วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คู่มือ : เตรียมตัว-ร่างกาย ดูฟุตบอลโลก 2014 ฉบับ 'เอาชนะความง่วง'

คู่มือ : เตรียมตัว-ร่างกาย ดูฟุตบอลโลก 2014 ฉบับ 'เอาชนะความง่วง'

  • Share:

ในที่สุดก็มาถึงวันนี้ วันที่คอลูกหนังหลายๆ คนรอคอย 4 ปีมีครั้ง กับเทศกาลฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล "World Cup 2014" ซึ่งจะเริ่มเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก ในวันนี้ (12 มิ.ย.) ในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 20 โดยเจ้าภาพปีนี้ ก็วนมาอีกรอบ โดยจัดขึ้นที่ประเทศบราซิล ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 ของประเทศบราซิล ที่จัดช่วงวันที่ 12 มิถุนายน ถึง 13 กรกฎาคม 2014 นี้ (พิธีเปิดเวลา 03.00 น. แมตช์แรก เปิดสนามระหว่าง 'บราซิล' กับ 'โครเอเชีย')

ไทยรัฐออนไลน์ ได้ทำคู่มือเตรียมตัวและเตรียมร่างกายดูฟุตบอลโลก มหกรรมกีฬาของมวลมนุษยชาติ ที่บริษัทนักการตลาด YuMe ออกแบบการสำรวจพฤติกรรมการรับชมฟุตบอลโลก ระบุว่า มีคนวางแผนว่าจะลาป่วยกับที่ทำงาน เพื่อให้ได้ดูฟุตบอลโลก 16% แบบไม่พลาดสักแมตช์กัน 

เชียร์บอล

ประวัติศาสตร์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก...!

ก่อนจะชมช่องทางการรับชมฟุตบอลโลก มาอุ่นเครื่องเรื่องประวัติศาสตร์ของการถ่ายทอดฟุตบอลโลกจากประเทศเจ้าภาพ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกันก่อน เว็บไซต์ Yume.com ย้อนประวัติศาสตร์การรับชมฟุตบอลโลกจากอดีตสู่ปัจจุบันไว้น่าสนใจว่า

ปี 1930 ประเทศ 'อุรุกวัย' การแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกไม่มีการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ ต้องติดตามการรายงานทางหนังสือพิมพ์เท่านั้น

ปี 1934 ประเทศ 'อิตาลี' รายงานการแข่งขันเพียงบางแมตช์ ผ่านวิทยุใน 12 ประเทศ 

ปี 1954 ประเทศ 'สวิตเซอร์แลนด์' เป็นครั้งแรกที่ได้รับชมการแข่งขันทางโทรทัศน์ กระทั่งปี 1960 เมื่อดาวเทียมถูกคิดค้นขึ้น จึงมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก

ปี 1970 ประเทศ 'เม็กซิโก' การถ่ายทอดสดและรับชมเป็นภาพสีทั้งหมด แน่นอนว่าภาพเปเล่กลับบ้านพร้อมถ้วยจูลส์ริเมต์ จึงมีสีสันตามเหตุการณ์จริงไปด้วย 

ปี 1990 ประเทศ 'อิตาลี' กระแสบอลโลกฟีเวอร์ระบาดไปทั่วโลก ในบ้านเรามีการถ่ายทอดสดครบทุกแมตช์ 

ปี 1994 ประเทศ 'สหรัฐอเมริกา' ติดตามผลการแข่งขันทางออนไลน์เป็นครั้งแรกและมีจำนวนผู้ชมในสนามมากเป็นประวัติการณ์

ปี 2002 ประเทศ 'เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น' ยาฮู ประสบความสำเร็จในการสตรีมช็อตเด็ดๆ ให้คนทั่วโลกได้รับชม 

ปี 2006 ประเทศ 'เยอรมนี' ในที่สุดการถ่ายทอดสดก็ครอบคลุม 204 ประเทศทั่วโลก และมีผู้รับชมการแข่งขันมากถึง 715 ล้านคน 

ปี 2012 ประเทศ 'แอฟริกาใต้' ถ่ายทอดสดการแข่งขันแบบ 3 มิติ ด้วยกล้องมากถึง 29 ตัว ด้วยความคมชัดระดับ HD

และครั้งล่าสุด ปี 2014 ประเทศ 'บราซิล' ฟีฟ่าและโซนี่ร่วมมือกันถ่ายทอดฟุตบอลโลก ด้วยความคมชัดระดับ 4K ซึ่งมีความละเอียด 3840x2160 Pixel

เตรียมพร้อมดูบอลโลก

การชมฟุตบอลโลก ดูได้ที่ไหนบ้าง?

