วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'ประยุทธ์' วาง 3 หลักสอบ 8 โครงการ งบเกินพันล้าน ยัน ส.ค. มี สนช.

"ประยุทธ์" วาง 3 หลัก ทบทวนสอบ 8 โครงการ งบเกิน 1 พันล้าน ยันต่างชาติ 3 เดือนตั้งรัฐบาล ส่วน ส.ค. ผุดสภานิติบัญญัติแน่ ย้ำแจงต่างชาติทำรัฐประหารหวังป้อง ปชต. 

วันที่ 11 มิ.ย. 57 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมเอกอัคราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำเมืองต่างๆ ในต่างประเทศทั้ง 28 ประเทศ ในกลุ่มตะวันตก ว่า หัวหน้า คสช. ได้ขอให้ข้าราชการเร่งสร้างความเข้าใจชี้แจง เพราะต้องเข้าใจ ทุกประเทศจะเห็นด้วยทั้งหมดเป็นไปไม่ได้ ต้องชี้แจงเหตุผล ครอบคลุมทุกมิติ อธิบายถึงที่มาที่ไป ปัจจุบันเป็นอย่างไรและอนาคตจะเป็นอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ ให้ยึดการรักษาระบอบประชาธิปไตยทั้ง 3 อำนาจ ได้แก่ บริหาร ตุลาการ นิติบัญญัติ แต่ต้องหยุดชั่วคราว เพื่อจัดระเบียบ ไม่มีใครอยากทำ แต่ประเทศชาติต้องมาก่อนเสมอ ซึ่งถ้าทุกอย่างสมบูรณ์ตามระบอบประชาธิปไตยแล้ว ประเทศชาติก็จะได้อยู่ภายใต้เจตนารมณ์ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ในส่วนเรื่องของการทุจริต ที่หลายฝ่ายมีความเห็นผ่านทางโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก อยากให้ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง เป็นไปตามกระบวนการที่จำเป็น ที่ผ่านมาบางระบบราชการก็ไม่สามารถทำได้ รวมถึงบางหน่วยงานไม่ปฏิบัติ หรือปฏิบัติ ก็ยังถูกตำหนิในสังคม สำหรับความพยายามให้เกิดความปรองดองระหว่างคนในชาติ แต่จะไม่ปรองดองกับคนที่ทำผิด ซึ่งที่ผ่านมามีความพยายามสร้างความเกลียดชัง โดยหลังจากนี้ ไม่อยากให้มีการกล่าวหากันลอยๆ ผิดถูกอย่างไร ขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรมและพยานหลักฐาน

นอกจากนี้ ยังมีการบิดเบือนข่าวสาร บางครั้งมีการดึงสถาบันมาเกี่ยวข้อง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว สถาบันอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง ซึ่งกฎหมายบางมาตรา ยังคงต้องมีไว้เพื่อปกป้องสถาบัน

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อว่า การประเมินผลการบริหารประเทศของ คสช. ไม่อยากให้มองเปรียบเทียบในช่วงเดือน พ.ค.ปีนี้ กับ พ.ค.ปีที่ผ่านมา แต่อยากให้มองที่ผลการทำงานเริ่มตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. หลังจากมีการควบคุมอำนาจการปกครอง และอยากให้มองย้อนหลังไป 6 เดือนที่ผ่านมา ในทุกมิติ ทั้งระบบบริหารราชการ ความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของประชาชน การสัญจรบนถนน การตรวจจับอาวุธสงคราม ทั้งนี้ ยืนยันว่า การขับเคลื่อนจะใช้ระบบบริหารราชการปกติเป็นหลัก และคณะที่ปรึกษาจะเป็นเพียงให้ข้อแนะนำผ่านทางเอกสารเป็นหลักเท่านั้น ไม่ได้ชี้นำใดๆ ทั้งสิ้น

พ.อ.วินธัย กล่าวต่อไปว่า วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. ได้มีการประชุม คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ที่ บก.ทบ. โดยมี พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธาน ได้เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมบัญชีกลาง สำนักงบประมาณ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และผู้แทนฝ่ายต่างๆ ประชุมหารือคณะกรรมการ คตร.

ทั้งนี้ เพื่อหารือกำหนดนโยบายการตรวจสอบโครงการต่างๆ ให้เกิดความโปร่งใส คุ้มค่า เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง โดยได้ 3 ข้อสรุปตรวจสอบ คือ 1.หากโครงการใดที่ คตร. เข้าตรวจสอบแล้วพบว่า มีความเหมาะสม จะให้ส่วนราชการ สามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้ต่อไป 2.โครงการที่เข้าตรวจสอบแล้ว พบว่าต้องทบทวนเปลี่ยนแปลง จะให้ส่วนราชการได้แก้ไขให้เหมาะสมก่อน แล้วถึงจะดำเนินการ และ 3.โครงการที่ คตร. พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม จะให้ยกเลิกและหยุดดำเนินการ

พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการที่ คตร.จะเข้าดำเนินการตรวจสอบ ได้แก่ โครงการซึ่งเป็นแผนงานขนาดใหญ่ ที่วงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท ในขั้นต้นจะให้ฝ่ายต่างๆ พิจารณาตรวจสอบก่อน และแจ้งให้ คตร.ทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ จะเข้าตรวจสอบในโครงการซึ่ง คตร. ได้พิจารณาจากเอกสารผลการรายงานจากฝ่ายต่างๆ เพื่อจัดชุดตรวจไปติดตามและตรวจสอบแล้ว จัดทำเป็นข้อเสนอหัวหน้า คสช. อย่างไรก็ตาม ในขั้นต้นที่ประชุมมีมติจะเข้าตรวจสอบโครงการ 8 โครงการ และ 1 หน่วยงาน จากทั้ง 28 โครงการที่อยู่ในข่ายจะเข้าตรวจสอบ

พร้อมกันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งของการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยากเห็นการใช้กลไกกฎหมายให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ประชาชนเชื่อมั่นกฎหมายมากขึ้น สถาบันต้องอยู่เหนือความขัดแย้ง เพราะที่ผ่านมามีการหมิ่นสถาบัน จึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายปกป้องสถาบัน อยากให้ทูตไปอธิบายให้ต่างชาติเข้าใจว่า ทุกประเทศมีศักดิ์ศรีของตัวเอง และอยากให้เป็นมิตรกับประเทศไทย ไม่ให้ใช้ประเทศของเขาเป็นฐานเคลื่อนไหวต้าน คสช.

ขณะเดียวกัน อยากให้ไปสร้างความเข้าใจ เพราะรัฐประหารไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ประเทศไหน ก็มักจะเอาการเมืองนำ และยืนยันจะจัดตั้งรัฐบาลภายใน 3 เดือน ให้นับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.เป็นต้นไป โดยจะมีธรรมนูญปกครองชั่วคราว ที่จะมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นายกรัฐมนตรี และสภาปฏิรูป โดยเดือน ส.ค. จะมี สนช.อย่างแน่นอน รวมถึงกำหนดสัดส่วนตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ซึ่งจะมีจำนวนนับร้อยคน ทั้งนี้ เมื่อมีรัฐบาลเกิดขึ้น ทาง คสช.ก็ยังอยู่ดูแลความสงบ วันนี้ที่ คสช. เข้ามาเพื่อมาปลดล็อกกฎหมายที่ไม่เป็นกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวอีกว่า การทำงานในวันนี้มีความกดดัน เพราะมีคนรักมาก แต่ขณะเดียวกัน ก็มีคนต่อต้าน คนด่า ตนไม่ได้โกรธ ไม่ท้อแท้ และยังคงตั้งหน้าทำงานต่อไป เพื่อให้คนไทยมีจริยธรรมมากขึ้น ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาการทุจริต สร้างชาติของเราขึ้นใหม่ด้วยสติปัญญา ให้โลกยอมรับ และวันนี้อยากจะคืนศักดิ์ศรี เกียรติยศให้กับข้าราชการไทยเป็นข้าราชการที่ดี เป็นที่พึ่งของประชาชน โดยฝ่ายความมั่นคงจะทำงานร่วมกับข้าราชการในการบริหารประเทศ โดยใช้กฎหมายปกติให้มากที่สุด แม้ว่าวันนี้ยังประกาศใช้กฎอัยการศึก ขณะที่เอกอัครราชทูตบางประเทศกล่าวในที่ประชุมว่า ไทยไม่ได้ทำรัฐประหารครั้งนี้ครั้งแรก แต่มีมา 12 ครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ ไม่มีรถถัง ไม่เสียเลือดเสียเนื้อ และไม่มีการยึดทรัพย์ ถ้าเทียบกับการทำรัฐประหารในต่างประเทศ

นอกจากนั้น พ.อ.วินธัย ยังกล่าวอีกด้วยว่า คสช.มีแผนจัดกิจกรรมสร้างความปรองดอง ในส่วนของกิจกรรมให้ประชาชนรับชมภาพยนตร์ เรื่อง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ภาค 5 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งในวันที่ 14 มิ.ย. เวลา 15.00 น. จะฉายรอบพิเศษ สำหรับสื่อมวลชนและข้าราชการ โดยมี ผบ.เหล่าทัพ เข้าร่วมรับชมด้วย จากนั้นวันที่ 15 มิ.ย. รอบเวลา 11.00 น. เป็นรอบของประชาชนที่สามารถเข้ารับชมภาพยนตร์ได้พร้อมกัน จำนวน 160 โรง ทุกเครือทั่วประเทศ ทั้งนี้ ภาพยนตร์ดังกล่าวมีเนื้อหาในการสร้างจิตสำนึกให้คนไทยรักชาติ วัฒนธรรม ประเพณี และอัตลักษณ์ของไทย รวมไปถึงการเทิดทูนสถาบัน ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงถือเป็นมรดกที่มีค่าของชาติ.

"ประยุทธ์" วาง 3 หลัก ทบทวนสอบ 8 โครงการ งบเกิน 1 พันล้าน ยันต่างชาติ 3 เดือนตั้งรัฐบาล ส่วน ส.ค. ผุดสภานิติบัญญัติแน่ ย้ำแจงต่างชาติทำรัฐประหารหวังป้อง ปชต. 11 มิ.ย. 2557 18:39 ไทยรัฐ