วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทหาร-ตร.ปรับแผน ซุ่มเซเว่นจับม็อบ

ลูก‘ลายจุด’เขียนจม. ขอบิ๊กตู่ปล่อยตัวพ่อ

“สมบัติ บุญงามอนงค์” อ่วม โดนศาลทหารออก หมายจับเพิ่ม 2 ข้อหา “ยุยงสร้างความปั่นป่วน-ความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์”เตรียมนำตัวส่งกองปราบฯดำเนินคดี พร้อมส่งศาลทหารฝากขังผัดแรก 12 มิ.ย. ภรรยาเล็งยื่นหลักทรัพย์ 4 แสนบาท ขอประกันตัว ตร.ฮึ่ม! จัดทีมนอกเครื่องแบบไล่จับกลุ่มต้านรัฐประหารชูสามนิ้วหน้าร้านเซเว่นฯ เย้ยกลุ่มป่วนยอดหายวับ เหลือจำนวนแค่หลักหน่วย ขู่ออกหมายจับเล่นงานหนักนักเลงคีย์บอร์ดนัดระดมพลต้านรัฐประหาร “จักรภพ เพ็ญแข” โพสต์เฟซบุ๊กแพลมภารกิจลับ ตั้งองค์กรต้านเผด็จการสู้ คสช. โวนานาชาติพร้อมสนับสนุน “เทือก” ถอยล้มงานดินเนอร์ “กินข้าวกับลุงกำนัน” หวั่นขัดประกาศ คสช.

ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมตัวนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ที่ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งไม่ไปรายงานตัวต่อ คสช. ล่าสุดศาลทหารได้อนุมัติหมายจับนายสมบัติเพิ่มเติมในอีก 2 ข้อหา คือยุยงให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยทหารจะนำตัวส่งให้กองปราบปรามดำเนินคดี และขอฝากขังต่อศาลทหารในวันที่ 12 มิ.ย.

บก.ลายจุดอ่วมโดนอีก 2 ข้อหา

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า ขณะนี้ศาลทหารอนุมัติหมายจับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ใน 2 ข้อหาคือ ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายสมบัติถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวได้ที่ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งไม่ไปรายงานตัวต่อ คสช. โดยได้รับการประสานงานจากทหารว่าทหารจะคุมตัวนายสมบัติส่งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวกับความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และหลังจากที่ ปอท.แจ้งข้อกล่าวหากับนายสมบัติแล้ว กองปราบปรามเตรียมอายัดตัวนายสมบัติ เพื่อนำไปดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งคสช.ก่อนที่จะนำไปฝากขังที่ศาลทหารต่อไป

ส่งตัวฝากขังคุกทหาร 12 มิ.ย.

พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. กล่าว่า ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทหารที่ดูแลนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนอนกลุ่ม วันอาทิตย์สีแดง ว่า ในวันที่ 12 มิ.ย. เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ทหารจะนำตัวนายสมบัติมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา โดยเตรียมพนักงานสอบสวนไว้ 2 นาย เพื่อสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา เบื้องต้นเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) หากมีพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนยังสอบปากคำไม่แล้วเสร็จ ก็จะนำตัวนายสมบัติไปขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฯ ฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ระหว่างนี้ผู้ต้องหาสามารถให้ทนายยื่นประกันตัวได้

เมียจ่อยื่น 4 แสนขอประกันตัว

นางเกศสุดา บุญงามอนงค์ ภรรยาของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ กล่าวว่า ในวันที่ 12 มิ.ย. จะเดินทางไปกองบังคับการกองปราบปรามเพื่อขอประกันตัวสามี โดยทางครอบครัวได้เตรียมหลักทรัพย์มูลค่าประมาณ 4 แสนบาท ในการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว หวังว่าจะได้รับพิจารณาอนุญาต ขณะที่ในวันที่ 11 มิ.ย.ได้เดินทางมาที่ศาลทหารกรุงเทพฯ กรมพระธรรมนูญ เพื่อขอเข้าพบและพูดคุยกับสามี หลังครบกำหนดควบคุมตัว 7 วัน สุดท้ายไม่ได้พบจึงเดินทางกลับ โดยก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปพบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เพื่อขอทราบความเป็นอยู่รวมถึงสถานที่ควบคุมตัวแต่ยังไม่ทราบรายละเอียดใดๆ