ใช่, ปีนี้ชมการถ่ายทอดสดอย่างไร? ข้างต้นเป็นคำถามที่หลายคนถามไถ่กันมาก โดยเฉพาะในปีนี้ กสทช.ฟ้องร้องอาร์เอส เจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อจะให้คนไทยได้ชม 64 แมตช์ฟรีๆ ที่สุด กสทช.ก็แพ้พ่าย ส่งผลให้คนทั่วไป ดูฟรีได้เพียง 22 แมตช์ ในฟรีทีวีเท่านั้น ดังนั้น พูดง่ายๆ ถ้าลงแดงอยากจะชมฟุตบอลเต็มๆ อิ่มหมดทุกคน 64 แมตช์ คุณต้องชมจากกล่อง 'อาร์เอส' เจ้าของลิขสิทธิ์และพันธมิตร  7 ช่องทางด้วยกัน  

1. กล่องบอลโลก กล่อง RS รุ่นใหม่ ราคา 1,590 บาท ทั้งนี้ กล่องฟุตบอลโลกจากอาร์เอสนั่น สามารถรับชมช่องเวิลด์คัพ ช่องพิเศษช่องเดียวในไทย ที่รวมแมตช์บอลโลก 2014 ครบทุกแมตช์ และรีรันตลอดทั้งวัน พร้อมรองรับระบบดิจิตอลทีวีดูได้ทุกช่อง นอกจากนี้ ยังมีโบนัสพิเศษ ดูลาลีกา สเปน ฤดูกาล 2014-2015 (สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร.1781)

2.ถ้ามีกล่องซันบ็อกซ์ของอาร์เอสอยู่แล้ว ก็สามารถเติมเงินราคา 299 บาท (สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1781)

3.กล่อง PHI O2 DIGITAL HD ราคาอุปกรณ์และค่าแรงติดตั้งตามโปรโมชั่นชุดดาวเทียมจานดำ ตะแกรงราคา (จุดแรกราคา 4,500 บาท) รับชมฟรี ฟุตบอลโลก 2014 ครบทุกแมตช์ โดยสามารถรับช่อง HD 8 ช่อง และชมช่องรายการทีวีดิจิตอล 36 ช่อง และรับช่องช่องพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้อีกด้วย (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2730-2999)

4. เป็นลูกค้า ทรูวิชั่นส์ สามารถดูได้ฟรีทุกแพ็กเก็จ

5. อินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่จะดูเถื่อน ลองค้นคำว่าดู 'ฟุตบอลออนไลน์' อ้อ...แต่ไม่แนะนำช่องทางนี้

6. รับฟังเสียงสุดมันทางวิทยุ ได้แก่ คลื่น FM 96 Sport Radio และคลื่น FM 99 Active Radio

7. ข่าวดีล่าสุด คสช. จับมือ "อาร์เอส" ถ่ายทอดสดบอลโลกผ่านช่อง 5, 7 ครบทุกนัด ตามนโยบาย "คืนความสุขแก่คนไทย" ถือว่าเป็นอีกหนึ่งข่าวดี 

เคล็ดลับไม่ 'นิพพาน' ก่อนฟุตบอลมา...!

