วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขาดมือถือ ขาดใจ

และแล้วมันก็เกิดขึ้นจนได้ ก่อนเปิดสนามบอลโลก 1 วัน มีเพื่อนผู้สื่อข่าวไทยถูกโจรในเซา เปาโล ฉกโทรศัพท์มือถือไประหว่างหยิบขึ้นมาใช้งานบนท้องถนน ทำให้เราต้องเตือนกันเอง กำชับว่า อย่าถือโทรศัพท์ล่อตาล่อใจในสถานที่สุ่มเสี่ยงโดยเด็ดขาด

พูดถึงเรื่องโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน การใช้งานสะดวกสบาย ไปต่างประเทศก็ซื้อซิมการ์ดในประเทศนั้นๆได้ หลายประเทศที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาอะไร เดินเข้าไปซื้อซิมตามร้านได้เลย แต่ที่บราซิลยุ่งยากมาก ต้องมีคนท้องถิ่นมารับรองขอโควตาให้

โชคดีที่มีคนไทยในริโอ เด จาเนโร มาช่วยเหลือ ทำให้ได้ซิมมาใช้งาน แต่กว่าจะได้มาเสียเวลาไปครึ่งค่อนวัน งานบริการของที่นี่อืดอาดเชื่องช้ามาก ใครที่บอกว่าคนไทยทำอะไรชักช้า ขอให้มาดูที่บราซิลแล้วจะรู้ว่า บ้านเราไม่มีทางปล่อยให้ลูกค้านั่งรอ ยืนรอ 2-3 ชั่วโมงกว่าจะเสร็จธุระ

พนักงานที่ทำเรื่องซิมการ์ดให้เรา บ่นออกมาว่า เสียเวลากับพวกเราไปเยอะแล้ว ทำให้น้องคนไทยในริโอตอกกลับทันทีว่า “ฉันเป็นลูกค้า ฉันต่างหากที่เสียเวลา ขอคุยกับผู้จัดการร้านหน่อย” เท่านั้นล่ะครับ พนักงานร้านเครือข่ายโทรศัพท์ “Oi” (อ่านว่า โอ๊ย แปลว่า เฮลโล หรือคำทักทายกัน) ถึงได้มีรอยยิ้มออกมาให้เห็นและไม่ปริปากบ่นอีกเลย

ความอืดอาดในงานบริการไม่รู้ว่า เป็นเพราะเชื้อสายเดียวกันหรือเปล่า ผมเคยไปบอลยูโร 2004 ที่โปรตุเกสก็เจอแบบนี้ ไม่ว่าจะไปซื้อของ ซื้ออาหาร ต่อคิวยาวเหยียด ต่อคิวไม่ใช่ปัญหา เป็นมารยาทที่ต้องปฏิบัติทั่วโลก แต่พนักงานยืนคุยกันบ้าง ค่อยๆบรรจงเปิดลิ้นชัก ตักอาหารแบบเอื่อยเฉื่อย เป็นบ้านเราเจ๊งแน่ ที่บราซิลเป็นแบบนี้ ไม่มีท่าทางการทำงาน กระฉับ กระเฉงเพื่อให้ลูกค้าคนต่อไปได้รับบริการเร็วๆเลย

บราซิลก็เป็นเมืองท่องเที่ยว โลกไฮเทคแบบนี้ ผู้มาเยือนใช้โทรศัพท์ลำบาก ยิ่งพนักงานสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ ยิ่งไปกันใหญ่ การใช้อินเตอร์เน็ตผ่านมือถือแทบจะกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ไปแล้ว เดินไปเจอนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เป็นนักเรียนอยู่ในอเมริกา เขามาเที่ยวและดูบอลโลกด้วย ยังถามไถ่กันเรื่องซื้อซิมการ์ด ซึ่งผมเชื่อว่า เขาคงหาไม่ได้ถ้าไม่มีคนท้องถิ่นรับรองให้ นักท่องเที่ยวไม่ได้ถ่ายรูปตัวเองหรือที่เรียกกันว่า “เซลฟี” นี่ลงแดงได้นะครับ ลองมาเที่ยวเมืองไทย ซิมการ์ดมีขายตั้งแต่สนามบินแล้ว

