วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วันนี้อาจมีข่าวดี เลิกเคอร์ฟิว

ลุยจัดระเบียบ! ‘รถตู้-วินจยย.’ รวมแท็กซี่ด้วย ‘มาเฟีย’อย่าหือ

คสช.โชว์ฝีมือไม่หยุดเร่งคืนความสุขให้คนไทย ลุยจัดระเบียบรถตู้-แท็กซี่-จยย. สั่งห้ามโขกค่าโดยสาร มาเฟียต้องหยุดพฤติกรรมขูดรีด-เก็บค่าวิน ลั่นแก๊งไหนซ่าจะเรียกมาคุย พร้อมจัดทหารลงพื้นที่สอดแนมเก็บข้อมูลทุกวิน แม่ทัพภาคที่ 3 ปูดข่าวดี อีกวันสองวันอาจประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ 14 มิ.ย. บิ๊ก คสช.ยกทัพไปพารากอนนำร่องดูหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวร ก่อนเปิดรอบประชาชนชมฟรีวันที่ 15 มิ.ย. “ประชาธิปัตย์” ตามไล่เช็กบิล “สุวิจักขณ์” จี้ คสช.ตรวจสอบทุจริตสารพัดเรื่องยุคนั่งเก้าอี้เลขาฯ สภาฯ “ปู” เตรียมจัดปาร์ตี้เล็กๆฉลองเบิร์ธเดย์ครบ 47 ปี

หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกโครงการและมาตรการหลายอย่างตามนโยบายคืนความสุขให้คนไทย ล่าสุดได้เข้าไปจัดระเบียบผู้ใช้และผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะแล้ว

คสช.เก็บปัญหาเอาไปแก้ทุกเรื่อง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 มิ.ย.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการ คสช.เป็นประธานการประชุม คสช.เพื่อติดตามสถานการณ์ประจำวัน และความคืบหน้าของการดำเนินงานของ คสช.

พล.อ.อุดมเดชกล่าวภายหลังการประชุมว่า หัวหน้า คสช.ได้เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายเร่งพิจารณาข้อมูลเรื่องร้องเรียนที่ได้รับ ทั้งจากการยื่นหนังสือและผ่านทางศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเพื่อเดินหน้าเร่งแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยด่วน ทั้งนี้หากเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายขอให้ฝ่ายกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมเข้าไปช่วยเหลือเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น

ลุยจัดระเบียบรถตู้-แท็กซี่-จยย.

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 ถนนราชดำเนิน พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) เป็นประธานการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้แทนส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช. เรื่องการบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความชอบธรรมให้กับผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ

พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวหลังการประชุมว่า ตามที่หัวหน้า คสช.มีความเป็นห่วงประชาชนที่เดือดร้อน โดยเฉพาะค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรมที่ได้รับร้องเรียนจากประชาชน โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหามาตรการช่วยเหลือประชาชนให้ค่าโดยสารเป็นธรรม รวมถึงปัญหาการจอดรถกีดขวางทางเท้าและเส้นทางจราจรเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวก

สั่งห้ามโขกค่าโดยสารชาวบ้าน

“ที่สำคัญประชาชนต้องไม่ถูกขูดรีดค่าโดยสารจากผู้มีอิทธิพลที่มีส่วนทำให้ค่าโดยสารแพง จึงได้กำชับไปว่า หากพบเห็นก็ขอให้ประชาชนมาแจ้งเพื่อให้เจ้าหน้าที่รีบดำเนินการ และขอให้ผู้มีอิทธิพลหยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะ คสช.อยากให้ประชาชนมีความสุขในทุกๆด้าน” พล.ท.ธีรชัยกล่าว

พล.ท.ธีรชัยกล่าวว่า วันนี้ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อเข้าไปกำกับดูแลค่าโดยสารให้เกิดความเป็นธรรม ทั้งรถจักรยานยนต์รับจ้าง รถแท็กซี่ รถตู้โดยสาร ให้กรอบเวลาทำงานจะให้เห็นผลภายใน 1 เดือน ทั้งเรื่องกฎระเบียบ พ.ร.บ.การจราจรที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หรือไม่ทันสมัย ขอให้คณะทำงานเสนอข้อคิดเห็นขึ้นมาโดยจะเสนอผ่านทาง คสช.เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเป็นธรรม