เมื่อรู้วิธีการชมและอุปกรณ์การรับชมฟุตบอลโลกปีนี้เพียบพร้อมแล้ว ไม่เตรียมตัว ร่างกาย ก็อาจจะพลาดทั้ง 64 แมตช์ และประตูสำคัญๆ ไป 

อันดับแรก 'อิริยาบถ' และ 'ที่นั่ง' เพื่อหย่อนก้นซ้าย-ขวา ควรจะสบายๆ แนะนำนักดูฟุตบอลดึกๆ ว่าอย่านอนดูบนที่นอนเด็ดขาด ถ้าคุณไม่ใจแข็งโป๊กพอ เพราะว่าการนอน หรือนั่งกึ่งนอน ดูจะทำให้เมื่อยล้าร่างกาย และยิ่งนัดไหนต่อเวลาไปมากกว่า 90 นาที ก็จะนำมาสู่การหลับซะง่ายๆ ทางที่ดีควรนั่งในท่าสบายๆ บนโซฟา หรือเก้าอี้ ซึ่งถ้าเก้าอี้เป็นไม้เนื้อแข็ง ควรมีเบาะรองก้นกันเจ็บด้วย

อุณหภูมิ - ถ้าคุณเป็นคนที่เจออากาศเย็นๆ แล้วคอพับ แนะนำให้นั่งดูฟุตบอล พร้อมกับใช้บริการพัดลมดีกว่า แต่พัดลมครั้นจะกดแช่เอาไว้ก็จะ "นิพพาน" เอาดื้อๆ ดังนั้น ควรกดพัดลมให้ส่ายไปส่ายมาเป็นดีที่สุด แต่ถ้าถนัดอยู่กับแอร์ แนะนำว่าระดับ 25 องศาขึ้นไปดีที่สุด นอกจากบรรยากาศไม่ชวนหลับแล้ว ยังไม่เปลืองไฟอีกด้วย

แสงสว่าง - ก็มีส่วนสำคัญ แต่หลายคนอาจจะมองข้ามไป การปิดไฟดูฟุตบอล แม้จะได้อรรถรสเพราะภาพของทีวีคุณจะคม ชัด ลึก ก็จริง แต่มันทำให้สายตาต้องทำงานมากจนเกินไป ทำให้มีสิทธิ์ฟุบ หัวอ่อนหัวคลอนได้ง่ายๆ ดังนั้นแนะนำว่าควรจะเปิดไฟดู และแสงไฟที่เปิดควรเป็นไฟที่ให้แสงสว่างสีขาวเท่านั้น เพราะแสงไฟสีอื่นๆ มันชวนให้เราง่วงหงาวหาวนอนซะอย่างนั้น

"ที่ตียุงไฟฟ้า" และ "ก.ย.15" - ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แตกต่างกัน จะใช้แบบไหนก็เลือกได้ตามสบาย กล่าวคือ ถ้าคุณใจบุญก็ "ก.ย. 15" แต่ถ้าซาดิสต์ บ้าๆ ก็แนะนำที่ตียุงไฟฟ้า

"เพื่อนฝูง" - เป็นอีกหนึ่งที่อยู่ในหมวดอุปกรณ์กันง่วง แต่ควรจะชักชวนมาพอประมาณ (ยิ่งเชียร์คนละทีมยิ่งดี เพราะการบลัฟกัน โวยกันไปกันมาจะทำให้ไม่ง่วง - แต่ควรบลัฟกันแบบพอประมาณ ไม่เช่นนั้นอาจจะต้องเสียเลือด) ไม่ใช่พากันมาดูเป็นฝูงเป็นกองทัพ เพราะจะทำให้อรรถรสการชมแบบละเลียดเกมฟุตบอล และเฝ้าดูเทคนิคของกุนซือแต่ละทีมเสียไป

หาสาวๆมานั่งเชียร์บอลข้างๆมั้ยคะ
เชียร์ทีมไหนกันบ้างงงง แต่แมนยูนี่ไม่ใช่บอลโลกนะจ๊ะ คริคริ

"แฟน - กิ๊ก" - ก็มีการถกเถียงกันว่า ควรจะนำพามาเป็นอุปกรณ์การเชียร์ฟุตบอลด้วยไหม หลายคนตอบตามประสบการณ์ว่า ถ้า "แฟนดุ" ก็ไม่ควรพามา เพราะจะทำให้วงแตกเอาดื้อๆ (หรืออีกกรณีหนึ่งที่พึงสังวรณ์ว่า หากไปดูบ้านเพื่อนคนไหนแล้ว "แฟนดุ" ก็ไม่ควรไปเช่นกัน) ดังนั้น ถ้าจะพาแฟน (จริงๆ ถ้าพา “กิ๊ก” ไปจะแจ่มกว่า) ไปชมฟุตบอลด้วย เธอควรจะเป็นมิตร และรู้เรื่องฟุตบอลสักเล็กน้อย จะทำให้บรรยากาศรอบๆ ข้าง ซู่ซ่า สนุกสนานเลยทีเดียว

