วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เก็บภาษีทรัพย์สิน ลดความเหลื่อมล้ำสังคมไทย

ช่วงนี้เห็นข่าว คุณสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร กำลังเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เร่งปรับโครงสร้างภาษีประเทศเป็นการใหญ่ ทั้ง ภาษีนิติบุคคล ให้ลดเหลือ 20% ถาวรภาษีมูลค่าเพิ่ม คงไว้ที่ 7% ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้เพิ่มลดหย่อนเท่าตัวจาก 60,000 บาท เป็น 120,000 บาท แต่ 60,000 หลังต้องมีใบเสร็จมาแสดง เพื่อบีบให้ร้านค้าเข้าระบบภาษีมากขึ้น ฯลฯ

ช่วงนี้ต้องถือเป็น โอกาสทอง ของ กระทรวงการคลัง ในเรื่องปรับโครงสร้างภาษี

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้รู้เรื่องภาษีดีที่สุดคนหนึ่งของไทย ที่ให้ “หลักคิด” การปรับโครงสร้างภาษีไม่ว่าเพิ่มหรือลดไว้ 6 ประการว่า 1.ต้องสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้เสียภาษีทั้งระบบ 2.เน้นให้ผู้มีรายได้มากเสียภาษีให้มากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ใช้บริการสาธารณะมากขึ้น 3.ต้องมีความชัดเจน 4.จะต้องสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลอย่างเพียงพอ 5.ต้องไม่กระทบต่อผู้มีรายได้น้อย 6.เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันแก่ประเทศ

ปกติ การออกกฎหมายภาษีใหม่ๆ หรือ การปรับขึ้นภาษีเฉพาะ ที่มีผลกระทบต่อ คนรวยเศรษฐีนายทุน มักจะคลอดออกมายาก เพราะจะถูก “ล็อบบี้อย่างเงียบๆ” ผ่าน “นักการเมือง” เพื่อทำให้กฎหมายเหล่านี้มีอันเป็นไป ถ้าไม่แท้ง ก็ต้องถูกแช่เย็นให้ศึกษาใหม่ แก้ไขครั้งแล้ว
ครั้งเล่า จนคลอดออกมาไม่ได้ในที่สุด

กฎหมายที่ติดค้างในกระทรวงการคลังมาหลายสิบปี ผ่านมาไม่รู้กี่รัฐบาล คลอดออกมาไม่ได้สักที เพราะคนรวยเศรษฐีไม่ปลื้ม ก็คือ “กฎหมายภาษีทรัพย์สิน” ที่ผมกำลังจะเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อยากให้ท่าน “ใช้อำนาจพิเศษ” ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ออกเป็นคำสั่งคลอดออกมาเสียที เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทั้งทรัพย์สินฐานะและรายได้้ ทำให้สังคมไทยเกิดความแตกแยกได้ง่าย แค่นักการเมืองพูดยุแยงไม่กี่คำ สังคมไทยก็แตกแยกถึงขั้นฆ่ากัน จะแบ่งเมืองแบ่งแผ่นดิน เพราะความเจ็บช้ำส่วนลึกที่อยู่ในใจ

ประเทศที่เจริญแล้วทั่วโลก ล้วนมี “กฎหมายภาษีทรัพย์สิน” เพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมทั้งนั้น ภาษีทรัพย์สิน ถือว่าเข้าหลัก 6 ประการของ ดร.สมชัย เปี๊ยบเลยคือ

ผู้มีรายได้มาก คนรวย เศรษฐี ต้องเสียภาษีให้มากขึ้น ยิ่งเป็นคนรวยที่ใช้บริการสาธารณะมาก เช่น บ้านเศรษฐีราคา 100 ล้าน 1,000 ล้านบาท คอนโดมิเนียมระดับหรูตารางเมตรละ 2–5 แสนบาท ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ทรัพย์สินเหล่านี้ของคนรวยต้องใช้บริการสาธารณะจำนวนมาก เช่น ไฟฟ้า ประปา ขยะ บริการอื่นๆ จึงควรต้องเสียภาษีมากกว่าบ้านและอาคารของประชาชนคนธรรมดาหลายเท่า

ภาษีทรัพย์สินจะไม่กระทบผู้มีรายได้น้อย เช่น บ้านราคา 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีทรัพย์สินมากกว่าบ้านราคา 1 ล้านบาท นี่คือความเป็นธรรม ภาษีจากบ้านเศรษฐีก็นำไปชดเชยบริการสาธารณะต่างๆ เพื่อให้คนที่จนกว่ามีบริการที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น

วันนี้ ประเทศไทยมีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกมากมาย แต่เมื่อพลิกไปดู รายชื่อผู้เสียภาษีเงินได้สูงสุด 100 อันดับแรกของประเทศไทย ที่ กรมสรรพากร ประกาศทุกปีกลับไม่มีมหาเศรษฐีไทยที่รวยติดอันดับโลกคนใดเป็นผู้เสียภาษีเงินได้สูงสุดใน 100 อันดับแรกของประเทศไทยเลย มันน่าแปลกไหม นี่คือ ความไม่เป็นธรรม ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะต้องแก้ไขอย่างโปร่งใสเพื่อคืนความเป็นธรรมให้ประเทศไทยและสังคมไทย และหวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะทำจริงตามเพลงที่แต่ง “แผ่นดินจะดีในไม่ช้า ความสุขจะคืนมา ประเทศไทย”

หาก พล.อ.ประยุทธ์ สั่งประกาศใช้ ภาษีทรัพย์สิน เมื่อไร คนรวยที่มีที่ดินเป็นหมื่นเป็นแสนไร่ จากการ แปลงเงินสดเป็นทรัพย์สิน และ สร้างความร่ำรวยจากราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องลงทุนใหม่เลย จะต้อง เสียภาษีอย่างหนัก นี่คือ ความเป็นธรรม

ก็ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. จะกล้าไหม ที่จะ ลดความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย ด้วย ภาษีที่เป็นธรรม อย่างนี้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”