ลูกสาวเขียน จ.ม.ขอปล่อยพ่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นางเกศสุดา เดินทางมาที่ศาลทหาร ในวันที่ 11 มิ.ย.ได้นำจดหมายที่บุตรสาวเขียนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาแจกสื่อมวลชนมีเนื้อหาระบุว่า ขอความเห็นใจกรณีบิดาถูกควบคุมตัว และรู้สึกสะเทือนใจที่บิดากลายเป็นผู้ต้องหา ทั้งที่การทำงานของนายสมบัติที่ผ่านมา เป็นการทำงานเพื่อสิทธิเสรีภาพ และความเป็นธรรมให้สังคม ด้วยแนวทางสันติวิธี จึงไม่สมควรได้รับโทษเช่นนี้ ดังนั้นเพื่อเป็นการคืนความสุขให้สังคมไทย ขอให้พิจารณาปล่อยตัวบิดาให้ได้รับอิสรภาพโดยเร็ว เพื่อครอบครัวจะได้กลับมามีความสุขอีกครั้ง

ปอท.ยังไม่ได้รับตัว “สมบัติ”

พ.ต.อ.วรรณวุฒิ ชาญนุกูล รอง ผบก.ปอท.กล่าวว่า ปอท.ยังไม่ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ทหารว่า จะคุมตัวนายสมบัติมาให้ ปอท.เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และข้อหายุยงปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง แต่ทราบว่าศาลทหารได้อนุมัติหมายจับนายสมบัติเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับรายงานในรายละเอียดคดี ตามปกติหากเจ้าหน้าที่ทหารจะส่งตัวผู้ต้องหามาต้องประสานมายัง ปอท.ก่อน ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหานั้นจะแจ้งที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องที่ ปอท. สามารถดำเนินการที่กองบังคับการปราบปรามได้เลย เพราะคณะพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับการดำเนินคดีผู้ต้องหาที่ฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ปฏิบัติการอยู่ที่กองปราบปรามอยู่แล้ว

ตร.เร่งปรับความเข้าใจมวลชน

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รรท.ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้มีคำสั่งให้เร่งสร้างทัศนคติ และความเข้าใจถึงความสำคัญด้านความมั่นคงของประเทศ และแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินโดยรวม สร้างความเข้มแข็ง ปลูกฝังทัศนคติความเป็นไทย ให้สังคมไทยเข้มแข็ง อยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ ลดความขัดแย้ง แม้จะมีความเห็นแตกต่าง การบังคับใช้กฎหมายต่อประชาชนต้องเป็นไปอย่างเคารพ ให้เกียรติกันและกัน ไม่ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือสร้างความขัดแย้ง ตำรวจทุกนายต้องมีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี เป็นข้าราชการที่ดี เพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยรวมเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