ทั้งนี้ อาจจะเพิ่มระดับการตื่นของตา สะกิดแฟน (ย้ำจริงๆ อีกทีว่า ถ้าพากิ๊กไปจะแจ่มกว่า) ว่าให้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าฟุตบอล แต่เน้นความเซ็กซี่ๆ แบบนี้แหละ ตา “เพื่อนๆ” คุณจะสว่าง แต่ “คุณ” อาจจะเครียดแทน แต่ก็ได้ผลดีเช่นกัน

บอลโลกครั้งนี้หนูเชียร์สู้ตายเลยค่ะ
ใครเชียร์ญี่ปุ่นขอเสียงหน่อยค่าาาา

กิ๊ก - แฟน - ข้อนี้ต่อยอดมาจากหัวข้อข้างบน กับการดูฟุตบอลกับแฟน (หรือกิ๊ก) ที่มีความรู้ฟุตบอล และแต่งกายเซ็กซี่ๆ กันที่บ้านสองต่อสอง อันนี้ก็โปรดหลีกเลี่ยง เพราะจะทำให้ดูฟุตบอลไม่จบ เนื่องจากอาจจะอดใจที่จะชวนแฟน (กิ๊ก) แบ่งข้างบนเตียงนุ่มๆ เล่นเกมรุกกันทั้งคืนโดยไม่สนใจฟุตบอลในจอ

เสื้อ กางเกง ผ้าพันคอ โปสเตอร์ - ของทีมฟุตบอลก็ควรเตรียมมาเพื่อเพิ่มบรรยากาศ (ส่วนเจ้าของบ้านที่ชวนเพื่อไปชม ก็ควรแตกแต่งบ้านด้วยสีสันฟุตบอลเพื่อเพิ่มความคึกคัก) ส่วนใครจะเอา วูวูเซลา กลอง ฉาบ แตรไปด้วย ก็ไม่ผิดกติกา แต่แนะนำว่าไม่ควรใช้เครื่องตี เครื่องเป่าระดับแปดหลอดให้ดังกังวานออกไป ถ้าหากบ้านคุณไม่อยู่กลางทุ่ง กลางป่า ไม่เช่นนั้นพอจรดปากเปล่าวูวูเซลา หรือง้างมือตีกลองออกไป ขณะทีมที่คุณเชียร์นำ หลังจากนั้นมันจะทำให้สวัสดิภาพของพวกคุณอยู่ในอันตราย ฟันธง!

อาหารเอาชนะความง่วง...!

เอาชนะความง่วง

การดูฟุตบอลกับการกินดื่มนี่ มาคู่กันซะจริงๆ โดยเฉพาะการได้ดื่มแอลกอฮอล์และเชียร์บอลทีมรักกันแบบเพลินๆ หรือถ้าไม่ชอบก็แนะนำเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อต่างๆ เนื่องจาก 'เครื่องดื่มชูกำลัง' มีส่วนผสมของสารคาเฟอีน เหมาะสำหรับคนที่ร่างกายอ่อนเพลีย จึงต้องการพลังงานชดเชยกลับมาด้วยการดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ (ห้ามดื่มเกินวันละ 2 ขวด โปรดสังเกตคำเตือนบนฉลากก่อนดื่มทุกครั้ง)

นอกจากนี้ 'กาแฟ' เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคอบอล ที่สามารถดื่มแก้ง่วงได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกาแฟชงเอง กาแฟสำเร็จรูป และกาแฟกระป๋อง ก็ตาม

