วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ห่วงเรื่องความโปร่งใส

โดย

สองโครงการระดับอภิมหาโครงการของรัฐบาลชุดก่อน ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษถึงแม้รัฐบาลจะพ้นหน้าที่ไปแล้ว น่าจะได้แก่โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาท และโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท มีรายงานข่าวว่า คสช.สั่งทุกหน่วยราชการที่มีภารกิจเรื่องน้ำให้ระงับโครงการไว้ก่อนและส่งข้อมูลให้ คสช.ทบทวน

ทั้งสองโครงการผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา แต่ไปติดอยู่ที่ศาล ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าโครงการ 2 ล้านล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญจึงอาจต้องกลับไปนับหนึ่งกันใหม่ ส่วนโครงการบริหารจัดการน้ำ ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้นำกลับไปทำประชาพิจารณ์ หรือรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้อาจได้รับผลกระทบให้ถูกต้องเสียก่อน

ยังไม่ทราบชัดเจนว่า คสช.จะจัดกับทั้งสองโครงการอย่างไร? แต่ที่แน่นอนที่สุดก็คือ คสช.ได้จัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 เรียบร้อยแล้ว เป็นเงิน 2.575 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงบปี 2557 เป็นเงิน 5 หมื่นล้านบาท ต้องถือว่าเป็นงบประมาณที่จัดทำโดยรัฐบาลข้าราชการโดยแท้ มิใช่ของนักการเมืองอย่างที่ผ่านมา

คสช.ประกาศว่าจะใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินด้วยความโปร่งใสและหวังว่าจะยึดหลักความคุ้มค่า หรือประโยชน์สูงสุดของประเทศ และจัดอันดับความสำคัญก่อนหลังให้ถูกต้อง เช่น จะเดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเหมือนกับรัฐบาลก่อน หรือจะมุ่งสร้างรถไฟรางคู่ทั่วประเทศตามเสียงเรียกร้องของหลายฝ่าย

เช่นเดียวกับโครงการบริหารจัดการน้ำ คนทั่วไปหวังว่าจะแก้ไขทั้งปัญหาน้ำท่วมและฝนแล้ง แต่ดูโครงการแล้วมุ่งแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคกลางและ กทม.มากกว่า รองนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบกล่าวว่าจะจัดการปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำเจ้าพระยา 17ลุ่มน้ำให้เสร็จเสียก่อน ส่วนปัญหาฝนแล้งภาคอีสานไว้ทำพร้อมเขื่อนกั้นน้ำทะเล แบบนี้เป็นการจัดอันดับความสำคัญที่ถูกต้องหรือไม่?

นอกจากความคุ้มค่า หรือประโยชน์สูงสุดของประชาชน และการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลังที่ถูกต้องแล้ว “ความโปร่งใส” เป็นปัญหาที่น่าหนักใจอย่างที่สุด เพราะเป็นการทำลายประเพณีอันยาวนาน ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยบางแห่งระบุว่า สามโครงการใหญ่ (รวมทั้งการรับจำนำข้าว) เสี่ยงต่อการทุจริตมากที่สุด

การใช้จ่ายตามโครงการต่างๆ จะต้องเดินหน้าต่อไป ในขณะที่ไม่มีรัฐสภาไม่มีพรรคฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบ ภาคประชาชนและสื่อมวลชนก็อาจจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ภายใต้ภาวะกฎอัยการศึก มีแต่คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ และ ป.ป.ช.จึงขอให้ประสบความสำเร็จและขอให้เอาอยู่.

12 มิ.ย. 2557 09:12 12 มิ.ย. 2557 09:12 ไทยรัฐ