วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'กรมท่องเที่ยว' ชง คสช.แก้ พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ ขจัดไกด์ผีต่างชาติ

"กรมการท่องเที่ยว" เตรียมเสนอ คสช.แก้ไข พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ ให้มีบทลงโทษมากขึ้น หลังพบชาวต่างชาติ ลักลอบเป็นไกด์ในไทย ส่งผลกระทบต่ออุตฯ การท่องเที่ยว...

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 57 ว่าที่ร้อยตรีอานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้เตรียมเรื่องเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอแก้ไข พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ให้มีความรัดกุมและมีบทลงโทษที่เข้มข้นมากกว่านี้ หลังระยะหลังเกิดกรณีมีมัคคุเทศก์ที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ได้ลักลอบประกอบอาชีพมัคคุเทศก์ในประเทศไทย จนส่งผลกระทบต่ออาชีพมัคคุเทศก์ชาวไทย ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของวัฒนธรรมอันดีงามของไทยต่อนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ หลังจากที่ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรมการท่องเที่ยวได้ซักซ้อมความเข้าใจกับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว โดยกำชับให้ใช้บริการมัคคุเทศก์ที่ถูกต้องตามกฎหมายในการนำเที่ยว ซึ่งผู้ประกอบการก็ได้รับหลักการและรับว่าจะดำเนินการอย่างเคร่งครัด ยินดีให้การสนับสนุนการจ้างงานแก่มัคคุเทศก์ที่มีคุณภาพ เพื่อร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย

นอกจากนี้ ล่าสุด กรมการท่องเที่ยวได้มีหนังสือถึงประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน และนายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา แจ้งให้สมาคมกำชับสมาชิกให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ในกรณีผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวว่าจ้างมัคคุเทศก์ ซึ่งไม่มีใบอนุญาต ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือมีกรณีการก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว หรือนักท่องเที่ยว ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าแสนบาทเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภารกิจที่กรมการท่องเที่ยวได้ดำเนินการไปแล้ว คือ การผลักดันการเพิ่มจำนวนมัคคุเทศก์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเสนอให้มีการยกเว้นคุณสมบัติเรื่องวุฒิการศึกษาสำหรับมัคคุเทศก์ภาษาต่างประเทศ ซึ่งหากผ่านการอบรมหลักสูตรมัคคุเทศก์เฉพาะ ก็สามารถขออนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ได้เลย โดยโครงการนี้ได้ดำเนินมาตั้งแต่เดือน ส.ค.2556 และมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 13 พ.ย. 2557 นี้

พร้อมระบุว่า โดยปกติการบังคับใช้กฎหมายลงโทษผู้กระทำผิด มีกระบวนการและขั้นตอนค่อนข้างมาก เช่น การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว สำหรับผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธุรกิจนำเที่ยวอย่างร้ายแรง นายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวต้องทำการตักเตือนก่อน หากไม่ดำเนินการจึงจะสามารถเพิกถอนใบอนุญาตได้ ที่ผ่านมาการดำเนินการกับผู้กระทำความผิด จึงเป็นไปได้ด้วยความล่าช้า ผู้ฝ่าฝืนก็ไม่เกรงกลัว และกระทำผิดซ้ำอีก.

"กรมการท่องเที่ยว" เตรียมเสนอ คสช.แก้ไข พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวฯ ให้มีบทลงโทษมากขึ้น หลังพบชาวต่างชาติ ลักลอบเป็นไกด์ในไทย ส่งผลกระทบต่ออุตฯ การท่องเที่ยว... 11 มิ.ย. 2557 16:02 ไทยรัฐ