จัดทีมทหารลงพื้นที่สอดแนม

“สำหรับมาตรการกับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามนั้นมีมาตรการทางกฎหมายที่บังคับใช้อยู่แล้ว อยากฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ทั้งนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ทหารลงไปตรวจสอบในทุกพื้นที่ทั้งวินจักรยานยนต์รับจ้าง และวินรถตู้โดยสาร” พล.ท.ธีรชัยกล่าว

มาเฟียแก๊งไหนไม่ฟังจะเรียกคุย

เมื่อถามว่าจะดำเนินการกับผู้มีอิทธิพลวินรถจักรยานยนต์และวินรถตู้โดยสารอย่างไร พล.ท.ธีรชัย กล่าวว่า ขอแจ้งผ่านทางสื่อฯขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว เพราะรายชื่อต่างๆเรารู้แล้วว่ามีใครบ้าง ส่วนผู้ที่ขัดขืนไม่ทำตามคำสั่ง คสช.ก็จะเรียกมาพูดคุยจะได้รู้ว่าเป็นใครบ้าง จะได้เห็นหน้าเห็นตากัน ขอรับรองว่าเราทำอย่างจริงจัง โดยหัวหน้า คสช.เน้นประชาชนเป็นหลักในการดูแลประชาชนให้มีความสุขและเป็นธรรมไม่ให้ถูกขูดรีดจากผู้ประกอบการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทำงานที่รับผิดชอบในการดูแลควบคุมผู้ประกอบการ โดยมี พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.พล.1 รอ.เป็นหัวหน้าคณะทำงานดูแลวินรถจักรยานยนต์รับจ้างทั่วพื้นที่ กทม.และปริมณฑล พล.ต.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผบ.พล.ร .2 รอ. รับผิดชอบดูแลวินรถตู้โดยสารทั่วประเทศ และ พล.ต.นิรันดร์ สมุทรสาคร ผบ.มทบ.11 ดูแลรับผิดชอบผู้ประกอบการรถแท็กซี่ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล โดยจะดำเนินการตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.เป็นต้นไป

คสช.นำร่องดูหนังพระนเรศวรฟรี

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ.ในฐานะทีมโฆษก คสช.กล่าวถึงการจัดกิจกรรมปรองดองให้ประชาชนรับชมภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 5 ตอนยุทธหัตถี ฟรีทั่วประเทศในวันที่ 15 มิ.ย.ว่า เจ้าของภาพยนตร์และเจ้าของโรงภาพยนตร์อยากคืนกำไรสังคม จึงได้มาคุยกับคสช.โดยไม่มีค่าใช้จ่าย มีคนไปแปลงเจตนาที่ผิดๆ ว่า คสช.มีการใช้งบประมาณในส่วนนี้ ทำให้คนที่เขาคิดดีเสียใจ ผู้ที่เข้ารับชมสามารถรับบัตรได้ที่หน้างาน โดยมีการฉายรอบเดียว ส่วนจำนวนโรงภาพยนตร์เจ้าของสามารถจัดสรรได้มากกว่าหนึ่งโรงภาพยนตร์ หากมีประชาชนเข้าชมเป็นจำนวนมาก ในต่างจังหวัดจะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพ ขณะที่วันที่ 14 มิ.ย.เป็นรอบผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ และสื่อมวลชน เข้ารับชมที่ห้างสรรพสินค้าพารากอน เวลา 15.00 น.และวันนั้นจะมีกิจกรรมกองทัพที่หน้าห้างสรรพสินค้าพารากอน

“จักรภพ” อ่วมส่อผิดหลายคดี

พ.อ.วินธัยกล่าวถึงกรณีนายจักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ ตั้งองค์กรพลัดถิ่นต้าน คสช.อยู่ต่างประเทศว่า มาตรการที่ดำเนินอยู่คือ มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กลาโหม ผู้ช่วยทูตต่างๆ ขอความร่วมมือกับประเทศต่างๆ ไม่ให้การสนับสนุน เพราะการเคลื่อนไหวลักษณะนี้เข้าข่ายยุยง ปลุกปั่น ไม่เป็นไปตามหลักที่ควรจะเป็น ซึ่งเบื้องต้นการดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องการละเมิดกฎหมายปกติ อาทิ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และนอกจากหัวหน้าคสช.ขอความร่วมมือให้ทูตต่างๆ เร่งติดตามผู้กระทำความผิดที่อยู่ต่างประเทศ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่าด้วยการพาดพิงสถาบันเบื้องสูง และยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (2) ว่าด้วยเรื่องการยุยง ปลุกปั่น ให้เกิดการกระด้างกระเดื่องในสังคมด้วย