เผยฝ่ายต้านยังไม่ยอมเข้าใจ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์กลุ่มต่อต้านยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และยังไม่ได้รับรายงานการนัดชุมนุม แต่หากมีการฝ่าฝืนกฎหมาย ตำรวจในฐานะผู้ช่วยฝ่ายทหารต้องดำเนินการควบคุมตัวส่งให้ทหารดำเนินการ ทั้งทหารตำรวจได้ทำความเข้าใจผู้มีความเห็นคัดค้านให้เข้าใจเหตุผลการทำรัฐประหาร ที่ผ่านมาได้พูดคุยกลุ่มคัดค้านที่ควบคุมตัวมาได้ ส่วนใหญ่มีความคับแค้นคิดว่า คสช.ไม่ปฏิบัติการทัดเทียมกันระหว่างกลุ่ม นปช.และ กปปส. มีการเรียกแกนนำ นปช.ฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นข้อมูลด้านเดียว ไม่รับฟังข้อมูลรอบด้าน โดยผู้ถูกเรียกมารายงานตัวได้พูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อให้เข้าสู่โหมดปรองดองของคนไทยในชาติ ไม่เลือกสีเลือกฝ่าย ทำให้หลายคนเข้าใจ ให้โอกาส คสช.ในการทำงาน แต่มีบางคนที่ยังไม่อยากเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องใช้เวลา

ปรับยุทธวิธีจับกลุ่มต้าน คสช.

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.ผบช.น. พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.พล.1 รอ. ร่วมประชุมประเมินสถานการณ์ของกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐประหาร โดยใช้เวลาประชุม 1.30 ชั่วโมง จากนั้น พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ได้ประเมินผลการปฏิบัติงานในช่วงที่ผ่านมา โดยให้มีการทบทวนยุทธวิธีและวิธีปฏิบัติงานที่ผ่านมาในกรณีมีกลุ่มผู้ชุมนุมเชิงสัญลักษณ์ออกมาต่อต้าน คสช.โดยให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุม ใช้วิธีละมุนละม่อม ใช้กฎหมายจากเบาไปหาหนัก เพื่อมุ่งไปสู่การปรองดองของคนในชาติ

จัดทีมจับผู้ชุมนุมหน้าเซเว่นฯ

พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ส่วนกรณีผู้ชุมนุมนัดหมายชุมนุมหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จะคัดกรองว่าร้านใดมีจุดสุ่มเสี่ยงต่อการชุมนุม จะมอบให้ทุกบก.ไปสำรวจร้านเซเว่นฯ และขอความร่วมมือให้ตรวจสอบกล้องซีซีทีวีของร้าน รวมถึงร้านค้า สถานประกอบการใกล้เคียง จะให้ร้านค้าช่วยเป็นหูเป็นตา และจะจัดกำลังตำรวจ ทหารนอกเครื่องแบบเป็นหลักในการดำเนินการ ส่วนกำลังในเครื่องแบบจะจัดวางในสถานที่เหมาะสม ไม่ให้นักท่องเที่ยวหวาดกลัว นอกจากนี้จะวางกำลังในพื้นที่สำรอง ไม่ให้ปรากฏต่อสายตาประชาชน แต่หากจำเป็นต้องใช้กำลัง ก็สามารถเคลื่อนย้ายได้ เมื่อถามว่าพื้นที่ที่อาจมีผู้ชุมนุมมาชุมนุม จะมีการปิดถนนหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศตอบว่า คงไม่ทำเช่นที่เคยปฏิบัติมา เชื่อว่ามาตรการที่ปฏิบัติอยู่ได้ผล โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเป็นหลัก จะใช้กล้องถ่ายภาพผู้ชุมนุม จะไม่จับกุมผู้ชุมนุมในพื้นที่ที่มีการชุมนุม หรือมีประชาชนจำนวนมาก จะถ่ายภาพไว้เพื่อออกหมายจับ และติดตามจับกุม หรือเมื่อชุมนุมแสดงสัญลักษณ์เสร็จแล้ว พอออกจากพื้นที่ชุมนุม ก็ต้องติดตามจับกุม

