วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทดสอบ BMW X4 xDRIVE 35i M-SPORT / SERIES-4 GRAN COUPE 428i M-SPORT (ตอนที่2)

โดย

ท่าอากาศยานในเมืองบิลเบา ประเทศสเปนในช่วงเที่ยงวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ทางด้านทิศเหนือ ถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่จอดรถทดสอบ BMW X4 xDRIVE 35i และ BMW Series-4 Gran Coupe 428i หลังจากใช้เวลาบินเดินทางจากสนามบินในเมืองบรัสเซลส์ประเทศเบลเยียมถึงสองชั่วโมงครึ่ง ทีมสื่อมวลชนจากประเทศไทยก็ได้เดินทางมายังเมืองท่องเที่ยวทางทะเลซึ่งตั้งอยู่ในเขตยุโรปใต้บนผืนแผ่นดินของแดนกระทิงดุ

เมื่อสิ้นสุดการทดสอบ M3/M4 ที่เมืองฟาโรในประเทศโปรตุเกส คณะสื่อมวลชนของไทยยังมีคิวลงทดสอบยนตรกรรมสองรุ่นสองรูปแบบล่าสุดจากค่ายใบพัดสีฟ้า-ขาว ซึ่งนานทีปีหนจะมีการทดสอบแบบรวดเดียวถึง 4 รุ่น 4 โมเดล นับเป็นการยึดครองพื้นที่ส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างเข้มข้นของแบรนด์ BMW ครอบคลุมทั้งรถสปอร์ตและรถอเนกประสงค์ที่อยู่ในกลุ่มรถหรูระดับพรีเมียม ที่ลานจอดรถของสนามบินในเมืองบิลเบามีการแบ่งโซนการจอดแบบสองฝั่ง สำหรับฝั่งขวามือเป็นรถทดสอบ SUV รุ่นล่าสุดที่ออกมาขั้นกลางระหว่าง X3 และ X5 เจ้านี่คือ BMW X6 xDRIVE 35i M-Sport รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่จำนวน 10 คัน ส่วนฝั่งด้านซ้ายมือเป็นสุดหล่อในเรือนร่างแบบสปอร์ตคูเป้ แต่ดันมีบานประตูรวมฝาท้ายมากถึง 5 ตำแหน่ง มันคือ BMW Series-4 Gran Coupe 428i M-Sport ญาติผู้น้องที่มีความใกล้ชิดกับ Series-4 เพียงแต่ทำตัวเป็นรถสปอร์ตในคราบของรถอเนกประสงค์ ด้วยประตูบานหลังและฝาท้ายแบบใหม่ที่มองยังไงก็ยังดูเหมือนกับฝาท้ายของ Series-4 รถทดสอบทั้งสองคันตกแต่งด้วยอุปกรณ์ M-Sport ประดับประดาอยู่ทั้งภายนอกและภายใน


ผมกับริชชี่ ผู้สื่อข่าวจากสำนักพิมพ์ Bangkok Post เลือกขับเจ้า X4 xDRIVE 35i M-Sport สำหรับการทดสอบในวันแรกที่บิลเบา ส่วนวันทดสอบที่สองจะทำการสลับสับเปลี่ยนรถทดสอบมาเป็น Series-4 Gran Coupe สภาพอากาศในช่วงเที่ยงวันพฤหัสบดีมีกลุ่มเมฆฝนพัดเข้ามาปกคลุมเมืองซึ่งมีที่ตั้งอยู่ใกล้กับทะเล บิลเบาไม่ใช่เมืองในยุโรปที่เป็นที่รู้จักของคนไทยมากนัก เมืองนี้ยังมีขนาดที่เล็กกว่าเมื่อเทียบกับเมืองศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างบาร์เซโลนาหรือมาดริด เนื่องจากถึงแม้ว่าบิลเบาจะเป็นเมืองใหญ่ที่สุดของเขตปกครองตนเองบาสก์ ทางภาคเหนือของสเปน แต่ที่นี่ก็ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางความเจริญของภูมิภาค เนื่องจากบิลเบาเป็นเมืองอุตสาหกรรมเก่าแก่ที่ผ่านพ้นยุครุ่งเรืองมาแล้ว ทำให้เศรษฐกิจของเมืองตกอยู่ในภาวะซบเซา ผู้คนว่างงาน และการค้าขายในพื้นที่ก็เป็นไปอย่างไม่คึกคัก หลายปีที่ผ่านมา สถานการณ์ที่ว่านี้ได้เปลี่ยนไปจาก 2 ปัจจัยสำคัญ นั่นก็คือการเปิดพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์เมื่อปี 2540 ตามมาด้วยการได้รับเลือกตั้งของนายกเทศมนตรี อิญากี อัซกูนาในอีก 2 ปีถัดมา เมื่อพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเปิดให้บริการ หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่านี่เป็นความพยายามที่สูญเปล่าในการพลิกฟื้นบิลเบาให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง แต่นายกเทศมนตรี อัซกูนา กลับพิสูจน์ให้เห็นว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซาของบิลเบาได้ ชาวเมืองได้ร่วมแรงร่วมใจทำให้พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ กลายเป็นจุดเด่นในการสร้างภาพลักษณ์ของบิลเบาใหม่ ให้กลายเป็นศูนย์กลางด้านวัฒนธรรมร่วมสมัยและการท่องเที่ยวของยุโรป