แม่ทัพ 3 ไปแพร่เปิดงานปรองดอง

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่หอประชุมและแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนาตะวันออกและกลุ่มประเทศ GMS บ้านกอเปา อำเภอเมืองแพร่ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานเปิดโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์จังหวัดแพร่และมอบนโยบายแนวทางปฏิบัติการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ คืนความสุขให้กับประชาชน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมโครงการกว่า 1,400 คน

แพลมข่าวดีจ่อเลิกเคอร์ฟิวทั่ว ปท.

พล.ท.ปรีชากล่าวในที่ประชุมว่า การประกาศกฎอัยการศึก ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เพื่อดูแลและรักษาความสงบให้ประเทศเท่านั้น เนื่องจากมีความแตกแยกในประเทศ มีแนวโน้มรุนแรง ซึ่ง คสช.ได้ดำเนินการเท่าที่จำเป็นเท่านั้น โดยเน้นการดูแลความสงบ สร้างความสมานฉันท์ สลายกลุ่มความขัดแย้ง คืนความสุขให้ประชาชน และขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ด้วย ซึ่งขณะนี้มีพบว่า ส่วนใหญ่มีความสงบและแนวโน้มไปในทางที่ดี และมีความเป็นไปได้ที่จะมีพิจารณายกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานทั่วประเทศภายในวันสองวันนี้

ปลัด กต.บินแจงโลกทุกเวที

ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายเสข วรรณ-เมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กล่าวว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางไปร่วมการประชุมประจำปี ว่าด้วยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในระหว่างวันที่ 12-15 มิ.ย.นี้ โดยจะใช้โอกาสนี้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมว่า ไทยยังเคารพสิทธิมนุษยชน และยืนยันว่าประเทศไทยมีโรดแม็ปที่ชัดเจนเป็นขั้นตอนดำเนินการให้เกิดการจัดการเลือกตั้งปฏิรูปประเทศ นำไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน และยังคงบทบาทด้านสิทธิมนุษยชน การเยือนครั้งนี้ ปลัดกระทรวงมีกำหนดการเข้าพบนางสาวนาวาเนเธ็ม ฟิลเล ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็น นอกจากนี้ ยังจะเข้าพบหัวหน้าคณะจากประเทศต่างๆ และสื่อในนครเจนีวาอีกด้วย

เคลียร์ 48 สถาบันการศึกษาในอังกฤษ

นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้สั่งการอุปทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เร่งชี้แจงและสร้างความเข้าใจกับ 48 สถาบันการศึกษาที่มีหนังสือเปิดผนึกและเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของ www.thegaurdian.com โดยระบุข้อกังวลต่อการดำเนินการ คสช.ด้านสิทธิมนุษยชน โดยหวังว่า สถาบันการศึกษาดังกล่าวจะเข้าใจสถานการณ์การเมืองไทยดีขึ้น

คสช.เคลียร์สั้นๆโยก 3 บิ๊ก ขรก.

อีกเรื่องหนึ่ง พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก ทบ.ในฐานะทีมโฆษก คสช. กล่าวถึงกรณี คสช.มีคำสั่งให้นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อัยการสูงสุด และให้นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มาปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีว่า อย่ามองว่าคนเหล่านี้กระทำความผิดอะไร หรือมองว่าทั้ง 3 คนเหมือนเป็นมือเป็นไม้ให้กับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมมา คงไม่ใช่ปัจจัยนั้น เพียงแต่ที่ผ่านมาบางคนอาจจะมีส่วนร่วมบ้างอยู่ในความขัดแย้ง แต่ยืนยันว่าทั้ง 3 คนไม่ได้มีความผิด เป็นเรื่องของความเหมาะสม

ปลอบใจขัดแย้งจบจะทบทวนใหม่

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. กล่าวถึงกรณีที่ คสช.มีประกาศโยกย้ายบุคคลในตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ อัยการสูงสุด เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่า บุคคลที่ปรากฏชื่อโยกย้ายไม่ได้เป็นบุคคลที่มีความผิดหรือถูกลงโทษ แต่ คสช.ต้องการให้ออกจากจุดขัดแย้งก่อน แต่เมื่อมีการเคลียร์ปัญหาความขัดแย้งในประเทศลงตัวเรียบร้อยแล้วจึงค่อยมาพิจารณากันอีกครั้ง ทั้งนี้ ย้ำว่าทุกคนที่ปรากฏชื่อตามประกาศ คสช.ยังคงตำแหน่งเช่นเดิม ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ยังคงตำแหน่ง ผบ.ตร. เช่นเดียวกับนายอรรถพล ใหญ่สว่าง ยังคงดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด

“อรรถพล” เข้าทำเนียบฯวันแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน เวลา 14.30 น. นายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อรายงานตัว หลัง คสช.มีคำสั่งมาปฏิบัติหน้าที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมเข้าสักการะศาลพระภูมิเจ้าที่และศาลตายาย ร่วมกับนายกมล สุขสมบูรณ์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี จากนั้นนายอรรถพลให้สัมภาษณ์ว่า ตนเป็นข้าราชการต้องทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการพลเรือน หรืออัยการ เมื่อถามว่า ข้องใจ คสช.ใช้อำนาจโยกย้ายหรือไม่ นายอรรถพล ตอบว่า ถ้าประเทศชาติไม่มีการบังคับใช้กฎหมายก็อยู่ไม่ได้ พอ คสช.มาก็ให้มีการบังคับใช้กฎหมาย อัยการทุกคนถือสิ่งสำคัญคือไม่เข้ามาก้าวก่ายดุลพินิจการสั่งคดีของอัยการ

ลั่นพร้อมช่วยแต่ไม่หนุนปฏิวัติ

เมื่อถามว่า มีการมองว่าการถูกโยกครั้งนี้ เพราะเป็นฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายอรรถพลตอบว่า ไม่ขอชี้แจง ให้ดูการกระทำ จำคดียุบพรรคไทยรักไทยได้หรือไม่ ตนเป็นคนว่าความ รวมถึงคดีอาญาทางการเมืองตนก็ทำ เอาความจริงเป็นตัวตั้ง ตนตอบไม่ได้การโยกย้ายครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือไม่ กับ คสช.ก็ให้อัยการมาช่วย ถ้าเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เกิดความปรองดอง แต่ไม่สนับสนุนการปฏิวัติ

ปชป.ไล่เช็กบิล “สุวิจักขณ์”

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีตัวแทนออกมารับเรื่อง ทั้งนี้นายวิลาศกล่าวว่า ขอขอบคุณหัวหน้า คสช.ที่ย้ายนายสุวิจักขณ์ออกจากตำแหน่ง แต่จะตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาฯสภาคนนี้ต่อ เพราะตลอดเวลาที่เข้ามาดำรงตำแหน่งนี้ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา มีข่าวความไม่โปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณของสภาฯจำนวนมากเกิดขึ้น อาทิ โครงการปูหินอ่อนลานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่อ้างว่าเป็นหินอ่อนจากอิตาลีมูลค่า 15 ล้านบาท ซึ่งไม่มีหลักฐานว่าบริษัทใดนำเข้าหินอ่อนคาดว่าเป็นหินอ่อนบ้านเรา

ขุดไปตรงไหนก็เจอคอร์รัปชัน

นายวิลาศกล่าวต่อว่า ยังมีโครงการปรับปรุงห้องต่างๆในสภาที่ใช้งบประมาณมูลค่ามหาศาล ที่ชัดเจนมากคือ จะของบประมาณ 300 ล้านบาทไปเช่าโรงแรมเจ้าพระยา ย่านประดิพัทธ์ ซึ่งส่อว่าจะใช้บริษัทพวกพ้องตัวเองเข้ามาหรือเรียกรับเปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญจะเช่าอีกแค่ 2 ปีเพราะจะมีรัฐสภาใหม่แล้ว รวมถึงโครงการทำป้ายเผยแพร่ความรู้การเมืองการปกครองประชาธิปไตยของสำนักประชาสัมพันธ์ 8 ป้าย 48 ล้านบาท โครงการเปลี่ยนแบบก่อสร้างลานจอดรถใต้ดินอาคารรัฐสภาใหม่จาก 3 ชั้นเหลือ 2 ชั้น แล้วทำโครงการสร้างอาคารจอดรถใหม่เพิ่ม

