วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รู้รากเหง้าเพื่อนบ้าน ฐานปรองดองอาเซียน

โดย

ความละเอียดอ่อนอย่างหนึ่งของความปรองดองคือ การแสวงหาจุดร่วมและสงวนจุดต่างที่นำไปสู่ความแตกแยก

ขณะที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดำเนินกิจกรรมเพื่อให้เกิดความปรองดองในประเทศอย่างเข้มข้น มองออกไปในมุมกว้าง เราจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างจริงจังในปี พ.ศ.2558 รากร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน คือพื้นฐานหนึ่งของการปรองดองระดับอาเซียน เรารู้จักแค่ไหน อย่างไร
เพื่อนบ้านในอาเซียน “ก่อนที่จะมาแยกอย่างปัจจุบัน เรามีรากร่วมกันมา ถ้าเรารู้อักษรโบราณ ก็จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะไขเข้าไปรู้อะไรเกี่ยวกับรากฐานร่วมอีกมากมาย” รศ.กรรณิการ์บอก

รศ.กรรณิการ์ วิมลเกษม อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้ได้รับเชิดชูเป็นผู้มีคุณูปการต่อการใช้ภาษาไทย เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ อธิบายให้เห็นคุณค่าของอักษรโบราณ กลางเสียงฝึกพูดภาษาเขมรของผู้เข้าอบรมภาษาเขมรระดับกลาง ที่คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

อาจารย์บอกว่า การเรียนตัวอักษรโบราณ คณะโบราณคดีสอนให้เป็นรากฐานในการเรียนอักษรโบราณทุกชนิด เพื่อศึกษาค้นคว้าทางวิชาการในสมัยต่างๆ อีกทั้งผลิตผู้ทรงคุณวุฒิมาอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นลงไปยังภูมิภาคต่างๆ ได้ทำงานในท้องถิ่นของตนเอง “เราเพิ่มนักวิชาการ เพิ่มให้คนรู้ภาษาโบราณมากขึ้น เป็นการกระจายความรู้สู่ท้องถิ่น”

เป็นที่ยอมรับกันว่าจารึกอ่านยากและมีคนสนใจศึกษาน้อย

เมื่อถามว่า ภาษาโบราณมีประโยชน์ในโลกปัจจุบันอย่างไร อาจารย์บอกว่า “ปัจจุบันเราได้ทำฐานข้อมูลจารึกไว้ ให้คนเข้าไปค้นคว้าได้ง่าย อย่างที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เราให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายและที่สำคัญงานที่เขาปริวรรตต่างๆ เขาก็ออนไลน์ ใครอยากรู้อะไรก็กดเข้าไปดูได้เลย ศึกษาด้านไหน นำข้อมูลไปต่อยอดอย่างไรล้วนเป็นประโยชน์”

นอกจากประโยชน์การศึกษาในประเทศของตนเองแล้ว การศึกษาในมุมกว้างและเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่างต้องการเรียนรู้รากเหง้าของเราเองจากฐานข้อมูลประเทศเพื่อนบ้านก็ได้

เมื่อ “ลาวเขาก็มีใบลานออนไลน์ เรามีจารึกในประเทศไทยเกือบทั้งหมดขึ้นเว็บไว้ และยังมีสถาบันวิจัยสังคมเชียงใหม่ก็เอาจารึกล้านนาขึ้นเว็บไซต์ไว้ ทำให้คนต้องการศึกษาสามารถคิด ศึกษา และเชื่อมโยงได้ง่ายขึ้น”

เมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่ละประเทศต่างนำเอาข้อมูลการค้นคว้าจากภาษาโบราณ ไปขึ้นไว้ในเว็บไซต์ คราวนี้ก็จะเกิดการเชื่อมโยง มองเห็นประวัติศาสตร์ ความเชื่อมโยงของกลุ่มชน ศาสนา ศิลปวัฒนธรรมต่างๆ ทำให้เราเข้าใจวัฒนธรรมร่วมกัน โดยเฉพาะประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รศ.กรรณิการ์บอกว่า อยากให้คนเรียนรู้ภาษาเพื่อนบ้าน “เพราะภาษาเป็นสื่อสำคัญที่จะทำให้คนเข้าใจกัน พูดกันรู้เรื่อง และยังได้เรียนรู้เข้าใจวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน สร้างทัศนคติที่ดีต่อกัน อย่างการอบรมภาษา บางคนเมื่ออบรมแล้วเดินทางไปยังประเทศเจ้าของภาษา ก็จะทำให้เปลี่ยนทัศนคติที่เคยคิดว่าของเขาเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ มาเป็นมุมมองที่ดี เข้าใจกันมากขึ้น”

ด้าน ผศ.ชวลิต ขาวเขียว คณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร บอกว่า “คณะของเราเน้นให้ความรู้ทั้งภาษาอาเซียนและภาษาสากล ภาษาอาเซียนมีทั้งภาษามลายู มอญ พม่า ลาว และเขมร เราทำมาอย่างต่อเนื่องทุกปี และจะพัฒนาหลักสูตรให้มุ่งเน้นไปในด้านวัฒนธรรมอาเซียน”

เป้าหมายการอบรมภาษาอาเซียน “ไม่ได้ต้องการให้เก่งเหมือนเจ้าของภาษา แต่แค่การสื่อสารเบื้องต้น เพื่อใช้อย่างการไปเที่ยวให้ผู้เรียนนำไปต่อยอดเอาเอง ที่สำคัญคือเราจะให้ความรู้เรื่องขนบธรรมเนียม ประเพณี พื้นฐานวัฒนธรรมไปกับภาษาด้วย”