ภายในระยะเวลาไม่นานหลังจากเปิดให้เข้าชม พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างรวดเร็ว ในแต่ละปี มีผู้เดินทางมายังบิลเบาเฉลี่ยถึง 700,000 คน จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาปีละประมาณ 100,000 คนเท่านั้น จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นหลายเท่า จากการเร่งประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว โรงแรมและร้านค้าตลอดจนร้านอาหารสไตล์ยุโรปใต้ ผนวกกับสภาพภูมิประเทศที่สงบและสวยงามของหัวเมืองชายทะเล ทำให้ธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม ร้านขายของที่ระลึก รวมถึงธุรกิจในสาขาบริการอื่นๆ กลับมาคึกคัก จนกระทั่งในปัจจุบัน มีการประเมินว่าพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์เพิ่ม GDP ให้กับแคว้นบาสก์มากกว่า 2 พันล้านยูโร หรือกว่า 8 หมื่นล้านบาท ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นของบิลเบาเก็บภาษีเพิ่มได้ถึง 100 ล้านยูโร หรือ 4,000 ล้านบาท นอกจากผลงานอันโดดเด่นในการใช้พิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์สร้างรายได้ให้แก่บิลเบา ภายใต้การบริหารงานของนาย อัซกูนา นครบิลเบายังกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดหนี้สาธารณะ ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจอันย่ำแย่ของสเปนและบางประเทศในเครือ EU โดยนาย อัซกูนาได้บริหารรายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยว ผนวกกับการควบคุมรายจ่ายอย่างเคร่งครัด ทยอยชำระหนี้สะสมจนครบเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา บิลลเบาได้กลายมาเป็นเมืองตัวอย่าง ในด้านการบริหารงบประมาณโดยไม่ต้องพึ่งพางบจากรัฐบาลกลางที่กำลังใกล้ล้มละลายของสเปน


เส้นทางทดสอบสำหรับบ่ายวันแรกใน X4 จากสนามบินในเมืองบิลเบาตัดออกไปยังอ่าว Biscay บนทางลาดยางแบบสองเลนสวนกันหมายเลข E70 ต่อเชื่อมกับทางไฮเวย์หมายเลข A8 ซึ่งเป็นเส้นทางในช่วงวิ่งกลับโรงแรมที่พัก ถนนหนทางของบิลเบาหลังจากมุ่งหน้าออกสู่ชนบทค่อนข้างคับแคบและมีทางขึ้น-ลงภูเขาที่วกไปวนมาคล้ายกับเส้นทางสะเมิงในจังหวัดเชียงใหม่แต่คับแคบกว่ากันอยู่พอสมควร ริชชี่พยายามควบคุมเจ้า X4 ท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่ค่อยจะเป็นใจเนื่องจากมีสายฝนโปรยปรายลงมาตลอดทาง ในห้องโดยสารของ BMW X4 ซึ่งเป็น SUV รุ่นล่าสุดของ BMW Group มีความคล้ายคลึงกันในด้านรูปแบบและการจัดวางอุปกรณ์ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง X3 กับ X5 พื้นที่ภายในของตำแหน่งเบาะผู้โดยสารตอนหน้าที่ผมกำลังนั่งให้ความรู้สึกโปร่งโล่งและมีมุมมองที่กว้างไกลพอสมควรจากระดับความสูงของตัวรถที่มากถึง 1624 มิลลิเมตร ระยะห่างจากใต้ท้องถึงพื้นถนนที่ 205 มิลลิเมตร ยังช่วยให้การวิ่งผ่านทางแบบวิบากมีความเหมาะสมคล้ายกับรุ่นพี่ตระกูล X ที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่าโมเดลอื่นๆ ของ BMW