สำหรับใครที่ขี้เกียจต้มน้ำลุกขึ้นไปชง หรืออะไรก็ตาม กาแฟกระป๋องถือว่าตอบโจทย์ได้ดี เพราะสะดวกรวดเร็ว แค่ซื้อมาแช่ตู้เย็นไว้ก็ได้ซดกันให้ตาสว่างแล้ว แต่ก็มีผลเสียที่ควรระวังไว้อีกเหมือนกัน เพราะว่าฤทธิ์ของกาแฟ 1 กระป๋อง เท่ากับเราดื่มกาแฟชงไปถึง 2 แก้ว ดังนั้น เลือกดื่มเอาแต่พอดีๆ อย่าดื่มเยอะเกินไป จนตาค้าง บอลจบแต่ก็ยังนอนไม่หลับ จะพาลให้ส่งผลเสียไม่ได้ทำการทำงานกัน

นอกจากประเภทเครื่องดื่มที่จะช่วยโด๊บกำลังให้กับเราได้แล้ว การดูบอลดึกๆ ก็หนีไม่พ้นที่จะหิวกันเป็นธรรมดา ยิ่งดึกก็ยิ่งหิว ถ้าใครไม่อยาก เสียเวลาพลาดช็อตสำคัญๆ ก็หาซื้อจำพวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว ป๊อปคอร์นเคลือบเนยและคาราเมล มันฝรั่งทอดกรอบ ข้าวเกรียบทอด ไก่ทอด ไส้กรอก เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จำเป็นให้หายหิว

สุดท้ายจะเลือกเป็นผลไม้ไทยๆ รสเปรี้ยวๆ มาดับง่วง ที่แนะนำ ได้แก่ มะเฟือง มะยม มะกอก มะม่วง หรือถ้าจะให้ตาสว่างจริงๆ ก็ต้องนี่เลย มะนาว ผ่าครึ่งซีก บีบสดๆ เข้าปาก ตาคุณจะสว่างในทันใด แต่ต้องระวังหน่อย กินมากๆ ไปอาจจะแสบเบื้องล่าง เดี๋ยวจะหาว่าหล่อไม่เตือน

แล้วทั้งหมดนี้ ก็คือ การเตรียมช่องทาง เตรียมตัวในการชมฟุตบอลโลกปี 2014 แบบไม่พลาดสักแมตช์แน่นอน.

**รู้ไว้ใช่ว่า**

1. ตั้งแต่ปี 1930 จนถึง 2014 มีทีมที่ลงแข่งฟุตบอลโลก จำนวน 200 ทีม รวมทั้งสิ้น 853 นัด

2. นัดที่มีผู้ชมในสนามสูงสุด คือ นัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง ทีมชาติอุรุกวัย กับ ทีมชาติบราซิล โดยมีจำนวนผู้ชมในสนาม Maracana ถึง 199,854 คน

3. 715 ล้านคน คือ จำนวนผู้ชมในการแข่งขันนัดตัดสินฟุตบอลโลกปี 2006 ที่จัดขึ้นที่ประเทศเยอรมนี

4. ทีมชาติเยอรมนีได้ลงเล่นมากที่สุดถึง 99 นัด

5. แอฟริกาใต้ เป็นชาติแรกในทวีปแอฟริกา ที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลก ในปี 2010 

6. โล้นทองคำ "โรนัลโด้" คือ คนที่ทำประตูได้มากที่สุด จากการใช้หัวโขก 1 ประตู ยิงด้วยเท้าขวา 11 ประตู และยิงจากเท้าซ้าย 3 ประตู

7. เงินรางวัลรวมทั้งหมดในปี 2010 จำนวน 1.4 หมื่นล้านบาท

8. ราคาตั๋วเข้าชม สูงสุด 32,000 บาท ราคาต่ำสุด 3,000  บาท

9. บริษัทนักการตลาด YuMe ออกแบบการสำรวจพฤติกรรมการรับชมฟุตบอลโลก ระบุว่ามีคนวางแผนว่าจะลาป่วยกับที่ทำงานเพื่อให้ได้ดูฟุตบอลโลก 16%

10 สามารถเช็กตารางการแข่งขัน ได้ทาง http://th.soccerway.com/international/world/world-cup/2014-brazil/group-stage/r16351/ 

อ้างอิง : YuMe.com , ELLEMEN,

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้