การอบรมแต่ละครั้งมักจะฟรี เพราะว่า “งบประมาณแต่ละภาควิชาจะตั้งขึ้นมาของบประมาณ เราทำเพื่อการบริการทางด้านวิชาการ การอบรมทำอย่างน้อย 40 คนขึ้นไป ถ้าเป็นภาษาเบื้องต้น การจัดอบรมจะได้จำนวนคนมาก แต่ถ้าระดับสูงขึ้นไป จำนวนคนคงจะน้อยลง” ช่วงเวลาการเปิดอบรม “มักเปิดช่วงปิดเทอมใหญ่ แต่ปีนี้ระหว่างปิดเทอมเราเตรียมเปิดการอบรมเพื่อรองรับภาษาอาเซียนหลายโครงการ โดยตระหนักว่าหน้าที่ของคณะโบราณคดีคือการบริการด้านวิชาการต่อชุมชน เราคิดว่าคณาจารย์เรามีศักยภาพสูง เรามีเครือข่ายมาก จึงต้องการบริการให้คนสนใจจริงๆ มาเรียนเอาไปใช้ประโยชน์ ส่วนเรื่องเงินนั้นไม่มีนโยบายเก็บ แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ ก็ไม่แพง”

แล้วผู้เข้าอบรมภาษาเขมรระดับกลาง มองว่าได้ประโยชน์อย่างไร น.ส.ณัฐชา กำเนิดมงคล นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร บอกว่า เข้ามาอบรมเพราะเคยอบรมภาษาเขมรเบื้องต้นมาก่อนแล้ว

การอบรมทำให้ได้ทราบภาษาขั้นพื้นฐานทั้งการพูด ฟัง อ่าน และเขียน “การเรียนการสอนเป็นไปด้วยดี มีการพูดซ้ำๆ เขียนซ้ำๆ อาจารย์ช่วยกระตุ้นให้เรียนรู้ โดยการถาม การโต้ตอบกันไปมา ทำให้จำศัพท์ได้ง่ายและทำให้บรรยากาศการเรียนดี”

เมื่อถามถึงประโยชน์ของการเรียนรู้ภาษาประเทศเพื่อนบ้าน น.ส.ณัฐชาบอกว่า การมีพื้นฐานภาษาที่สามจะช่วยเรื่องการเรียนในอนาคต อย่างการเรียนโบราณคดีเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน และการศึกษาเอกสารต่างๆ “หลังเรียนภาษาเพื่อนบ้าน เวลาเราไปพูดคุยกับเจ้าของภาษา จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน และมีความเข้าใจกันมากขึ้น”

อีกหนึ่งในผู้เห็นความสำคัญของภาษาเพื่อนบ้าน พญ.คุณหญิงวิศวัจฉริยา โภวาที นายแพทย์ทรงคุณวุฒิสำนักพระราชวัง บอกว่า มาเรียนภาษาเขมรเพราะว่าชอบ เคยเห็นตัวอักษรเขมรมาก่อน รู้สึกว่าสวยงามมากอยากจะอ่านได้ การอ่านอักษรได้จะเป็นประโยชน์ทั้งในการท่องเที่ยว อ่านป้ายร้านรวงต่างๆ พร้อมบอกว่า สมัครเข้ามาอบรมเป็นครั้งที่สองแล้ว เพราะเห็นว่าอาจารย์สอนได้ดี ทั้งการอ่าน การเขียน และการสนทนา

“เรื่องเรียนภาษาอยู่ที่ผู้เรียนเองว่าจะเน้นไปทางไหน โดยส่วนตัวเห็นว่าการอ่านตัวอักษรค่อนข้างยาก เลยเน้นไปที่เรื่องการสนทนาและทำความเข้าใจ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อไป การเรียนทำให้เข้าใจวัฒนธรรม วิถีชีวิต ประโยชน์ของการเรียนนั้นที่สำคัญคือ เมื่อสนทนากับเจ้าของภาษา น่าจะช่วยให้เราเข้าใจกันมากขึ้น และทำให้เกิดความประทับใจซึ่งกันและกัน”

เรื่องการต่อยอด “เดี๋ยวนี้การต่อยอดทางสื่อต่างๆ ได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์เน็ต อ่านสารคดี หรือข่าวสารจากหนังสือพิมพ์ หาในเว็บไซต์ต่างๆได้ เรามาเรียนอย่างน้อยก็มีพื้นฐานที่ดี แล้วนำไปต่อยอดได้”

การเรียนภาษาประเทศเพื่อนบ้านของคนไทย “ไม่ค่อยเห็นด้วยกรณีที่ไปยึดภาษาอังกฤษมาเป็นภาษากลาง แต่อาจจะเป็นความจำเป็น เพราะทุกประเทศเข้าใจได้ง่าย แต่เราต้องเปลี่ยนความคิดเป็นภาษาอังกฤษก่อน การทำอย่างนั้นอาจจะไม่เข้าใจตรงกันเสียทีเดียว ถ้าศึกษาภาษาของเพื่อนบ้านโดยตรงอาจจะเข้าใจง่ายกว่า”

จากประสบการณ์ที่เคยเรียนมาหลายภาษาพบว่า “ภาษาเพื่อนบ้าน มีวิธีคิด วิธีพูดคล้ายๆภาษาไทย และเรียนง่ายกว่าภาษาอังกฤษ เพียงแต่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจสักหน่อย”

หากต้องการมองเพื่อนบ้านอย่างเข้าใจ กุญแจดอกสำคัญคือภาษา เพราะการรู้ “ภาษาเพื่อนบ้าน จะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น” พญ.คุณหญิงวิศวัจฉริยาบอก.

13 มิ.ย. 2557 10:21 13 มิ.ย. 2557 10:27 ไทยรัฐ