ความแคบของเส้นทางทดสอบทำให้ไม่สามารถใช้ความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง ทางในบางช่วงบางตอนตัดผ่านภูมิประเทศที่สวยงามของอ่าวบิสเคย์ วกไปวนมาอยู่ท่ามกลางหุบเขาสูงบ้างต่ำบ้างซึ่งแตกต่างจากทางตรงยาวในเมืองฟาโรที่ใช้ทดสอบ M3/M4 ระยะทาง 65 กิโลเมตรแรกก่อนที่จะถึงยังจุดแวะพักข้างทางมีสายฝนพรำไปตลอดเส้นทาง ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ xDRIVE ของ X4 35i M-Sport ในสภาพการณ์ปกติ สมองกลไฟฟ้าที่ควบคุมการทดกำลังจะสั่งให้ล้อคู่หลังทำการขับเคลื่อนโดยยังไม่มีการส่งถ่ายกำลังแรงบิดไปยังล้อคู่หน้าแต่อย่างใด ต่อเมืื่อเซ็นเซอร์ที่ใช้ตรวจจับรับข้อมูลได้ว่ารถกำลังไต่ขึ้นสู่ทางลาดชันหรือกำลังวิ่งอยู่บนผิวถนนที่มีความเปียกลื่น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDRIVE จะทดกำลังให้ระบบขับเคลื่อนทุกล้อทำงาน โดยสามารถกระจายแรงบิดไปยังล้อคู่หน้า 30% หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสถานการของการขับขี่ เซ็นเซอร์ของชุดขับเคลื่อน 4 ล้อจะคอยระแวดระวัง โดยจะรับข้อมูลผ่านคันเร่งไฟฟ้า องศาของการหมุนพวงมาลัย ระนาบของตัวถังกับมุมและองศาที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาทำให้ระบบขับเคลื่อนแบบทุกล้อของ X4 ต้องรับหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ในจุดแวะพักที่ชายขอบของแผ่นดินเชื่อมต่อกับอ่าวบิสเคย์ ผมกับริชชี่จอดเจ้า X4 แล้วเดินออกมายังจุดชมวิวเพื่อรอรถทดสอบ BMW Series-4 Gran Coupe ของสื่อมวลชนไทยอีกสองท่านที่ขับตามกันมา สภาพเส้นทางที่แคบและค่อนข้างอันตรายจากความสูงชันและทางโค้งขึ้น-ลงภูเขา รวมกับไหล่ทางที่แทบจะหาไม่เจอ ทำให้ทีมทดสอบไม่สามารถที่จะใช้ความเร็วได้อย่างถนัดเท่าที่ควร อุณหภูมิที่บริเวณหน้าผาของจุดชมวิวข้างอ่าวบิสเคย์อยู่ที่ 11.5 องศาและมีกระแสลมเย็นเฉียบจากทะเลพัดกระหน่ำหอบเอาเมฆฝนกลุ่มใหญ่โปรยปรายลงมาไม่หยุด ทิวทัศน์ที่แปลกตาทำให้ผมและเพื่อนๆสื่อมวลชนจากไทยจอดพักอยู่ในจุดชมวิวนานกว่าครึ่งชั่วโมง


ออกจากจุดแวะพักผมเข้ามารับหน้าที่ขับเจ้า X4 xDRIVE 35i M-Sport ต่อจากริชชี่ สภาพการควบคุมใน X4 โดยมีSeries-4 Gran Coupe ของพี่เล็กมนชัยจาก GM Car และคุณปิ้กจากนิตยสารรถยนต์ชั้นนำ Formula ค่อยๆ ขับตามกันออกมา ตำแหน่งท่านั่งที่ค่อนข้างสูงจากเบาะคู่หน้าแบบไฟฟ้าที่มีหน่วยความจำ 3 ระดับให้ใช้งาน การวางตำแหน่งของการนั่งควบคุมมีความพอดีและเหมาะสมกับการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ค่าย BMW มักออกแบบห้องโดยสาร โดยให้คนขับเป็นจุดศูนย์กลางของการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ดีไซน์ของคอนโซลกับปุ่มและสวิตช์ต่างๆ ที่เน้นไปยังตำแหน่งของการควบคุมรถแบบจงใจ พวงมาลัย M ใน X4 มีหน้าตาคล้ายกับพวงมาลัย M ของ 116i M-Sport ทั้งรูปแบบและขนาดรอบวงที่ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ฟองน้ำที่เสริมเข้ามากับหนังที่ให้หุ้มช่วยทำให้ยึดจับได้อย่างถนัดมือ เครื่องยนต์เบนซิน 6 กระบอกสูบอัดอากาศด้วยเทอร์โบแบบ Twin Scroll ครางกระหึ่มขึ้นมาทันทีในรอบกลางๆ มันคือเครื่องยนต์บล็อกยอดนิยมที่ถูกนำไปวางใน BMW หลากหลายโมเดล จากประสิทธิภาพที่ดีในด้านความแรงและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่มีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo และ BMW EfficientDynamics พร้อมด้วยกลไกไฟฟ้าของชุดขับเคลื่อน 4 ล้อ xDRIVE มันคือ SUV ที่พกพาเอาความตื่นเต้นเร้าใจในรูปของแรงบิดที่ให้มาเกินความต้องการ ประสานเข้ากับช่วงล่างที่ส่งถ่ายแรงยึดเกาะในระดับเดียวเกือบจะใกล้เคียงกับสปอร์ตซีดาน ทั้งๆ ที่มีสัดส่วนความสูงมากกว่ารถ BMW ในรูปแบบปกติ แต่ความเสถียรของระบบรองรับกับแซสซีส์ ทำให้การควบคุมพวงมาลัยลัดเลาะไปตามทางเลียบไหล่เขามีความง่ายดายราวกับกำลังควบรถแฮตชแบคหนึบๆ X4 ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ทางไกล คุณสามารถขับมันได้ทั้งวันโดยปราศจากอาการเมื่อยเนื้อปวดตัว แถมยังสามารถเร่งความเร็วได้เริ่ดพอๆ กับรถแรงคันหนึ่งด้วยตัวเลข 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยเวลาเพียงแค่ 5.5 วินาที ทั้งๆ ที่มีน้ำหนักตัวมากถึง 1.8 ตัน


พวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันแบบต่อเนื่องของ X4 ให้สัมผัสที่เบาสบายมือในโหมด ECO-PRO และ Comfort เมื่อปรับโหมดขึ้นไปที่ Sport Mode การหน่วงน้ำหนักและระยะของการหมุนจะมีความกระชับมากขึ้นอีกนิด คุณจะสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนจากการพัฒนาชุดบังคับลี้ยวของ BMW ซึ่งมีความผกผันแตกต่างกันออกไปตามระดับของพลังงานในรูปแรงบิดและลักษณะของรถในแต่ละโมเดล หลักใหญ่ใจความของการผลิตชุดบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าคือลดการใช้พลังงานของเครื่องยนต์ มันส่งผลไปถึงอัตราสิ้นเปลืองที่ดีขึ้นมาอีก 5% เนื่องจากพวงมาลัยไฟฟ้าใช้มอเตอร์ควบคุมการทำงานโดยไม่มีจุดต่อเชื่อมกับเครื่องยนต์เหมือนพวงมาลัยเพาเวอร์ในยุคก่อนที่ต้องมีพูเลย์สายพายคล้องต่อกับจุดหมุนของเครื่องยนต์ ในการป้อนพลังงานให้กับปั๊ม พวงมาลัยยังมีระบบเตือนด้วยการสั่นเมื่อคุณขับออกนอกเลน ระบบ Lane Keeping Assist ช่วยทำให้การขับ X4 มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นเมื่อผู้ขับเกิดอาการหลับในหรือเผลอขับคร่อมเลน ช่วงล่างที่ถอดแบบมาจาก X6 แต่มีขนาดที่ย่อมกว่ากันนิดหน่อยสอดประสานการทำงานกับชุดบังคับเลี้ยวและส่งถ่ายความรู้สึกแม่นยำออกมาเมื่อผมพยายามประคองพวงมาลัยหักเลี้ยวบนทางโค้งที่แทบจะไม่มีไหล่ทางให้หลบรถที่แล่นสวนไปมา คนสเปนมีนิสัยใจคอคล้ายกับคนไทย ทั้งความใจร้อนและมารยาทในการขับขี่ การเอาตัวรอดบนถนนในประเทศสเปนจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างท้าทายซึ่งบางช่วงบางจังหวะอาจมีเรื่องที่สร้างความตืิ่นเต้นหวาดเสียวแบบไม่ทันระวังตัว รถเจ้าถิ่นซึ่งมีทั้งรถเก๋งและรถตู้ขับกันอย่างรีบเร่งบนเส้นทางที่คับแคบ ทำให้ผมต้องยิ่งเพิ่มความระวังเพื่อไม่ทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน


เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบมีจุดยึดพวกแท่นเครื่องแท่นเกียร์ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ตัวเครื่องถูกร่นเข้าไปใกล้กับห้องโดยสารเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี ใน X4 ใช้เครื่อง 6 สูบ 3 ลิตร ซึ่งเป็นเครื่องตัวเดียวกันกับที่ประจำการอยู่ใน BMW Z4 35i และ BMW Series-4 Coupe 435i ให้ความรู้สึกถึงพลังในรูปของแรงดึงทุกครั้งที่ลงคันเร่งลึกๆ เพื่อไต่ขึ้นสู่ทางลาดชัน มันค่อนข้างดึงได้หนักและต่อเนื่อง แต่ออกมาในลักษณะที่นุ่มนวลสมดุล จากส่วนผสมที่ถูกต้องของอัตราทดแบบ 8 สปีดในเกียร์ ZF บวกน้ำหนักตัวของ X4 ที่มากกว่า Z4 และ Series-4 อยู่พอสมควร ประสิทธิภาพตามแบบฉบับของเครื่องยนต์แถวเรียง 6 กระบอกสูบจาก BMW ถูกเติมเต็มด้วยเทอร์โบ Twin Scroll จากความสามารถและมันสมองของวิศวกรซึ่งใช้ประโยชน์จากความแรงของชุดอัดอากาศเทอร์โบมาใส่เข้าไปในเครื่องยนต์แบบแถวเรียง 6 กระบอกสูบที่ขึ้นชื่อในด้านสมรรถนะ การปลดปล่อยพลังงานในรูปของแรงบิด เนื่องจากมีขนาดและน้ำหนักที่มากกว่าปกติ ทำให้พลังงานที่ปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ผ่านเกียร์ไปยังเพลาขับเคลื่อน มีความราบรื่นและนุ่มนวลมากกว่าที่จะกระโชกโฮกฮากเหมือนกับรถสปอร์ตคันเล็กๆ ระบบควบคุมการทรงตัว DSC หรือ Dynamic stability control ทำตัวเป็นยามคอยเฝ้าระแวดระวังไม่ให้ X4 เสียอาการ บนสภาพถนนที่มีความเปียกลื่น ผมไม่ยอมให้เจ้า DSC เข้ามาแทรกแซงการควบคุมด้วยการใช้ความเร็วเท่าที่จำเป็นและระมัดระวังไม่พยายามทำให้เจ้า X4 เสียอาการจน DSC ทำงาน เหวลึกที่ด้านซ้ายมือกับแนวหน้าผาหินทะมึนที่ด้านขวามือคอยกระตุ้นเตือนให้สมองส่วนกลางของผมประคับประคองทั้งพวงมาลัยและคันเร่งให้อยู่ในค่าที่มีความถูกต้องลงตัวกับสภาพเส้นทาง


จากข้อมูลของเครื่องยนต์ เจ้า BMW X4 xDrive 35i มีอัตาสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงแบบผสมทั้งในและนอกเมือง เฉลี่ยรวม 10.7/6.9 และ 8.3 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร ปล่อย CO2 193 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร กำลัง 225 กิโลวัตต์ หรือ 306 แรงม้า กับแรงบิดสูงสุดที่ 400 นิวตันเมตร หรือ 295 ฟุต-ปอนด์ ทำให้ BMW X4 xDrive 35i ใช้เพียงแค่ 5.5 วินาทีในการวิ่งจาก 0 ถึง 100 กม. / ชม. (62 ไมล์ต่อชั่วโมง) น่าประทับใจอย่างมากในบางแง่มุมของการส่งมอบพลัง ประสิทธิภาพของการปล่อย CO2 ในระดับ EURO-6 แพคเกจซึ่งเป็นเทคโนโลยี BMW EfficientDynamics ที่มีความเหนือชั้น ยังช่วยลดการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษ ใน BMW X4 คุณสมบัติของฟังก์ชั่น Auto Start / Stop จะดับเครื่องยนต์ทุกครั้งที่จอดนิ่งสนิทอยู่กับที่ ระบบเบรกสะสมพลังงานหรือ BMW Brake Energy Regeneration ทำหน้าที่ในระบบ EfficientDynamics โดยสะสมพลังงานจากการเบรก แปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อส่งไปกักเก็บในแบตเตอรี่ แล้วหมุนเวียนกลับมาใช้ในขณะที่เครื่องยนต์ถูกดับลงเมื่อจอดอยู่กับที่ ระบบทำความเย็นพวกคอมเพรซเซอร์ถูกปรับการทำงานในโหมด ECO-PRO ให้ทำงานเท่าที่จำเป็นเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง ปุ่มควบคุมของฟังก์ชั่น Auto Start / Stop ที่อยู่ด้านบนของสวิตช์สตาร์ตเครื่องยนต์ เมื่อเกิดความรำคาญจากเครื่องยนต์ที่มีการติดๆ ดับๆ ไปตลอดทาง สามารถกดปุ่มเพื่อยกเลิกการทำงานของฟังก์ชั่นดังกล่าวได้ทันที เทคโนโลยีหัวฉีดแบบใหม่ High Precision Direct Injection กลไกของระบบวาล์วแบบแปรผันสองฝั่ง Double-Vanos variable camshaft control และ Valve-tronic fully variable valve timing คืองานวิศวกรรมเครื่องจักรกลที่ก้าวไกลจากค่ายใบพัด ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์และระบบการทำงานอันสลับซับซ้อน ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างแท้จริง และทำให้มันมีความโดดเด่นมากกว่ารถคู่แข่งแบบเห็นๆ


