภาษี โดยเราเพิ่มแรงจูงใจมากขึ้น ซึ่งประเทศเรา ก็ไม่ได้อะไรมาก แต่ได้แรงงานเข้าไปทำงานได้ ตนบอกไปว่าต่อไปนี้ การเข้ามาจัดตั้งโรงงาน หรือบีโอไอ สนับสนุน ต้องเข้าหลักเกณฑ์ถึงวันที่ 5 ก.ค.นี้ คือ ต้องใช้แรงงานไทย ใช้วัตถุในประเทศ ซึ่งหลักเกณฑ์เหล่านี้ในต่างประเทศ ก็ใช้บังคับนักลงทุนเหมือนกัน

ทั้งนี้ อยากให้นำสิ่งที่ได้ดูงานกันในต่างประเทศ เช่น พื้นที่ที่มีชาวนา ค่าใช้จ่ายของคนกลุ่มนี้ ต้องไม่สูงเท่าคนในพื้นที่ที่มีรายได้มาก ต้องไปดูว่าจะทำอย่างไร เช่น บัตรทองในการสนับสนุนชาวนา ทำให้เขาไม่ใช่บัตรทองแต่รอแจกเงินอย่างเดียว เมื่อความเป็นอยู่ดีขึ้น ความน้อยเนื้อต่ำใจ และความกดดันก็ลดน้อยลง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ในด้านสาธารณูปโภคต้องพิจารณาว่า สิ่งทำได้ก่อน เช่น รถไฟรางคู่ ซึ่งคนยังไม่เข้าใจและเห็นภาพว่า เป็นอย่างไร ตนอยากอธิบายว่า รถไฟรางคู่ คือ การสร้างรางรถไฟขนานกันเป็นเส้นทางไป-กลับ ต่อไปเราก็อาจจะแยกเอาเส้นทางรางรถไฟเก่าไว้ขนผัก ส่วนของใหม่ก็เอาไว้ขนคน ส่วนรถไฟฟ้าความเร็วสูง ที่ต้องใช้เงินกู้จำนวนมาก ต้องไปพิจารณาว่าคุ้มทุนหรือไม่ ต่างชาติมีข้อเสนอมากมายว่า จะให้ฟรี ตนอยากได้ ถามว่าโลกนี้มีอะไรที่ได้มาฟรีบ้าง ก็ต้องไปดูข้อเสนอ เช่น การให้สัมปทาน 50 ปี ต่อไปก็จะขอพื้นที่สองข้างทาง ข้างละ 2 กม. เพื่อทำธุรกิจของเขา อีกทั้งนำคนของเขา เข้ามาในพื้นที่ 2 แสนคน เพื่อมาทำงาน อยากถามว่า ของฟรีแบบนี้ทุกคนรับได้ หรือไม่