เย้ยกลุ่มป่วนเหลือแค่หลักหน่วย

พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.ศ.ช่วยราชการ บช.น. กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่มที่ออกมาแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วยกับ คสช.ลดลงตามลำดับจากวันที่ 28 พ.ค. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีหลักพัน มีการใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ และทำลายทรัพย์สินราชการ ต่อมาวันที่ 1 มิ.ย. ที่ห้างเทอร์มินอล 21 มีผู้ชุมนุมเหลือหลักร้อย ไม่มีการใช้ความรุนแรง แสดงแค่สัญลักษณ์ชูสามนิ้ว จนกระทั่งวันที่ 8 มิ.ย. ผู้ชุมนุมเหลือหลักสิบ จับกุมที่ห้างสยามพารากอน 7 ราย เป็นการชูสามนิ้ว แบบแว้บๆ แล้วรีบเลิก หลังจากนี้เหลือแค่หลักหน่วย โดยมีการนัดไปหน้าเซเว่นฯ ถ่ายรูปตัวเอง ไม่ให้เห็นหน้าแล้วรีบกลับบ้าน คราวหน้าทำนายว่าคงจะถ่ายในบ้านมาโพสต์

ขู่ออกหมายจับนักเลงคีย์บอร์ด

พล.ต.ต.อำนวยกล่าวว่า ขณะนี้กำลังประสานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อดำเนินการกับผู้ที่นัดหมายคนไปชุมนุม ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย เช่น การลงเฟซบุ๊กให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย หรือสนับสนุนให้ประชาชนจุดประทัด เข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมายมาตรา 116 มีโทษจำคุก 7 ปี ขณะนี้ได้ประสาน ปอท.ว่า ใครเป็นคนส่ง จะออกหมายจับใน 1-2 วัน คนที่โพสต์ลงไปในเฟซบุ๊กเตรียมรอรับหมายจับได้เลย ส่วนคนที่ส่งต่อหรือแชร์ต่อก็มีความผิดเหมือนกันและมีโทษเท่ากัน

คสช.สั่งรายงานตัว 4 มาแค่ 1

ส่วนการเดินทางเข้ารายงานตัวของผู้ถูกคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 61/2557 ให้มารายงานตัวที่สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ 11 มิ.ย. เวลา 10.00-12.00 น. จำนวน 4 คน ประกอบด้วย นายรังสฤษฎิ์ ธิยาโน นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ นายยงยุทธ บุญดี และนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียรนั้น ปรากฏว่ามีเพียงนายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เดินทางมารายงานตัวในเวลา 11.10 น. ส่วนอีก 3 คน ยังไม่ได้เดินทางมารายงานตัวต่อ คสช.

ต่อมาเวลา 11.45 น. นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง คนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ที่มีชื่อในคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 53/2557 ให้รายงานตัวตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เดินทางมารายงานตัวต่อ คสช.พร้อมนำกระเป๋าเป้สัมภาระ 1 ใบติดตัวมาด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ นายพงศ์พิเชษฐ์นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลไม่สามารถมารายงานตัวได้ ขณะเดียวกัน นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ที่มีรายชื่อให้มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 57/2557 เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ได้เดินทางมารายงานตัวต่อ คสช.ในวันที่ 11 มิ.ย.เช่นกัน

