วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตม.รวบ4คดี"ไต้หวัน-เกาหลี" ฉ้อโกงเงิน300ล.

ตม.รวบ4คดี"ไต้หวัน-เกาหลี" ฉ้อโกงเงิน300ล.

  • Share:

ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จับกุมชาวต่างชาติในคดีฉ้อโกง ก่อนหลบหนีกบดานในประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 4 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี รักษาการผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงผลจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติหลบหนีเข้าประเทศ รวม 4 คดี โดยคดีแรก นายเชียง เฉ่า เอิน สัญชาติไต้หวัน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลไต้หวัน ในคดีฉ้อโกง โดยจับกุมได้ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยลาดพร้าว 101 ภายหลังผู้ต้องหา หลอกลวงเหยื่อให้มาลงทุนกับบริษัทของตน เพื่อลงทุนกับบริษัทเกี่ยวกับการพนันทางอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่งในฮ่องกง อ้างว่าได้รับผลตอบแทนสูง ทำให้มีผู้หลงเชื่อและสูญเสียเงินลงทุนไปมากกว่า 300 ล้านดอลลาห์ไต้หวัน หรือ ประมาณ 300 ล้านบาท จากนั้นผู้ต้องหาจึงหลบหนีมาซ่อนตัวในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2554

คดีที่ 2 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ ประจำประเทศไทย ให้จับกุม นายลี จุง ฮาน ชาวเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเกาหลีใต้และหมายจับตำรวจสากล ข้อหาฉ้อโกง ที่คอนโดมิเนียม ซอยสุขุมวิท 11 โดยผู้ต้องหาได้หลอกลวงเหยื่อให้ร่วมลงทุนธุรกิจนายหน้าให้เช่าบ้านในประเทศอังกฤษ เสียเงินไปกว่า 31 ล้านวอน หรือ ประมาณ 1 ล้านบาท ก่อนหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยหลังถูกศาลออกหมายจับในปี 2556

คดีที่ 3 จับกุม นายมูฮัมเหม็ด ซาฮานูร์ อัสลัม คาน ชาวบังกลาเทศ ข้อหาปลอมแปลงเอกสาร ปลอมตราประทับของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา และใบเสร็จค่าธรรมเนียมของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจับกุมได้ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 11 นอกจากนี้จับกุมพรรคพวกชาวบังกลาเทศอีก 4 คน ข้อหาไม่มีใบอนุญาตทำงาน

ส่วนคดีสุดท้าย เจ้าหน้าที่ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำประเทศไทย ให้จับกุม นายมิคาอิล อิฟิมอฟ ชาวรัสเซีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลรัสเซีย และหมายจับตำรวจสากล ข้อหาฉ้อโกง โดยหลอกลวงว่าเป็นเจ้าของที่ดิน และตกลงขายที่ดินให้กับเหยื่อ เสียเงินไป 10,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 300,000 บาท ก่อนหลบหนีเข้าประเทศไทย ทั้งนี้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้ทำการเพิกถอนใบอนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักร พร้อมนำรายชื่อผู้ต้องหาขึ้นบัญชีดำ และผลักดันตัวออกนอกราชอาณาจักรไทย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้