“หลายเรื่องมีทุกคนที่อยากมาทำให้ ในขณะนี้ โดยใช้อำนาจของผม โดยบอกว่า ไม่ต้องไปฟังคำวิพากษ์วิจารณ์ เช่น การขุดคลองก็ขอให้ทำไปเลย รู้ว่าขุดแล้ว พัฒนาได้ประโยชน์ แต่ก็ต้องไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ว่าประเทศไทยแบ่งแยกไม่ได้ หากขุดคลองเป็นการแบ่งแยกทางการปกครองดินแดน ใช่หรือไม่ ก็มีคนบอกอีกว่า ไม่เป็นอะไร เช่น อินโดนีเซีย ที่เป็นเกาะ เขายังอยู่กันได้เลย แต่ประเทศไทย ไม่ได้เป็นเกาะ ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องทำให้เป็นเกาะ แต่ถ้าไปศึกษามาว่า เป็นประโยชน์จริงๆ มีผลการศึกษาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม ก็ให้ทำเสนอมาในแผนงาน อย่าให้ผมเป็นคนสั่ง” หัวหน้า คสช. กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายคิดเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน เพราะทุกคนมีสัมพันธไมตรีกับประเทศเพื่อนบ้าน มีการสั่งซื้อพลังงานจากประเทศ เหล่านั้น อยากถามว่า ถ้าเขาปิดท่อแก๊ซ และ สายส่งทั้งหมด เราจะอยู่กันได้กี่วัน กี่นาที ซึ่งต้องเร่งแก้ไข และ ริเริ่มพลังงานทดแทนขึ้นให้ได้ จะต่อเนื่องเชื่อมโยงไปถึงภาคการผลิต การปลูกพืชเชื้อเพลิง ตอนนี้สร้างอะไรไม่ได้ เพราะเกิดความขัดแย้งเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น สิ่งใดที่สร้างได้ก็สร้างก่อน เช่น ก๊าซ โรงไฟฟ้าลิกไนต์ ถ้าไม่เริ่มจากง่าย และ ประชาชนมีส่วนร่วม ก็ไม่มีทางทำได้ เพราะฉะนั้น โรงงานที่จะเข้ามาตั้งในประเทศ จะต้องมีการทำพลังงานทดแทนของเขาเอง ไม่ใช่เราต้องลงทุนพลังงาน และ สาธารณูปโภคให้เขาหมด อยากถามว่า สิ่งที่ผลิตทั้งหมด ประชาชนใช้กี่เปอร์เซ็นต์ พลังงานสำรองที่ทำกันสำรองให้คน หรืออุตสาหกรรม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ราคาพลังงานตอนนี้ก็มีผลกระทบมาก บริษัทที่มีปัญหา ในขณะนี้ทำอย่างไรให้มีความชัดเจนขึ้น อะไรที่เป็นรัฐวิสาหกิจล้วนๆ ต้องปรับปรุงแก้ไขอย่างไร อยากให้ดูตัวอย่างอย่าง เช่น รถไฟ เมื่อก่อนเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้น อะไรที่เป็นรัฐวิสาหกิจผสมบริษัทมหาชน เช่น ปตท. กำไรที่ออกมา ผมไม่รู้ว่า มันจะผิดหรือจะถูก ต้องดูเรื่องกติกา และ ผลประโยชน์ของประชาชนด้วย การจะปรับบอร์ด หรือ อะไร ก็ยากไปหมด เราก็ต้องขอความร่วมมือ ปรับปรุงในระยะนี้ไปก่อน หลายท่านก็เข้าใจ จะหาว่า เราไปบังคับเขา แต่ถ้าเขาคิดว่าไม่สบายใจเขาก็ต้องลาพักไป ผมไม่อยากจะไปใช้อำนาจมากนัก ถ้าเราเคลียร์ตรงนี้ได้ คนจะได้เลิกพูดว่า เละเทะไปหมด เงินแสนล้านหายไปไหนหมด เข้ากระเป๋านักการเมือง หรือเปล่า ทั้งนี้ คณะทำงานกำลังดูเรื่องนี้ในภาพรวมว่า จะเพิ่มหรือลดลงไป ต้นทุนพลังงาน จะเป็นอย่างไร ที่ผ่านมาบิดเบือนกันมาตลอด เพราะนโยบายตอนนี้กองทุนน้ำมันติดลบ 7,400 ล้านบาท ซึ่งราคาแก๊สและน้ำมันที่ลดลง จะต้องมีการสนับสนุนด้วย

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีแหล่งน้ำมัน มีคนถามว่า ทำไมไม่ขุดเอง ขายเองในราคาถูกกับคนในประเทศ แต่ความจริงบริษัทต่างชาติเป็นคนมาขุดทั้งนั้น เราได้แค่ค่าสัมปทานก็ต้องไปคิดว่า ต่อไปจะทำอย่างไร จะเก็บใช้ หรือแบ่งขายอย่างไร

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยว คนต้องการให้เป็นเหมือนกับประเทศเกาหลี ซึ่งคงไม่ได้ เพราะต้องผสมผสานทั้งส่วนที่เก่า และใหม่ ซึ่งมีแนวคิดจะทำเมืองหลวงใหม่ แต่พื้นที่นั้นไกลมาก ต้องคิดว่าควรมาอยู่รอบๆ หรือไม่ อาจจะไม่ต้องทำในสมัยที่ตนบริหารประเทศ ควรคิดเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้แล้วเป็นไปได้ เหมือนคิดว่า บินได้อย่างนก วันนี้ก็มีเครื่องบิน ถ้าไม่คิดเช่นนี้ ก็จะจมอยู่ในอดีตและปัจจุบัน แต่ไม่มีอนาคต วันนี้หลายคนเร่งรัดให้ตนดำเนินการหลายสิ่ง ทำในสิ่งที่ตนได้จัดระเบียบไว้แล้ว หรือจะทำอย่างไร เพราะตนไม่ได้วางปฏิทินเอาไว้

