วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พณ.ยัน ออสเตรเลียลดระดับสัมพันธ์ทางทหาร ไม่กระทบการค้าไทย

ผอ.สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผย ออสเตรเลียลดระดับทางการทหาร ไม่กระทบการค้าไทย หลังไทยได้เปรียบดุลการค้าออสเตรเลียต่อเนื่อง ระบุความตกลง TAFTA หนุนเอสเอ็มอีไทยส่งออกเพิ่ม...

นางอัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ประเทศออสเตรเลีย ประกาศลดระดับความสัมพันธ์กับผู้นำกองทัพไทย โดยระงับความร่วมมือและห้ามผู้นำทางทหารของกองทัพไทยเข้าประเทศออสเตรเลียนั้น เชื่อว่าจะคงไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมความสัมพันธ์ด้านการค้ากับไทย

ทั้งนี้ ประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียมีการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำระดับสูงระหว่างกันอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ ความมั่นคง และการทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งความร่วมมือด้านเศรษฐกิจที่ไทยได้ทำความตกลง ด้านการค้าทั้งภาครัฐและเอกชนกับประเทศออสเตรเลีย อาทิ ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย TAFTA ความตกลงเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ AANZFTA และการจัดตั้งสภาธุรกิจไทย-ออสเตรเลีย

ขณะที่ช่วงเดือน ม.ค.-เม.ย.2557 การค้าระหว่างไทยกับออสเตรเลียจะมีมูลค่า 4,375.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.9 ของมูลค่าการค้ารวมทั้งหมดของไทย ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 21.4 โดยไทยส่งออกไปออสเตรเลียเป็นมูลค่า 2,765.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นร้อยละ 3.8 ของการส่งออกทั้งหมด ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ร้อยละ 16.9 และนำเข้าจากออสเตรเลีย เป็นมูลค่า 1,620.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.18 ของการนำเข้าทั้งหมด ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 28.1 โดยไทยยังคงได้ดุลการค้ากับออสเตรเลีย คิดเป็นมูลค่า 1,145.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 6.7

สำหรับ 5 ปีที่ผ่านมา ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่าปริมาณการค้ารวม ตั้งแต่ปี 2551-2556 มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.8 ต่อปี โดยการส่งออกเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.71 และนำเข้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.50
 
อย่างไรก็ตาม ผลจากความตกลง TAFTA เมื่อออสเตรเลียเปิดตลาดการค้าบริการและการลงทุนให้ไทยส่งผลให้ธุรกิจ SME ของไทย ที่มีศักยภาพ สามารถส่งออกเพิ่มขึ้นผลในระยะยาวจะเกิดความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ และความต้องการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น เนื่องจากไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.