16.30 น. ผมกับริชชี่ในรถ X4 และพลพรรคสื่อมวลชนของไทยอีก 2 ท่าน พร้อมด้วยคุณจอน กฤษดา อุตโมทย์ ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บริษัท BMW Group Thailand ในรถ Series-4 Gran Coupe ก็มาถึงยังจุดหลายปลายทางบริเวณด้านหน้าของโรงแรม Gran Domine สำหรับในช่วงเย็น หลังจากการขับทดสอบในวันแรก จะเป็นการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์กุกเกนไฮม์ ตามด้วยช่วงหัวค่ำเวลา 19.30 น. กับงานเลี้ยงแนะนำผลิตภัณฑ์ยานยนต์ทั้งสองโมเดลจาก BMW Group พร้อมกันกับการแนะนำทีมพัฒนารถยนต์ทั้งสองรุ่น วิศวกรชาวเยอรมันจาก BMW Group Mr. Hans Friedrich Budweiser ซึ่งรับหน้าที่ในการออกแบบตัวถังของรถ X4 เข้ามานั่งร่วมวงสนทนาและให้ความกระจ่างแจ้ง สำหรับการสร้างรถ SUV คันนี้กับนักข่าวจากประเทศไทยแบบเป็นกันเอง Mr.Hans Friedrich Budweiser ยังได้พูดถึงขั้นตอนในการที่จะสร้างรถยนต์สำหรับอนาคต โดย BMW Group ได้ให้ความสำคัญในด้านการบริหารพลังงาน โดยอีกไม่กี่ปีนับต่อจากนี้ BMW จะสร้างโครงข่ายสำหรับรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ด้วยสถานีชาร์จไฟแบบโซลาร์เซลล์ เป็นการออกแบบจุดชาร์จกระแสไฟด้วยแผงรับพลังงานจากแสงอาทิตย์แบบใหม่ ช่วยลดขั้นตอนในการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างสิ้นเปลืองในปัจจุบัน เหมาะสมกับรถยนต์ในยุคต่อไปของมนุษย์ซึ่งต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของระบบขับเคลื่อน จากการสันดาปด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิลไปเป็นกระแสไฟจากแบตเตอรี่ที่ป้อนให้กับมอเตอร์ขับเคลื่อน


เช้าวันต่อมา ผมกับริชชี่สลับรถทดสอบ โดยเปลี่ยนมาขับ BMW Series-4 Gran Coupe 428i M-Sport แล้วส่งมอบ BMW X4 xDERIVE 35i M-Sport ให้กับคุณปิ้กและพี่เล็กมนชัย 8.00 น. หน้าโรงแรม Gran Domine กลางเมืองบิลเบามีอุณหภูมิประมาณ 13 องศา ท้องฟ้ามีเมฆฝนปกคลุมแต่ยังไม่มีฝนตก มันเป็นเช้าวันเสาร์ที่ค่อนข้างรีบเร่ง เนื่องจากทั้งคณะต้องบินออกจากเมืองบิลเบาในเวลา 14.30 น. ทำให้การขับทดสอบรถในวันสุดท้ายต้องมีการคำนวนระยะทางให้พอดีกับเวลาที่จะต้องเดินทางมายังสนามบินบิลเบา ใน Series-4 Gran Coupe 428i M-Sport ตำแหน่งเบาะผู้โดยสารตอนหน้ากับความกว้างของเบาะหลังให้อารมณ์คล้ายกับ Series-3 จากพื้นที่ที่เพิ่มเข้ามาอีกเล็กน้อย โทนสีขาวสลับดำของหนังที่ใช้ห่อหุ้มเบาะ แผงประตูและคอนโซลแสดงออกถึงสไตล์ของ BMWอย่างชัดเจน ริชชี่รับหน้าที่ขับในช่วงแรกเหมือนเดิม เส้นทางทดสอบในวันที่สองจากหน้าโรงแรมไปยังถนนเล็กๆ วนรอบเมืองบิลเบาผ่านภูมิประเทศที่เปิดโล่ง ทางเล็กๆ แบบสองเลนสวนกันเมื่อออกจากไฮเวย์ตัดผ่านวิวทิวทัศน์ที่สงบและสวยงามของชนบทในประเทศสเปน การนั่งโดยสารไปในรถแบบ Sport GT ท่ามกลางบรรยากาศที่แปลกตาเป็นความทรงจำที่ดี ระยะทาง 50 กิโลเมตรแรกจากเมืองบิลเบามายังเมดิน่า เดอโพม่า กับภาพวิวแบบบ้านนอกของยุโรปใต้ทำให้นึกถึงสถานที่บางแห่งในอิตาลี บ้านเรือนของคนสเปนในแถบทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบิลเบาคล้ายกับหมู่บ้านในเมืองมาลาเนโลประเทศอิตาลี มันเหมือนกันทั้งทรงของบ้าน ถนนหนทาง และการจัดวางฝังเมือง บางช่วงบางตอนเราต้องลดความเร็วจนเหลือเพียงแค่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อวิ่งผ่านเมืองเล็กๆ อันเงียบสงบปราศจากผู้คนจอแจในเช้าวันเสาร์ที่งดงามในสเปน


