วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปประเทศให้ถูกทาง

โดย

วิวาทะทางการเมืองที่ร้อนแรงที่สุดในระหว่างการชุมนุมข้ามปีของ กปปส. คือประเด็นที่ว่า จะเลือกตั้งก่อนการปฏิรูป หรือจะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ฝ่าย กปปส.ยืนยัน ว่าต้องปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ขณะที่ฝ่าย รัฐบาลยืนกราน จะต้องเดินหน้าเลือกตั้งแล้ว จึงค่อยปฏิรูป ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงกันและ ตกลงไม่ได้ จึงนำมาสู่การยึดอำนาจปกครอง ของ คสช.

ถึงวันนี้กปปส.ได้สิ่งที่ต่อสู้เรียกร้องสมความปรารถนา คนไทยได้โอกาสที่จะเข้าร่วมในการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นขั้นตอน ที่สำคัญที่สุดและหินที่สุด นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวใน เวทีความคิดเพื่อปฏิรูปประเทศไทยว่า ถ้าเปรียบการปฏิรูปเป็นขบวนรถไฟ คู่ขัดแย้ง ทุกฝ่ายจะต้องขึ้นรถไฟได้พร้อมกัน ต้องนำไปสู่การเจรจาที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม

ในเวทีเดียวกัน นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงแรกคือการสร้างความปรองดองเพื่อนำไปสู่ปฏิรูป แต่ความปรองดองไม่อาจเกิดขึ้น ได้จากการบังคับหรือความกลัว ต้องเปิด พื้นที่ให้คนสามารถแสดงความคิดเห็น อย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ เมื่อคุยเรื่องความขัดแย้งเฉพาะหน้ายังไม่ได้ ก็ให้มองอนาคตคือการปฏิรูป

จึงขอเสนอต่อ คสช.ไว้ ณ ที่นี้ ขณะนี้การเมืองไทยก้าวพ้นความรุนแรงมาได้เพราะ คสช. และกำลังก้าวต่อไปสู่ ขั้นตอนที่สำคัญ คือการสร้างความปรองดองและการปฏิรูป ที่จะต้องเริ่มต้นด้วยบรรยากาศของความปรองดอง เปิดเวทีให้ทุกฝ่ายพูดจาได้อย่างเปิดอก เพื่อให้คู่ขัดแย้งเข้าใจความคิดที่ต่างกัน ให้ทุกฝ่ายรู้สึกว่าเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วม

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การสร้างความปรองดองและการปฏิรูปเป็นเรื่องที่พูดง่าย แต่ทำได้ยากเย็นแสนเข็ญ ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้สำเร็จภายในชั่วข้ามวันข้ามคืนแค่การปฏิรูปการเมืองอย่างเดียว ถึงแม้จะ เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตยมาจะครบ 82 ปี ในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ แต่ ประชาธิปไตยของไทยก็เป็นได้แค่ที่เห็นๆ

ความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านๆ มาที่กลายเป็นวิกฤติที่ยืดเยื้อเรื้อรัง และนำไปสู่ความรุนแรงถึงนองเลือดหลายครั้ง มีสาเหตุสำคัญเนื่องจากนักการเมืองไทยยึดอำนาจและผลประโยชน์ส่วนตนและ พวกพ้องเป็นตัวตั้ง ไม่ได้ยึดผลประโยชน์ประเทศชาติเป็นตัวตั้ง เพราะเราปฏิรูปแต่ตัวอักษรคือรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ปฏิรูปคน โดยเฉพาะนักการเมือง

เอาแค่ปัญหาพื้นฐานที่ว่า “ประชาธิปไตยคืออะไร?” นักการเมืองก็เถียงกันไม่จบ เพราะฝ่ายหนึ่งยืนกรานว่า“การเลือกตั้งคือประชาธิปไตย” ขอให้มีการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวก็เป็นประชาธิปไตยแล้ว แต่อีกฝ่ายเถียงว่าแค่เลือกตั้งยังไม่พอ แต่จะต้องยึดหลักนิติธรรม หลักสิทธิเสรีภาพประชาชน และระบบตรวจสอบถ่วงดุลที่ไม่ถูกแทรกแซงแทรกซื้อ.

13 มิ.ย. 2557 09:31 13 มิ.ย. 2557 09:31 ไทยรัฐ