“จักรภพ” ตั้งองค์กรต้านเผด็จการ

วันเดียวกัน นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตแกนนำ นปช. และผู้ต้องหาหลบหนีคดีอาญามาตรา 112 โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยขออภัยที่ขาดการติดต่อไปนาน เหตุผลเพราะระบอบเผด็จการใช้อำนาจทุกทางในการทำร้ายและทำลายพวกเราอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งเป็นหลักฐานที่ชี้ว่า เมืองไทยคงไม่ได้กลับคืนสู่ภาวะประชาธิปไตยอีกนาน ขอให้ทุกท่านได้รับทราบถึงความเคลื่อนไหวของขบวนประชาธิปไตย ดังนี้ 1.เราได้ร่วมกันก่อตั้งองค์กรเพื่อการต่อสู้เผด็จการขึ้นแล้ว อีกไม่กี่วันนี้จะถือวันดีทางประวัติศาสตร์ เป็นวันประกาศอิสรภาพของคนไทยทั้งชาติและทั่วทั้งโลก รวมทั้งภารกิจที่เราจะถือเป็นธงชัยแห่งการปฏิวัติประชาธิปไตยสืบไป 2.อย่านึกน้อยใจว่าทำไมเรายังไม่ปรึกษาหารือหรือเชื้อเชิญท่านเข้าร่วม ถึงวันนั้นท่านจะรู้เองว่าใครที่มีหัวใจประชาธิปไตย และชิงชังเผด็จการคือเครือข่ายเดียวกันทั้งสิ้น วันนี้เราอยู่ภายใต้ความกดดันจากทุกสารทิศ ขอให้เห็นใจ เข้าใจ ถึงเวลาเราจะต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดที่สุด 3.นานาชาติหลั่งไหลให้ความสนับสนุนเราอย่างน่าชื่นใจ ผมรู้ดีเพราะเป็นศูนย์กลางในเรื่องนี้อยู่ เรามีมวลมิตรประชาธิปไตย ไม่เฉพาะเชื้อสายไทยแต่เป็นระดับโลก ซึ่งประกาศองค์กรแล้วเราจะได้เปิดเผยกันต่อไป วันนี้ต้องขอเก็บหลายอย่างไว้เป็นภารกิจลับก่อน ขอให้ท่านโปรดเข้าใจรักทุกท่านมาก ผมมอบชีวิตให้กับท่านและประชาธิปไตยไทยเรียบร้อยแล้ว”

นัดชู 3 นิ้วหน้าเซเว่น 15 มิ.ย.

ขณะที่กลุ่มคัดค้านการรัฐประหารในโลกไซเบอร์ยังคงส่งข้อความโจมตี คสช.อย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เพจพวกเราคือสมบัติ บุญงามอนงค์ โพสต์ข้อความชักชวนคนที่เห็นต่างร่วมโพสต์ภาพการชูสามนิ้วในเฟซบุ๊กเพจของ คสช. และเว็บเพจของสื่อต่างประเทศกระแสหลัก อาทิ ซีเอ็นเอ็น บีบีซี นอกจากนี้กลุ่มคัดค้านรัฐประหารยังออกแคมเปญประกาศนัดหมายรวมตัวกันในวันที่ 15 มิ.ย. ตามร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน จากนั้นให้ถ่ายรูป โดยให้เห็นเฉพาะด้านหลัง ไม่ให้เห็นหน้า แล้วส่งไปยังเพจต่างๆเพื่อให้แชร์ภาพต่อๆกัน รวมถึงมีการเชิญชวนให้จุดประทัดเวลาทุ่มตรงพร้อมกันทั่วประเทศด้วย

แกนนำแดงลพบุรีมอบตัว

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กองปราบปราม นายสำราญ สายชนะ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารกรุงเทพ ลงวันที่ 8 มิ.ย.57 ในความผิดฐานฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวต่อ คสช.ตามคำสั่งที่ 14/2557 ได้เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. และ พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ. โดยนายสำราญกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ทราบข่าวทางสถานีโทรทัศน์ว่า ถูก คสช.ออกคำสั่งให้เข้ารายงานตัว แต่ช่วงแรกยังรู้สึกกลัว ไม่มั่นใจในสถานการณ์ว่าจะมีเหตุรุนแรงหรือไม่ จึงหลบไปตั้งหลัก ก่อนเดินทางเข้ามอบตัวในวันที่ 11 มิ.ย. ยืนยันไม่ได้คิดหลบหนี ฝากบอกผู้ถูก คสช.เรียกให้เข้ารายงานตัวว่า ควรไปรายงานตัวเพื่อร่วมสร้างความสมานฉันท์ปรองดอง ซึ่งที่ จ.ลพบุรี มีตนเป็นคนแรกที่ถูก คสช.เรียกตัว เพราะก่อนหน้านี้ได้ร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่

