วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล้อมคอก 'ลมชักขณะขับรถ' จ่อเสนอพิจารณาออกใบอนุญาตขับขี่แก่ผู้ป่วย 3 โรค

กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอที่ประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน พิจารณาการออกใบอนุญาตขับขี่รถให้กับผู้ป่วย 3 โรค "ลมชัก-อัลไซเมอร์-จิตเภท" ป้องกันอุบัติเหตุ เผยล่าสุดทั่วประเทศ มีผู้ป่วยโรคลมชักขึ้นทะเบียนรักษากว่า 6 หมื่นรายแล้ว...

จากกรณีที่ผู้อำนวยการโรงเรียนวังน้ำขาวชินูปถัมภ์ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู เกิดอาการลมชักขณะขับรถ จนพุ่งชนนักเรียนเสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บอีก 7 ราย นั้น

ความคืบหน้าวันนี้ (12 มิ.ย.57) นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ เป็นเหตุสะเทือนขวัญ ที่ทุกฝ่ายต้องหันมาช่วยกันแก้ไข เพื่อป้องกันความสูญเสียทั้งการบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลผู้เจ็บป่วย เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ และนอกจากโรคลมชักแล้ว ยังมีอีกหลายโรคที่ไม่ควรขับรถเช่นกัน โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำข้อเสนอกรมการขนส่งทางบก ในการพิจารณาเข้มงวดออกใบอนุญาตขับขี่รถแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว 3 โรค ได้แก่ ลมชัก อัลไซเมอร์ และจิตเภท เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ออาการกำเริบ จากการได้รับสิ่งกระตุ้นเฉียบพลันระหว่างขับรถได้ โดยจะนำเสนอเข้าที่ประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ซึ่งมีหลายหน่วยงานเป็นคณะกรรมการ โดยมอบหมายให้นายแพทย์นพพร ชื่นกลิ่น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ดำเนินการ

นายแพทย์ณรงค์ กล่าวต่อว่า หลักเกณฑ์ในการพิจารณาก่อนออกใบอนุญาตขับขี่ ให้แก่ผู้ที่มีโรคประจำตัวนั้น จะต้องได้รับการยืนยันจากแพทย์ และมีใบรับรองว่าสามารถควบคุมโรคได้ดี โดยได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์และกินยาอย่างสม่ำเสมอ จึงจะสามารถออกใบขับขี่ให้ได้    
    
สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชักนั้น พบได้ประมาณร้อยละ 1 ของประชากรทั่วไป ขณะนี้ทั่วประเทศมีขึ้นทะเบียนรักษาในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 62,934 ราย ในการดูแลควบคุมอาการ ขอแนะนำให้กินยาอย่างต่อเนื่องตามแพทย์สั่ง อย่าหยุดยาเอง ไปตรวจตามนัดทุกครั้ง อย่าเปลี่ยนแพทย์ เปลี่ยนโรงพยาบาลโดยไม่จำเป็น ขอให้หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นทำให้เกิดอาการชักได้ ได้แก่ การอดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ การทำงานตรากตรำ อดอาหาร การดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ การเข้าไปในที่มีเสียงอึกทึก มีแสงจ้าหรือแสงไฟกะพริบ วูบวาบ หากมีไข้สูง ต้องรีบกินยาลดไข้ และเช็ดตัวให้ไข้ลดลง มิเช่นนั้นอาจกระตุ้นให้ชักได้   

ประการสำคัญ ขอให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการกระทำ หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงอันตราย เช่น ว่ายน้ำ ปีนขึ้นที่สูง อยู่ใกล้ไฟ การทำงานกับเครื่องจักร การขับรถ ขับเรือ พายเรือ เดินข้ามถนนตามลำพัง เป็นต้น เนื่องจากหากเกิดอาการชักอาจได้รับอันตรายได้

ทั้งนี้ ควรเปิดเผยให้เพื่อนที่ทำงานหรือโรงเรียนได้ทราบถึงโรคที่เป็น รวมทั้งควรพกบัตรประจำตัวและบันทึกข้อความเกี่ยวกับโรคที่เป็นและวิธีการปฐมพยาบาล เพื่อว่าเมื่อเกิดอาการชัก ผู้พบเห็นจะได้ไม่ตกใจ และหาทางช่วยเหลือให้ปลอดภัยได้ โดยทั่วไปโรคนี้จะเกิดอาการชักเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น จะไม่ชักจนหมดสติเสียชีวิต

ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ได้ฝากเตือนญาติผู้ป่วย ที่เป็นโรคที่กล่าวมา ให้ระมัดระวัง ดูแลให้ผู้ป่วยกินยาอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งไม่ควรให้ผู้ป่วยขับรถ.

กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอที่ประชุมศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน พิจารณาการออกใบอนุญาตขับขี่รถให้กับผู้ป่วย 3 โรค "ลมชัก-อัลไซเมอร์-จิตเภท" ป้องกันอุบัติเหตุ เผยล่าสุดทั่วประเทศ มีผู้ป่วยโรคลมชักขึ้นทะเบียนรักษากว่า 6 หมื่น 12 มิ.ย. 2557 15:04 ไทยรัฐ