ออกจากจุดแวะพักผมรับหน้าที่เข้ามาควบคุมเจ้า Series-4 Gran Coupe 428i M-Sport ปล่อยให้ริชชี่ผ่อนคลายอยู่ในเบาะผู้โดยสารตอนหน้า สภาพการใน Gran Coupe 428i M-Sport เหมือนกับ Series-3 328i M-Sport ราวกับฝาแฝด ทั้งความรู้สึกของพวงมาลัย ระยะขงคันเร่งไฟฟ้า สัมผัสของช่วงล่างก็ยังมีความใกล้เคียงกันอยู่พอสมควร แต่ความสูงของ Series-4 Gran Coupe ที่เตี้ยกว่านิดหน่อยกลับให้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้นมาอีกนิดเมื่อคุณขับมันเร็วขึ้น ปุ่มและสวิตช์ควบคุมต่างๆ ก็ยังคงวางอยู่ในตำแหน่งเดียวกับ Series-3 328i M-Sport รวมถึงย่านของกำลังก็ยังเหมือนกันทั้งๆที่ Gran Coupe 428i M-Sport นั้น มีน้ำหนักตัวมากกว่า 328i M-Sport เกือบ 30 กิโลกรัม คันเร่งไฟฟ้าในโหมด Comfort ยืดหยุ่นและทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย ไม่มีความจำเป็นอะไรในการใช้ความเร็วบนทางชนบทที่คุณไม่คุ้นชิน ผมขับไปเรื่อยๆ และใช้ความเร็วต่ำเพื่อพยายามซึมซับสิ่งที่เจ้า Gran Coupe ส่งถ่ายออกมาทั้งการวิ่งบนทางตรงยาวกับทางโค้งขึ้น-ลงเนิน พวงมาลัยมีน้ำหนักกำลังพอดีใน Comfort Mode และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องผลักดันมันขึ้นไปยังโหมดขับเคลื่อนที่สูงกว่านี้เนื่องจากสภาพเส้นทางไม่เอื้ออำนวยต่อการทำความเร็วแม้แต่น้อย


พวงมาลัย Servotronic แปรผันน้ำหนักไปตามระดับความเร็ว จอขนาด 6.5 นิ้ว ในระบบนำทางด้วยดาวเทียมมีแผนที่นำทางที่ละเอียดที่สุดแม้จะมีแค่ภาษาอังกฤษ มันทำหน้าที่ในการนำพาคุณไปยังเส้นทางที่ถูกต้อง เชื่อมโยงการส่งถ่ายข้อมูลในการเลี้ยวไปยังทิศทางที่ได้โปรแกรมล่วงหน้าโดยยิงทั้งตัวเลขความเร็ว ลูกศรนำทางกับความเร็วที่ถูกต้องตามกฎจราจรของพื้นที่นั้นๆผ่านเลนส์สะท้อนไปยังกระจกบังลมบานหน้าด้วยระบบ hands up display ข้อมูลเส้นทางที่ BMW Group บันทึกเอาไว้ช่วยทำให้ผมและเพื่อนๆ ไม่หลงออกนอกเส้นทาง การตอบสนองของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรเทอร์โบ 245 แรงม้า มีความยืดหยุ่นตามมาตรฐานเครื่องยนต์เบนซินสี่สูบจาก BMW แรงบิด 258 ฟุต-ปอนด์ หรือ 350 นิวตันเมตร มาในรอบเครื่องระหว่าง 1200 5000 รอบต่อนาที โดยมีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 6.1 วินาที มันเร่งได้เร็วกว่า Audi A5 Sportback 2.0 TFSI การกระจายแรงบิดจากอัตราทด 8 สปีดของเกียร์ ZF 8HP ครอบคลุมเกือบจะทั้งหมดของรอบเครื่องยนต์ เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดมีความยืดหยุ่นและเป็นธรรมชาติ อัตราทดที่กว้างมากทำให้เมื่อใช้ความเร็วที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รอบเครื่องยนต์ในเกียร์ 8 ซึ่งเป็นเกียร์โอเวอร์ไดรฟมีรอบเครื่องยนต์แค่ 1800 รอบต่อนาที ทำให้การใช้เชื้อเพลิงที่ความเร็วเดินทางมีตัวเลขที่น่าสนใจ เครื่องยนต์ที่มีเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo และ BMW EfficientDynamics ฟังก์ชั่น Auto Start / Stop ระบบเบรกสะสมพลังงานหรือ BMW Brake Energy Regeneration กับอุปกรณ์ตกแต่งของ M-Sport ทำให้ 428i Gran Coupe เป็นรถยนต์ที่มีความน่าสนใจคันหนึ่งในวงการสปอร์ตจีที