เรื่องของ “สังคมก้มหน้า” มีการพูดถึงกันเยอะทั้งในและต่างประเทศ ผู้คนขาดปฏิสัมพันธ์ต่อกัน ไปกินข้าวล้อมวงไม่พูดไม่จา เพื่อนฝูงคุยกันผ่านระบบ “แชต” เสพข่าวสารผ่านมือถือ แท็บเล็ต

ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ โค้ชทีมชาติฝรั่งเศสก็บ่นเรื่องนี้เหมือนกัน เดส์ชองบอกว่า นักฟุตบอลสมัยนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน อยู่ในแคมป์ไม่ค่อยคุยเล่นกัน เวลาว่างจากการฝึกซ้อมก็อยู่กับโทรศัพท์ของตัวเอง ความสัมพันธ์ในทีมไม่เหมือนสมัยก่อน เขายังนึกถึงสมัยที่ตัวเองเป็นนักเตะ ไปแข่งที่ไหนยังมีการตั้งวงเล่นไพ่กันอย่างสนุกสนานเฮฮา ปัญหานี้ลามไปทุกสังคม

แต่ความจำเป็นของโทรศัพท์มือถือ หรือแท็บเล็ตก็มีมากจริงๆ พวกผมเป็นนักข่าวไปทำงานที่ไหนใช้ประโยชน์ได้เยอะ ทั้งการสื่อสารกับต้นสังกัด ญาติพี่น้อง การเช็กข่าว ส่งข่าว ถ่ายรูป สะดวกมาก

นึกถึงสมัยก่อนที่ต้องใช้พิมพ์ดีด วิ่งส่งแฟกซ์ สัญญาณโทรศัพท์ไม่ดี ส่งไปบ้าง ไม่ไปบ้าง หรือยุคที่ยังไม่มีอุปกรณ์ไร้สาย ก็ต้องทำงาน ส่งงานในสถานที่ที่มีสายต่ออินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่ปัจจุบันทำงานที่ไหนก็ได้ ซิมการ์ดจึงเป็นสิ่งแรกที่ผู้สื่อข่าวต้องการเมื่อเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ

ถึงตอนนี้ฟุตบอลโลกผ่านสายตาแฟนบอลไปแล้ว 2 วัน ข่าวสารเกี่ยวกับเวิลด์คัพหลั่งไหลมาจนทะลัก คอยดูกันต่อไปว่า จะมีสูตรสำเร็จของข่าวออกมาอีกมากน้อยแค่ไหน บ้างก็มีให้เห็นบ้างแล้ว

สูตรสำเร็จของข่าวบอลโลกที่เกิดขึ้นเป็นประจำซ้ำๆ เช่น นักเตะจากแอฟริกาประท้วงเรื่องเงินโบนัส เรื่องนี้นักเตะแคเมอรูนจัดให้แล้ว ข่าวหมอผีใช้เวทมนต์แช่งคู่แข่ง หมอผีจากกานาก็เป็นข่าวโด่งดังกรณีแช่งคริสเตียโน โรนัลโด ให้บาดเจ็บ

ภาพข่าวสาวสุดเซ็กซี่เป็นดาวเด่นกองเชียร์ คงจำน้องลาริสซา ริเกลเม นางแบบสาวจากปารากวัยจากบอลโลกครั้งที่แล้วกันได้ โดยเฉพาะภาพที่เอาโทรศัพท์เหน็บร่องอกจนโด่งดังกลายเป็นนางแบบค่าตัวแพงที่สุดในปารากวัยไปแล้ว

แต่สูตรสำเร็จของข่าวบอลโลกที่แฟนบอลอังกฤษไม่อยากเห็น น่าจะเป็น “สิงโตคำรามพ่ายจุดโทษ” ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากระมัง.

โต้ บ้านแหลม

13 มิ.ย. 2557 09:07 13 มิ.ย. 2557 09:07 ไทยรัฐ


advertisement