ไร้แววกลุ่มป่วนอนุสาวรีย์ชัยฯ

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทหารและตำรวจ พร้อมด้วยเทศกิจและเจ้าหน้าที่ ขสมก.วางกำลังตามจุดต่างๆทั้งลานสกายวอล์ก ป้ายรถเมล์โดยรอบพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มต้านรัฐประหารเข้ามาใช้พื้นที่ โดยที่ป้ายรถเมล์ฝั่งโรงพยาบาลราชวิถี และฝั่งธนาคารออมสินสาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีทหารจากหน่วยปฏิบัติการจิตวิทยา (ปจว.) นำรถฮัมวีติดเครื่องขยายเสียงประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนที่ผ่านไปมาทราบถึงภารกิจของทหารที่ต้องการเข้ามารักษาความสงบเรียบร้อยให้ประเทศ แต่ไม่มีการแสดงดนตรีเหมือนทุกวันที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหารนำแผ่นกระดาษขนาดเล็กแจกให้ประชาชน เพื่อขอความร่วมมือให้แจ้งเบาะแสแหล่งซ่องสุมอาวุธ กระสุน การนัดชุมนุม เหตุการณ์ชุมนุมมายังศูนย์รับเรื่องร้องเรียน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก เขตพระนคร กรุงเทพฯ หรือโทร.09-4128-6273-9, 09-4234-9312-4 อีเมล ncpo.2014@gmail.com จนกระทั่งเวลา 18.30 น. ทหารได้ถอนกำลังกลับที่ตั้งโดยไม่มีเหตุป่วนใดๆเกิดขึ้น

ตากจัดงานวันสลายสีเสื้อ

ด้านบรรยากาศการจัดงานสร้างความปรองดองสมานฉันท์ตามจังหวัดต่างๆนั้น ที่ จ.ตาก พ.อ.เทอดศักดิ์ งามสนอง ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 พร้อมนางชุลีวันทน์ สายสิงห์ทอง รอง ผวจ.ตาก ร่วมกันจัดงาน “วันสลายสีเสื้อ” บริเวณหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เขตเทศบาลนครแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก มีกลุ่มพลังมวลชนทุกสี ข้าราชการ และประชาชนในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนซีกตะวันตก จ.ตาก ได้แก่ อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด อ.ท่าสองยาง อ.พบพระ และ อ.อุ้มผาง ร่วมพิธีจำนวนมาก โดยมีการถอดเสื้อหลากสีทิ้งเปลี่ยนมาใส่เสื้อเรารักประเทศไทยสีขาว พร้อมร้องเพลงชาติและเพลง “ปิดทองหลังพระ”

ประจวบฯจัดกิจกรรมปรองดอง

ที่วัดคลองวาฬวรวิหาร (พระอารามหลวง) อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับ พ.อ.สุรเดช ประเคนรี รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 15 จัดกิจกรรมสร้างความปรองดองชื่อ โครงการสามัคคี สมานฉันท์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ครั้งที่ 1 มีผู้นำชุมชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนกลุ่มมวลชนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันเข้าร่วม โดยนายวีระกล่าวว่า สถานการณ์ความขัดแย้งและความคิดเห็นที่แตกต่างของชาวประจวบคีรีขันธ์ไม่รุนแรง เชื่อว่าหากทุกฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน ชาวประจวบฯจะมีความสามัคคีไม่แพ้ที่ใด

สงขลาตั้งศูนย์ปรองดอง

วันเดียวกันที่หน้าห้างสรรพสินค้าลีการ์เด้นท์พลาซ่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายกฤษฎา บุญราช ผวจ.สงขลา พร้อมข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ภาคเอกชน และประชาชนร่วมประกาศเจตนารมณ์สร้างความรัก ความสามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ ร่วมคืนความสุขให้คนไทยทั้งชาติ ภายใต้กิจกรรม “เรารักสงขลา ชาวสงขลาร่วมคืนความสุขให้คนไทยในชาติ” โดยนายกฤษฎากล่าวว่า ความขัดแย้งของบ้านเมืองที่ผ่านมานำไปสู่ความรุนแรง ความแตกแยก ส่งผลกระทบต่อสภาพสังคม เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชน เพื่อนำความสุขกลับคืนสู่ประชาชนโดยเร็ว จึงตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัดสงขลาขึ้น

