วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จีนจะแซงสหรัฐฯขึ้นเบอร์ 1 โลกปีนี้

เมื่อต้นสัปดาห์มีข่าวดีจาก ทรู คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อสารเคลื่อนที่อันดับ 3 ของไทยว่า บริษัท ไชน่า โมบายส์ เครือข่ายสื่อสารเคลื่อนที่ยักษ์ใหญ่จีนที่มีลูกค้าเกือบ 800 ล้านราย ครองส่วนแบ่งตลาดโทรศัพท์มือถือจีนถึง 70% ทุ่มเงิน 28,600 ล้านบาท ซื้อหุ้นทรู คอร์ปอเรชั่น 18% ส่งผลให้ฐานะทางการเงินของทรูแข็งปั๋งขึ้นทันที และยังเปิดโอกาสให้ทรูขยายตลาดในจีนได้อีกด้วย

เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือซีพีในฐานะประธานทรู คอร์ปอเรชั่น แถลงข่าวนี้ด้วยตัวเองว่า กลุ่มทรูรู้สึกเป็นเกียรติที่ ไชน่า โมบายส์ มั่นใจร่วมทุนกับกลุ่มทรู สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการลงทุนในประเทศไทย ของ ไชน่า โมบายส์ อีกด้วย

นับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยึด อำนาจรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เพื่อสร้างความปรองดองขึ้นในชาติ สหรัฐฯและพันธมิตร ก็ได้แสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับไทยอย่างชัดเจน ทั้งข่มขู่ ตัดเงินช่วยเหลือ ลดความสัมพันธ์ระดับประเทศ ก็มีแต่ สีจิ้นผิง ผู้นำจีนนี่แหละที่กล้าประกาศยืนหยัดเคียงข้างไทย ยืนยันว่านักธุรกิจจีนจะลงทุนในไทยต่อไปอย่างเต็มที่

ผมเชื่อว่าการเข้ามาลงทุนใน ทรู คอร์ปอเรชั่น ของ ไชน่า โมบายส์ รัฐวิสาหกิจของจีน น่าจะเป็นนโยบายของรัฐบาลจีนที่ต้องการจะสะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้สหรัฐฯจะไม่เข้ามาลงทุนในเมืองไทย ก็ยังมีประเทศจีนที่พร้อมจะลงทุนในเมืองไทย

เศรษฐกิจจีน วันนี้ ไม่ใช่เบอร์ 2 โลก ที่ไล่สหรัฐฯไม่ทันอีกต่อไปแล้ว วารสาร “การเงินธนาคาร” ฉบับเดือนมิถุนายนที่กำลังวางแผง มีรายงานพิเศษว่า ICP–International Comparison Program หน่วยงานในสังกัดของ ธนาคารโลก (World Bank) ได้จัดทำรายงาน การคำนวณจีดีพี (GDP) แบบใหม่ โดยบวก กำลังซื้อ และ ค่าครองชีพในแต่ละประเทศเข้าไปด้วย แทนวิธีการคำนวณจีดีพีแบบเดิมๆ ซึ่งใช้อัตราแลกเปลี่ยนของแต่ละประเทศ แปลงมูลค่าเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แล้วนำมาเปรียบเทียบ ทั้งที่กำลังซื้อและค่าครองชีพแต่ละประเทศแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ผลการคำนวณด้วยจีดีพีแบบใหม่ ทำให้ จีดีพีประเทศจีน มีขนาดใหญ่ขึ้นมาก คิดเป็นมูลค่า 13.495 ล้านล้านดอลลาร์ ถ้าคิดแบบเดิมจีดีพีจีนจะอยู่ที่ 7.321 ล้านล้านดอลลาร์ เท่านั้น ขณะที่จีดีพีสหรัฐฯอยู่ที่ 15.553 ล้านล้านดอลลาร์

ตัวเลขจีดีพีใหม่ ทำให้เศรษฐกิจจีนหายใจรดต้นคอเศรษฐกิจสหรัฐฯขึ้นมาทันที ผลจากการคิดจีดีพีแบบใหม่ ทำให้จีดีพีจีนตามหลังสหรัฐฯ
เพียง 2 ล้านล้านดอลลาร์เท่านั้น ไอเอ็มเอฟ หรือ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ก็เห็นตรงกับ หน่วยงานไอซีพี ของธนาคารโลกว่า เศรษฐกิจจีนมีโอกาสที่จะแซงหน้าสหรัฐฯ เป็นผู้นำเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลกในปี 2014 เป็นต้นไป เพราะเศรษฐกิจจีนเติบโตเร็วมาก ปี 2005 เศรษฐกิจจีนมีสัดส่วนราว 43% ของจีดีพีสหรัฐฯ พอมาถึงปี 2011 เศรษฐกิจจีนมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 87% ของจีดีพีสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากเดิมเท่าตัวเลยทีเดียว

การที่ ไอซีพี และ ไอเอ็มเอฟ เห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจจีนจะแซงหน้าสหรัฐฯขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกในปีนี้ ก็เพราะช่วงปี 2011-2014 เศรษฐกิจจีนขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 24% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯขยายเพียง 7.6% เท่านั้น แค่บวกลบตัวเลขบัญญัติไตรยางศ์ง่ายๆ ก็ดูออกว่าเศรษฐกิจจีนจะไล่แซงสหรัฐฯในปีนี้แน่นอน

วันนี้ผมจึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. กระชับสัมพันธ์กับจีนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ต้องไปสนใจทุนนิยมไร้คุณธรรม แบบสหรัฐฯ ที่เอาแต่กดดันไทยให้มีประชาธิปไตยแบบเผด็จการเลือกตั้ง ซึ่งจะทำลายประชาธิปไตยไทย ทำลายประเทศไทยและคนไทยในระยะยาว การแต่งตั้ง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯเศรษฐกิจ เป็นที่ปรึกษาด้านความสัมพันธ์ต่างประเทศกับ ประเทศจีน และ ญี่ปุ่น โดยเฉพาะ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ดร.สมคิด ถือว่ามีสายสัมพันธ์ส่วนตัวที่แนบแน่นกับจีนและญี่ปุ่นพอสมควรทีเดียว คบเพื่อนจีนที่จริงใจดีกว่าครับ เดี๋ยวพวกทุนนิยมสองใจสหรัฐฯก็เต้นกลับมาง้อเอง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”