บนไฮเวย์ที่จะมุ่งตรงไปยังสนามบินบิลเบา ในโหมด Sport+พวงมาลัยมีน้ำหนักมากขึ้น สำหรับระบบกลไฟฟ้าที่ทันสมัย​​ โหมดสูงสุดแปรผันน้ำหนักพวงมาลัยใน Gran Coupe 428i ให้มีความกระชับ การเปลี่ยนเกียร์ทำได้เร็วขึ้นและมีความเรียบเนียน การตอบสนองของคันเร่งที่เฉียบคมและไวมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การควบคุมจากระบบรักษาเสถียรภาพอิเล็กทรอนิกส์จะถูกตัดออกไป เพื่อส่งมอบการควบคุมทั้งหมดให้ขึ้นตรงต่อผู้ขับขี่ ทางไฮเวย์ในสเปนจะมีกล้องตรวจจับความเร็วซ่อนเอาไว้หลังป้ายบอกเส้นทาง สำหรับความเร็วที่กำหนดตามกฎหมายจราจรของประเทศนี้อยู่ที่ไม่เกิน 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อขับบนไฮเวย์ ค่าปรับสำหรับผู้ที่ขับเกินจากระดับความเร็วที่กำหนดนั้นแพงจนไม่มีใครกล้าที่จะแหกกฎดังกล่าวกันเลยทีเดียว 12.30 น. ผมและเพื่อนสื่อมวลชนจากไทยก็เดินทางมาถึงยังสนามบินท้องถิ่นของเมืองบิลเบา หลังจากส่งมอบรถทดสอบทั้งสองคันให้กับเจ้าหน้าที่ของ BMW Group ก็ถึงเวลาที่จะได้เดินทางกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนกันเสียที

ตามความคิดเห็นส่วนตัว การแตกไลน์รถยนต์แบบยิบย่อยของ BMW Group เป็นการลดช่องว่างทางการตลาด รวมถึงแนวคิดในการสร้างรถยนต์ให้มีความครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าด้วยความหลากหลายของรถยนต์ภายในค่าย X4 นั้นเกิดขึ้นมาท่ามกลางความนิยมในรถแบบ SUV มันมีทุกอย่างเท่าที่คุณต้องการ ขับได้ดีจากช่วงล่างและพวงมาลัยที่เหนือชั้น เครื่องยนต์มีแรงบิดให้ใช้งานอย่างเหลือเฟือ ชุดส่งกำลังแบบ 8 อัตราทดอยู่ในระดับแนวหน้าของวงการ รถ X4 วางตัวอยู่ตรงกลางระหว่าง X3 และ X5 โดยสามารถนำเอาจุดเด่นของ X6 มาปรับใช้ได้อย่างน่าทึ่ง ส่วน Series-4 Gran Coupe 428i M-Sport สอดแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างรถซีดาน 4 ประตูแบบ Series-3 f30 และรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตูในโมเดล Series-4 f32 รหัส f36 ของ Series-4 Gran Coupe คุณจะได้ประตูบานหลังและฝาท้ายที่ทำงานเปิด-ปิดด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มเข้ามาให้ใช้งาน พื้นที่เบาะหลังนั่งโดยสารได้เหนือกว่า Series-4 รุ่น 2 ประตูแบบเห็นๆ รวมถึงเบาะหลังที่สามารถพับราบลงไปกับพื้นเพื่อการเก็บสัมภาระชิ้นโต การกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ของ Series-4 Gran Coupe ยังช่วยทำให้การควบคุมอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ เมื่อต้องจ่ายแพงกว่า Series-4 รุ่นมาตรฐาน ความแตกต่างด้านรูปลักษณ์และการใช้งานที่อเนกประสงค์มากขึ้นอีกนิดจะทำให้มันไปได้ดีในตลาดรถหรูของยุโรป

ขอขอบคุณ คุณจอน กฤษดา อุตโมทย์ ผู้อำนวยการสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บริษัท BMW Group Thailand คุณพิศมัย เตียงพาณิชย์ ผู้จัดการส่วนงานสื่อสารองค์กรและประชาสัมพันธ์ บริษัท BMW Group Thailand บริษัท Nikon Thailand ผู้ให้การสนับสนุนอุปกรณ์บันทึกภาพทุกครั้งที่ผมออกเดินทางไปทดสอบรถยนต์ทั่วโลก.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

บินลัดฟ้าไปยังเมืองบิลเบาในประเทศสเปนเพื่อลงทดสอบยนตรกรรมจากค่ายใบพัดสองรุ่นสองสไตล์ BMW X4 xDRIVE 35i M-Sport และ BMW Series-4 Gran Coupe 428i M-Sport... 12 มิ.ย. 2557 12:45 ไทยรัฐ