โคราชจัดงานสร้างสามัคคี

ส่วนที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมืองนครราชสีมา พล.ท.ชาญชัย ภู่ทอง แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 เป็นประธานเปิดกิจกรรมโครงการเสริมสร้างความรักและความสามัคคีคนโคราช เพื่อชี้แจงการดำเนินการของ คสช. มี ผวจ.นครราชสีมา นายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ และแกนนำกลุ่มมวลชนต่างๆเข้าร่วม ขณะที่ จ.อุดรธานี นายสุทธินันท์ บุญมี รอง ผวจ.อุดรธานี ร่วมกับ พล.ต.ทศพล คำ-สุพรหม รอง ผอ.กอ.รมน.จ.อุดรธานี จัดโครงการ “เสวนาสร้างความสุขอย่างยั่งยืนเดินหน้าประเทศไทย” ที่ศูนย์พัฒนาครอบครัวชุมชน บ้านแม่นนท์ ม.2 ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรธานี

สะเดา-แม่สอดคึกคักเลิกเคอร์ฟิว

ส่วนที่ อ.สะเดา จ.สงขลา ภายหลังจาก คสช. ประกาศยกเลิกเคอร์ฟิว 20 จังหวัด ล่าสุด เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้บรรยากาศของร้านค้า และสถานบริการใน อ.สะเดา กลับมาคึกคักอีกครั้ง เช่นเดียวกับที่ จ.ตาก ที่สถานบริการใน อ.แม่สอด กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเฉพาะตามถนนยอดข้าว แหล่งศูนย์รวมความบันเทิง โดยนายสมศักดิ์ คะวี-รัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า การยกเลิกเคอร์ฟิวครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะ จ.ตากไม่มีเหตุการณ์รุนแรง โดยเฉพาะ 5 อำเภอชายแดนติดกับประเทศพม่า เมื่อบรรยากาศผ่อนคลายจะเป็นผลดีมากๆ เพราะ อ.แม่สอดกำลังถูกผลักดันให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ จะยิ่งทำให้ชาวต่างชาติมีความเชื่อมั่นทางการค้าการลงทุนมากยิ่งขึ้น

ราชบุรี-เลยเจอกระสุนปืนอื้อ

ที่ จ.ราชบุรี ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง รับแจ้งพบกระสุนปืนจำนวนมากในเพิงพักกลางทุ่งนา หมู่ 9 ต.ปากแรต ไปตรวจสอบพบกระสุนเอ็ม 16 สภาพใหม่อยู่ในถุงพลาสติกสีชมพูวางไว้บนแคร่จำนวน 854 นัด และลูกซ้อมอีก 18 ลูก รวม 872 นัด ส่วนที่ จ.เลย ตำรวจ สภ.ท่าลี่ พบอาวุธสงครามริมสระน้ำหน้าวัดลาดปู่ทรงธรรม หมู่ 1 ต.ท่าลี่ แยกเป็นปืนยาวอัดลม 1 กระบอก กระสุนปืนเอเค 47 จำนวน 80 นัด กระสุนปืนเอ็ม 60 จำนวน 3 นัด กระสุนปืนลูกซอง 50 นัด พร้อมปลอกกระสุนลูกซอง 20 ปลอก และกระสุนขนาด.45 อีก 29 นัด

