วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตีแตก 'เลือด' ขาดแคลน รับวันบริจาคโลหิตโลก!!(ยิ่งกว่าคำว่า 'ให้')

ตีแตก 'เลือด' ขาดแคลน รับวันบริจาคโลหิตโลก!!(ยิ่งกว่าคำว่า 'ให้')

  • Share:

"อยากให้ประชาชนเข้าใจ อัตราความต้องการของการใช้เลือดของผู้ป่วย ไม่สอดคล้องกับปริมาณการบริจาคของคนให้" หนึ่งประโยคจากผู้อำนวยการศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย...

14 มิถุนายน วันผู้บริจาคโลหิตโลก หรือ World Blood Donor Day "ไทยรัฐออนไลน์" ขอเล่าว่า วันนี้มีความสำคัญ เนื่องจากเป็นวันเกิดของชายคนหนึ่งเมื่อปี ค.ศ.1868 ที่ชื่อว่า "คาร์ล แลนด์สไดเนอร์" ด็อกเตอร์ชาวออสเตรีย ที่เกิดในกรุงเวียนนา

ส่วนเหตุผลที่ให้วันเป็นสำคัญของด็อกเตอร์คาร์ล เพราะเขาเป็นคนที่ทำให้เกิดความกระจ่างชัดในเรื่องกรุ๊ปเลือด หลังจากที่ในช่วงนั้น มีความพยามยามถ่ายเลือดเพื่อคนในครอบครัว แล้วบางคนกลับรอด แต่คนส่วนใหญ่กลับสิ้นชีวิตไป นั่นเป็นเพราะที่ไม่มีใครรู้ว่า เลือดมนุษย์นั้นมีหลายกรุ๊ป และการถ่ายเทเลือด ก็สามารถกระทำได้เฉพาะผู้ที่มีเลือดกรุ๊ปเดียวเท่านั้น จากการค้นคว้าเรียนรู้ของด็อกเตอร์ทำให้รู้ว่า เขาคือผู้ที่ค้นพบ "ระบบโลหิตเอบีโอ"

ไล่เรียงกันมาพอสมควร "ไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสพูดคุยกับ พญ.สร้อยสอางค์ พิกุลสด ผู้อำนวยการศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เกี่ยวกับเรื่องเลือดในหลายๆ ด้าน หลายๆ มุมมอง ซึ่งจากการพูดคุยกันนานพอดู สิ่งแรกที่เราตระหนักได้ ถึงปัญหาของการขาดแคลนเรื่องเลือดนั้น คือ...เรื่องของความไม่เข้าใจ ???

พญ.สร้อยสอางค์ เล่าว่า คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า ประเทศเราขาดเลือด และเลือดก็มีอายุแค่ 30 วัน แต่เราก็ยังมีเลือดไม่เพียงพอกับความต้องการใช้

"คนให้ต้องมีทุกวัน และต้องสมดุลกับปริมาณของผู้ป่วยที่มาขอเลือดไป เพราะอะไร เพราะผู้ป่วยมีสม่ำเสมอ ผลัดกันเข้าออกโรงพยาบาลอยู่ตลอดเวลา เตียงเต็มตลอดเวลา ทำให้อัตราการใช้เลือดจึงมีสม่ำเสมอเช่นกัน แต่บางครั้งคนให้จะไม่เข้าใจ ซึ่งบางกลุ่มก็เข้าใจ ในอัตราคนบริจาค 40% เป็นคนที่บริจาคประจำและสม่ำเสมอ คือคนที่บริจาคทุกๆ 3 หรือ 4 เดือน ส่วนอีก 60% เป็นผู้บริจาคที่ไม่ประจำ คือบริจาคประมาณปีละครั้ง และคนส่วนใหญ่ก็ยังเข้าใจว่า เขาจะบริจาคเมื่อมีการร้องขอ หรือมีกิจกรรมสำคัญๆ เท่านั้น ทำให้ทางเราต้องหาแรงจูงใจให้กับผู้ที่คิดจะมาบริจาคบ่อยๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า คน 40% ที่มาบริจาคเลือด มันไม่บาลานซ์กับจำนวนคนไข้ที่มีอยู่ 100% ดังนั้นจึงทำให้มีการขาดแคลนบ่อยๆ เราจึงต้องจัดกิจกรรมรณรงค์ทุกเดือน เพื่อจูงใจให้คนมาบริจาคเลือด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มคนทำงาน" 

ทั้งนี้ พญ.สร้อยสอางค์ ยังกล่าวถึงแนวทางที่จะได้รับการแก้ไขในปัญหาดังกล่าว ด้วยวิธีการเชิญชวนกลุ่มเยาวชน ที่สามารถบริจาคเลือดได้ เข้ามาบริจาคเลือดอย่างต่อเนื่องด้วย เนื่องด้วยวัยรุ่น เป็นวัยที่พร้อมและมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ เช่นเดือนกุมภาพันธ์ มีวันแห่งความรัก เราก็จะได้เลือดจากกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น 