ในส่วนของกฎหมายต้องสร้างให้ทุกฝ่ายยอมรับ หรืออย่างเช่นตำรวจ อยากถามว่า มีใครไม่กลัวบ้าง ซึ่งทุกคนก็กลัวกันทั้งนั้น แต่จะทำอย่างไรให้เกิดความทั้งรักทั้งความกลัว ไม่ใช่กลัวแล้วเกลียด กลัวที่จะทำผิดกฎหมายโดยที่เราต้องเป็นตัวอย่างให้เขา โดยจะปรับอย่างไรให้ตำรวจใช้กฎหมายให้ได้ ประชาชนมีความเกรงกลัวกฎหมาย รู้หน้าที่และมีวินัย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พูดน้อยก็ไม่ได้ พูดยาวก็ไม่ได้ ไม่อธิบายก็ไม่ได้ พูดไปแล้วก็หาจุดผิดของผมมาตี คนไทยเป็นอะไร สมองเสียไปข้างหนึ่ง หรืออย่างไร อันนี้โมโหจริง พยายามคิดและเหน็ดเหนื่อยกันทุกคน เพราะทำเพื่อบ้านเมือง จะผิดหรือถูก ผมรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวอยู่แล้ว และวันนี้ผมลาก ผบ.เหล่าทัพ มารับผิดชอบกับผมด้วยทั้งหมด แล้วถามว่า ผมได้อะไร ในเมื่อเงินก็ไม่อยากได้ อำนาจก็อยากใช้น้อยๆ และอยู่ก็ไม่นาน แค่ 10 วัน ผมก็เบื่อแล้ว แต่ที่ต้องดีกว่านี้ เพราะเห็นว่า อนาคตมันไปไม่ได้ ใครจะเป็นประชาธิปไตย ผมไม่รู้ แต่ประชาธิปไตยที่เป็นแบบไทยๆ มีคนส่วนใหญ่และคนส่วนน้อยแบบนี้คงไม่ได้ มันต้องไม่เกิดขึ้น เพราะสู้กันทั้งนอก ทั้งใน มีการแบ่งฝ่าย ผมไม่โทษคนนำ คนว่า แต่อยู่ที่เราว่า จะให้เขาจูงเราไปอย่างไร มีคนพูดว่า ทหารมีสองฝ่าย มีสองสี ท้าให้อีกฝ่ายออกมาเลย ทหารดี มีมากกว่าทหารไม่ดี ไม่ต้องมาห่วงพวกผม ทหารมีฝ่ายเดียว ฝ่ายประเทศชาติ ประชาชน ถ้ามีหลายฝ่ายผมคงไม่มาอยู่ตรงนี้ ขอให้ทุกคนให้เวลาตนอีกนิด ในการปฏิรูป แก้ไขปัญหาของประเทศ ขอให้ทุกคนใช้ปฏิทินเดียวกัน ตนไม่อยากให้เป็นไปเหมือน 9 ปีที่แล้ว ถ้าเชื่อตามเว็บไซต์ เรารบกันแน่นอน คสช. ไม่ได้สร้างปัญหาเพิ่ม แต่มาแก้ไข

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้เราต้องสร้างความเข้าใจ และคืนความสุขให้ประชาชนทุกพวก ทุกฝ่าย อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ไม่สร้างความเสียหายให้กับวินัยทางการเงินการคลัง สิ่งไหนที่ผมสั่งแล้วผิด ให้มาบอก เพราะฟังทุกอย่าง ไม่ใช่แต่อำนาจ เราคงทำงานกันได้ด้วยดี จากวันนี้ไปถึงรัฐบาลต่อๆ ไป เราจะวางรากฐานให้กับแผ่นดินผืนนี้ อันเป็นที่รักยิ่งของเราด้วยมือ และมันสมองของพวกเรา อย่าไปพึ่งชาติอื่น ให้เขามากำหนดชะตาประเทศชาติเรา อย่าให้ใครมาทำให้ข้าราชการเสียหาย หรือเดินไปข้างหน้าไม่ได้ โดยละทิ้งกฎเกณฑ์ กติกาทั้งปวง ประชาชนจะได้มีความสุขอย่างยั่งยืน ถวายพระเจ้าอยู่หัว ที่มีพระชนมพรรษามาก วันนี้ต้องถวายท่าน ไม่ใช่มาเอาอะไรจากพระองค์ท่านอีก เพราะพระองค์ท่านพระราชทานมามากแล้ว.

13 มิ.ย. 2557 16:16 ไทยรัฐ