วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สถานการณ์เข้าทาง!

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

เรตติ้งยังแรงต่อเนื่อง

ตามท้องเรื่องที่ “กำนันเทพ” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดหัวไหล่ ท่ามกลางแฟนคลับรุมให้กำลังใจ หมอ พยาบาลรุมขอลายเซ็น มีภาพข่าวให้กองเชียร์ตามแห่กระแส กดแชร์ กดไลค์ กระหึ่มโซเชียลเน็ตเวิร์ก

เป็นนักเลือกตั้งอาชีพคนเดียวที่ยังเคลื่อนไหวเป็นไฮไลต์ ภายใต้สถานการณ์ที่ทหารยึดเวที

ไล่บี้ให้ “นักการเมืองตัวปัญหา” ออกไปนั่งพักข้างสนาม

และตามปรากฏการณ์ก็ไม่ได้เหนือการคาดหมาย กับอาการเบรกตัวโก่ง ล่าสุดนายสุเทพได้ประกาศยกเลิกนัด “กินข้าวกับลุงกำนัน” ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ เวลา 1 ทุ่มตรง ที่คลับหรูย่านสุขุมวิท เพื่อระดมทุนไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมร่วมกับม็อบ กปปส.

ตามรูปการณ์ก้ำกึ่งๆกับคำสั่ง คสช.ประกาศเคอร์ฟิว “ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน”

งานนี้ไม่มีใครถือบัตร “อภิสิทธิ์ชน” ได้รับการงดเว้นจากท็อปบูต

และในสถานการณ์ที่ซีเรียสกว่า “นายใหญ่” อย่างอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่คงจะซุ่มเงียบยาวอยู่ที่ฐานเมืองดูไบ กบดานไปอีกพักใหญ่ๆ

ทางหนึ่งก็อาการของว่าที่คุณตาที่กำลังเห่อจะมีหลานคนแรก ไม่อยากเคลื่อนไหวทำให้คนรอบตัวลำบาก

แต่ปัจจัยสำคัญจริงๆมันอยู่ที่สถานการณ์บังคับ “เสือโดนล็อกปีก”

ตามกระแสวงในฝ่ายคุมเกมอำนาจในเมืองไทยได้มีการประสานกับสาธารณรัฐ ประชาชนจีน โดยการดีลผ่าน “สหายรุ่นใหญ่” ใช้สายสัมพันธ์พรรคคอมมิวนิสต์เก่า ในการขอให้ทางการจีนควบคุมไม่ให้อดีตผู้นำของไทยใช้เป็นฐานเคลื่อนไหวป่วนสถานการณ์ในประเทศไทย

ปักกิ่ง ฮ่องกง โดนบล็อกหมด

ในขณะที่สถานการณ์ทางฝั่งประเทศกัมพูชาก็มีข่าวว่า นายกฯฮุน เซน ของเขมร ไม่ได้จัดให้อดีตนายกฯของไทยเป็นเพื่อนกินเพื่อนตายอีกต่อไป เพราะขัดใจ

เรื่องผลประโยชน์การลงทุนในมอนเตเนโกร

นั่นก็ทำให้ไม่มีฐานหลบซ่อน รอบนี้แกนนำเสื้อแดงหนีไม่ออก

แน่นอน ประเมินตามปรากฏการณ์แรงเสียดทาน คสช.น้อยลงมาก เมื่อเทียบกับแรงต้านที่อดีตคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ต้องเจอเมื่อครั้งรัฐประหารกันยายน 2549

โดยจังหวะไหลมาถึงจุดที่เอื้อให้ยุทธศาสตร์ “สลายสีเสื้อ”

ตามรูปการณ์เบื้องต้นเลยก็อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์พยายามประคองสถานภาพ “ความเป็นกลาง” ไม่ให้ถ่วงน้ำหนักไปข้างใดข้างหนึ่ง

จนอีกฝ่ายเกิดความรู้สึก “ไม่ได้รับความเป็นธรรม”

อันเป็นเงื่อนไขที่ทุกฝ่ายสะท้อนตรงกันว่า เป็นต้นตอวิกฤติความขัดแย้ง

ซึ่งนั่นก็ทำให้ดีกรีการเผชิญหน้า อาการต้านรัฐประหารเบาบาง ลดความร้อนแรงลงไป

ที่แน่ๆถึงตอนนี้มีคนออกหน้ามาช่วยการันตี ตามจังหวะที่นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและการปรองดองแห่งเอเชีย

ฟันธงโรดแม็ปการปฏิรูปประเทศของ คสช.เดินมาถูกทางแล้ว

โดยในขั้นแรกต้องสร้างบรรยากาศการปรองดอง ก่อนจะนำไปสู่กระบวนการปฏิรูปการเมือง ทั้งนี้เชื่อว่า คสช.ไม่ใช่คู่ขัดแย้งทางการเมือง แต่เป็นฝ่ายที่สามที่ต้องมาปฏิรูปประเทศ

เช่นเดียวกับนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะแกนนำเครือข่ายเดินหน้าประเทศไทยที่ประกาศเลยว่า ส่วนตัวเห็นด้วยกับโรดแม็ปของ คสช.

โดยเฉพาะกระบวนการมีสภานิติบัญญัติ สภาปฏิรูป และรัฐบาล

เชื่อว่าในที่สุดนั้น การปรองดองจะเกิดขึ้น ทุกคนต้องเข้าใจปัญหาเชิงลึก ทั้งเรื่องกฎหมาย ความไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำ

ยี่ห้อ “สุรเกียร์ติ์–กิตติพงษ์” น้ำหนักไม่ธรรมดา

พวกมีต้นทุนหน้าตักพากันออกมาหนุนพิมพ์เขียว เชียร์แผนยกเครื่องประเทศไทย

เอาเป็นว่า ทุกอย่างกำลัง “เข้าทาง” คสช.

ทีมข่าวการเมือง