คาด “จเร” รักษาราชการแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า จากกรณี คสช.มีคำสั่งให้นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาฯ ไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้รองเลขาฯสภาฯที่อาวุโสสูงสุดรักษาราชการแทน ทั้งนี้นายจเร พันธ์เปรื่อง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่กำกับดูแลสำนักงานประธานสภาผู้แทนราษฎร และสำนักกฎหมายเป็นผู้มีอาวุโสสูงสุด โดยวันเดียวกัน นายจเรได้หารือกับคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพูดคุยกรอบการทำงานภายในสำนักงานฯ แต่ได้เพียงข้อสรุปแนวทางปฏิบัติเบื้องต้นถึงอำนาจการทำงานที่สามารถใช้ได้เทียบเท่านายสุวิจักขณ์ ส่วนภารกิจอื่นๆที่ คสช.อาจจะมอบหมายให้ทำ เช่น เป็นฝ่ายธุรการของสภานิติบัญญัติ (สนช.) หรือ สภาปฏิรูป ต้องหารืออีกครั้ง

“สุวิจักขณ์” โฉบมาสภาฯเคลียร์งาน

นายจเรกล่าวว่า ตนยังไม่ทราบว่า คสช. จะมีคำสั่งให้ดำเนินงานเรื่องใดหรือไม่ คงต้องรอคำสั่งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ทั้งนี้นโยบายและหลักในการปฏิบัติงานของตน หากเป็นเรื่องที่ไม่ดี ก็ต้องทบทวนปรับปรุง แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ดีก็เดินหน้าต่อไป ขณะที่ความเคลื่อนไหวของนายสุวิจักขณ์ ตั้งแต่ช่วงเช้าพบว่า ได้เดินทางเข้ามาที่ห้องทำงานภายในรัฐสภาเพื่อปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องก่อนที่จะเดินทางออกไป

21 มิ.ย. “ปู” จัดเบิร์ธเดย์ปาร์ตี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผ่านทางเฟซบุ๊ก suranand Vejjajiva หลังรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ที่เดอะวอล์ค เกษตรฯ-นวมินทร์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ระหว่างรับประทานอาหาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ พูดคุยอย่างอารมณ์ดี โดยได้พูดคุยกันจนถึงช่วงค่ำ ก่อนเดินทางกลับคนใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์เปิดเผยว่า วันที่ 21 มิ.ย.ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 47 ปี ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะมีการจัดงานฉลองวันเกิด โดยยังไม่มีการเปิดเผยสถานที่

โว พท.เรตติ้งอีสานยังกระฉูด

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมากลุ่ม ส.ส.อีสานได้มีการนัดพบปะพูดคุยกันบ้าง โดยเห็นว่าอดีตส.ส.ของพรรคในภาคอีสานกว่า 90% ยังคงมีแนวทางการทำงานเหมือนเดิม คือยังอยู่กับพรรคเพื่อไทยต่อไป ณ ช่วงเวลานี้ เพราะจากการสัมผัสประชาชน เขายังมีความรู้สึกนิยมชมชอบในพรรคเพื่อไทยอยู่ หากออกจากพรรคเพื่อไทยในช่วงนี้กลับมาไม่ได้แน่ อย่างไรก็ตาม ยังมีอดีต ส.ส.อีกประมาณ 10% ที่ยังมีความไม่แน่นอน เพราะต้องการที่จะดูว่ารัฐธรรมนูญจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร แน่นอนว่ามีความพยายาม ที่แยก สลาย ส.ส.เพื่อไทย แต่เชื่อว่าเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะในภาคอีสานที่ประชาชนยังชอบศรัทธาพรรคเพื่อไทยอยู่อย่างเหนียวแน่น อีกทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯก็เป็นที่รักของประชาชนอยู่ โดยเฉพาะนายกฯยิ่งลักษณ์ที่ประชาชนจำนวนมากมีความสงสารจากเหตุการณ์ต่างๆในช่วงที่ผ่านมา

รอง หน.คสช.หาช่องอุ้มชาวนา

เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ บก.ทบ.พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ในฐานะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.ได้เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการด้านการผลิตและการตลาดสินค้าข้าวครั้งที่ 2/2557 โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีในการผลิต 2557/2558 อาทิ เรื่องของการลดต้นทุนการผลิต ปุ๋ย สารเคมี ค่าเก็บเกี่ยว เมล็ดพันธุ์ข้าว วิธีการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การสนับสนุนแหล่งเงินทุน การส่งเสริมการตลาดและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเกษตรกร

“วรงค์” ได้ข้อมูลมีแก๊งสวมสิทธิ์ข้าว

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทยอยจ่ายเงินให้กับชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จ่ายเงินให้ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวแล้ว 1.67 แสนล้านบาท ยังคงค้างที่ต้องจ่ายอีก 2.5 หมื่นล้านบาท จากยอดรวม 1.92 แสนล้านบาทในรอบนาปี 2556/2557 จำนวน 11.65 ล้านเกวียนข้าวเปลือก ซึ่งถือว่า มีข้าวเปลือกสูงกว่าเป้าหมาย แต่จำได้ว่า ช่วงปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้รับโทรศัพท์จากผู้หวังดีจำนวนมากว่า ช่วงนี้ช่วงปลายฤดูกาลจะมีการสวมสิทธิ์ รวมทั้งมีใบประทวนลมจำนวนมากออกมา เป็นการถือโอกาสทิ้งทวนและโครงการจำนำข้าวก็จะปิดในวันที่ 28 ก.พ.57 ดังนั้นจำนวนใบประทวนที่ค้างจ่ายของ ธ.ก.ส. ซึ่งคาดว่า ในวันที่ 20 มิ.ย.จะจ่ายหมด แสดงว่า ใบประทวนพวกนี้จะเป็นใบประทวนที่ยื่นช่วงปลายเดือน ก.พ.คือปลายฤดูกาล ซึ่งมีแนวโน้มสูงมากที่จะมีพวกสวมสิทธิ์ใบประทวนลมจำนวนมากเข้ามาในโครงการนี้

“บิ๊กตู่” นั่ง ปธ.คุมเอสเอ็มอี

เมื่อเวลา 12.00 น.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีประกาศฉบับที่ 61/2557 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เป็นการเฉพาะกิจ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เป็นประธานกรรมการ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช.เป็นรองประธานกรรมการ ส่วนกรรมการประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ผู้แทนสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยให้มีอำนาจและหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ.2543

ระดมกึ๋น 36 หน่วยงานจัดการน้ำ

เมื่อเวลา 13.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุมการบริหารจัดการน้ำของ คสช.โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ 36 หน่วยงานเข้าร่วมประชุม อาทิ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยการประชุมในครั้งนี้เป็นการรับฟังข้อมูลการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบที่ภาครัฐได้ดำเนินการมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตามแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1-11

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า หัวหน้า คสช.ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมและทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงทรัพยากรน้ำได้อย่างเท่าเทียมกัน และต้องคำนึงถึงน้ำต้นทุนการจัดเก็บ ระบบส่งน้ำ การระบายน้ำ การพร่องน้ำ โดยให้น้อมนำแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ได้พระราชทานไว้ให้

เร่งเสนอโครงการด่วน–ไม่ด่วน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่าให้ทุกส่วนราชการร่วมกันจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของ คสช. ครอบคลุมการแก้ปัญหาทั้งระยะเร่งด่วน หรือเฉพาะหน้า ระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ด้านงบประมาณต้องไม่เป็นภาระกับประเทศในอนาคต มีการตรวจสอบโดยคณะกรรมการ ที่สำคัญประชาชนมีความพึงพอใจ และสามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้อย่างแท้จริง สำหรับแผนงานโครงการของทุกกระทรวงที่เกี่ยวกับน้ำในปีงบประมาณ 2557 หากตรงกับความต้องการและความจำเป็นเร่งด่วนของประชาชน ให้เร่งดำเนินการ แต่หากโครงการใดที่ยังไม่พร้อมให้นำไปพิจารณาในแผนงบประมาณปี 2558 ต่อไป

13 มิ.ย. 2 ทุ่มครึ่งอาจเลิกเคอร์ฟิว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพบกว่า พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (ผบ.กกล.รส.) ได้สรุปสถานการณ์และทำเรื่องเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. ในการพิจารณายกเลิกการประกาศห้ามออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิวในพื้นที่ที่เหลือ โดยเฉพาะพื้นที่ กทม. เนื่องจากสถานการณ์ขณะนี้ได้ดีขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้คาดว่า พล.อ.ประยุทธ์อาจจะมีคำสั่ง ดังกล่าวในวันที่ 13 มิ.ย. หลังจากที่มีการถ่ายทอดรายการคืนความสุขให้คนในชาติแล้วเสร็จ หลังเวลา 20.30 น. เพื่อคืนความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศ ประกอบกับเป็นช่วงบอลโลกด้วย

13 มิ.ย. 2557 07:50 ไทยรัฐ