“เทือก” ล้มงานดินเนอร์ระดมทุน

วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. โพสต์รูปภาพตัวเองใส่ชุดคนไข้นั่งอยู่บนเตียงคนไข้ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีข้อความว่า “กราบเรียนพี่น้องมวลมหาประชาชน ผมผ่าตัดเรียบร้อย ปลอดภัยทุกอย่าง อีก 2-3 วันสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ ขอบพระคุณสำหรับกำลังใจจากทุกท่าน ผมขอขอบคุณทุกท่านที่จองซื้อบัตร “กินข้าวกับลุงกำนัน” วันเสาร์ที่ 14 นี้ แต่เนื่องจากมีผู้ทักท้วงที่มีเหตุผล และผมได้พิจารณาแล้วเห็นว่า อาจจะเป็นกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับกฎอัยการศึก และประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกทั้งอาจทำให้คนกลุ่มอื่นฉวยโอกาสทำกิจกรรมที่จะเป็นผลเสียหายต่อบ้านเมืองได้ กระผมจึงขอเลื่อนงานกินข้าวกับลุงกำนันไปก่อน เมื่อสถานการณ์อำนวยจะแจ้งทันที สำหรับผู้ที่ได้ซื้อบัตรแล้วสามารถรับเงินคืนกับท่านที่ท่านจองบัตรไว้ เรื่องเงินช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลนั้น โปรดได้อย่าเป็นกังวล ผมจะช่วยด้วยวิธีอื่นต่อไป”

“มาร์ค-ชวน” เยี่ยม “สุเทพ”

เมื่อเวลา 10.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปเยี่ยมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่เข้ารับการผ่าตัดเอ็นหัวไหล่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ โดยใช้เวลาเยี่ยมประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนายเทพไท กล่าวว่า ได้พูดคุยถามอาการหลังการผ่าตัดของนายสุเทพ โดยรวมนายสุเทพมีอาการดีขึ้น แต่เจ็บแผลบ้าง แพทย์ต้องใช้เครื่องพยุงหัวไหล่พร้อมถุงใส่น้ำหล่อเย็นป้องกันอาการช้ำบวมของบาดแผลหลังการผ่าตัด และในวันที่ 12 มิ.ย. แพทย์จะตรวจอาการอีกครั้งว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ในวันใด จากนั้นเวลา 12.00 น. นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายสุเทพที่โรงพยาบาลกรุงเทพ

ผลผ่าตัดหัวไหล่ปลอดภัยดี

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวว่า อาการของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ภายหลังเข้ารับการผ่าตัดเส้นเอ็นหัวไหล่ด้านขวาขาดนั้น ได้ผ่าตัดเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ซึ่งนายสุเทพออกจากห้องผ่าตัดในช่วงค่ำของวันดังกล่าว ขณะนี้อาการโดยรวมปลอดภัยดี แต่หากหมดฤทธิ์ยาชา ก็ต้องทนอาการเจ็บต่อไประยะหนึ่ง โดยนายสุเทพจะพักฟื้นที่โรงพยาบาลจนถึงวันที่ 12 มิ.ย. จากนั้นต้องใส่ที่ห้อยแขนเพื่อรักษาอาการต่ออีก 1 เดือน ส่วนสุขภาพอื่นๆของนายสุเทพดีร้อยเปอร์เซ็นต์

เรียกก๊วน กปปส.รายงานตัว

ต่อมาเวลา 21.00 น. มีคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 63/2557 เรื่องให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติมที่ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ 12 มิ.ย.เวลา 10.00-12.00 น. ดังนี้ 1.นายอิสสระ สมชัย 2.นายถนอม อ่อนเกตุพล 3.นายพิภพ ธงไชย 4.นายรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี 5.นายทินกร ปลอดภัย 6.นายนัสเซอร์ ยีหมะ 7.นายอุทัย ยอดมณี 8.นายมั่นแม่น กะการดี 9.พล.ต.สมเกียรติ วัฒนวิกย์กิจ 10.นายศิรวัฒน์ วิยะเศษ 11.นายกิตติไชย ใสสะอาด 12.นายสุดชาย บุญไชย

12 มิ.ย. 2557 04:53 ไทยรัฐ