ผู้อำนวยการศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ กล่าวอีกว่า เลือดแดงมีอายุ 30 วัน เกร็ดเลือดอยู่ได้ 5 วัน ดังนั้นเลือดที่เราได้มา จึงไม่เคยได้หมดอายุ เนื่องจากมีคนไข้รอคิวใช้อยู่ตลอดเวลา เช่น แต่ละช่วงเวลาจะมีคนไข้ทั่วประเทศรอผ่าตัดตลอด อย่างกรณีของการผ่าตัดไม่เร่งด่วน เมื่อเราได้เลือดมาครบและมากพอ หมอก็สามารถทำการผ่าตัดให้คนไข้ได้เลย แต่หากช่วงไหน เราไม่สามารถหาเลือดให้ได้ การนัดผ่าตัด ระหว่างหมอกับคนไข้ ก็จำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อน 

ความต้องการใช้เลือดมีเพิ่มมากขึ้น พญ.สร้อยสอางค์ ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง โดยอธิบายเพิ่มเติมว่า

"โรคภัยไข้เจ็บ ไม่ได้มากขึ้น แต่การรักษาของหมอเก่งขึ้น คือหมอสามารถรักษาคนไข้ได้หลากหลายวิธีมากขึ้น เช่น คนไข้โรคตับ ไต หมอจะรักษาด้วยการส่องกล้อง แต่หมออาจจะให้คนไข้เปลี่ยนตับ เปลี่ยนไตเลย ก็ทำให้เกิดการผ่าตัด ซึ่งวิธีการต่างๆ ในการรักษา ก็ล้วนแล้วแต่จะต้องใช้เลือดทั้งสิ้น จึงเป็นเหตุให้ความต้องการเลือด มีมากขึ้นตามกัน คือการรักษาพยาบาลของหมอ ถูกพัฒนาให้เก่งขึ้น ทางเลือกของคนไข้ก็มีมากขึ้นด้วย ขออย่างเดียว ขอให้มีเลือดเพิ่มขึ้น แค่นั้นทุกอย่างก็จะเดินไปพร้อมกันด้วยความพอดี ตรงนี้มากฝ่าอยากให้ประชาชนเข้าใจ ว่าอัตราความต้องการของการใช้เลือดของผู้ป่วย ไม่สอดคล้องกับปริมาณการบริจาคของคนให้" ผู้อำนวยการศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ กล่าว

ด้าน นางสาวระพี นพคุณ สาวใหญ่วัยเลข 4 ผู้ที่บริจาคโลหิตอยู่เป็นประจำ ได้ระบุถึงเหตุผลของการบริจาคโลหิต กับ "ไทยรัฐออนไลน์" แบบง่ายๆ 4 ข้อ ว่า

1. เหตุผลที่ไปบริจาคเลือดอยู่บ่อยๆ ก็เพราะแค่ "อยากให้" แค่นั้นเอง เธอบอกว่า แค่คำๆ นี้ก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมากแล้ว

2. เมื่อให้ไปแล้ว เธอบอกว่า "สุขใจ อิ่มใจ" ทุกครั้งที่เธอได้บริจาคเลือด และที่ตรงกันข้าม คือ ทุกครั้งที่บริจาค สาวระพีจะไม่กล้าแม้แต่จะมองถุงเลือดของตัวเอง หรือของคนอื่นเลย ด้วยสาเหตุที่เธอเห็นเลือดทีไร เธอก็มักจะเป็นลมอยู่ทุกที ทุกครั้งที่บริจาค ก็จะไม่มองไปที่ถุงเลือด สั้นๆ เธอวงเล็บมา...(ใจล้วนๆ ค่ะ)

3. ความตั้งใจของระพี เธอคิดไว้แล้วว่า เมื่ออายุ 60 ปี จะเลิกไปบริจาคเลือด ซึ่งก็เป็นไปตามเกณฑ์อายุของคนที่จะบริจาคได้คือ อายุระหว่าง 17-60 ปีเท่านั้น

4. สุดท้าย! ระพีฝากเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมทำบุญด้วยการบริจาคโลหิต เพราะระพีบอกว่า เลือดของคุณสามารถต่อชีวิตได้อีกชีวิต หรืออีกหลายชีวิตเชียวนะ

อย่างไรก็ตาม ในวันเสาร์ที่ 14 มิ.ย.นี้ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ได้จัดงานวันผู้บริจาคโลหิตโลกขึ้นตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ถนนอังรีดูนังต์ ซึ่งภายในงานก็ล้วนมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ พิธีมอบประกาศเกียรติคุณแก่ผู้บริจาคโลหิตสูงสุดให้กับ 3 กลุ่ม ได้แก่ ชมรมผู้บริจาคโลหิต 100 ครั้ง ชมรมผู้บริจาคโลหิตหมู่พิเศษ และ Club 25 of Thailand และยังมีการรับบริจาคโลหิต สเต็มเซลล์ ดวงตา และอวัยวะ สำคัญทางศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ ยังได้ทำ "เสื้อยืดวันผู้บริจาคโลหิตโลก 2557" แจกให้กับผู้ที่บริจาคโลหิตเป็นที่ระลึกด้วย ซึ่งทางศูนย์ตั้งเป้าจะได้รับโลหิตจำนวน 4,000 ยูนิต

ทั้งนี้ ประชาชนที่อยู่ในจังหวัดอื่นๆ ก็สามารถบริจาคโลหิตได้ที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ จังหวัดเชียงใหม่ นครสวรรค์ อุบลราชธานี ขอนแก่น นครราชสีมา ชลบุรี ราชบุรี สงขลา (อำเภอหาดใหญ่) ภูเก็ต และงานบริการโลหิต สถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ ประจวบคีรีขันธ์ สอบถามรายละเอียด ได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0-2256-4300

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้