วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สู่ความเป็นพรรคที่แท้

โดย

ต้องถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญอีก 3 ฉบับ ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องต่อไป อันได้แก่ พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. 2550 พ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 และ พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ 2552 มีผลทำให้พรรคทั้งหลายที่เข้าใจว่าถูกยุบกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาทันที

ประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 ทำให้พรรคการเมืองยังมีลมหายใจต่อไป แม้จะถูกห้ามไม่ให้ประชุมพรรค และห้ามดำเนินกิจกรรมใดๆในทางการเมือง แต่อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้เชื่อมั่นว่า คสช.จะรักษาคำสัญญาในการปกครองประเทศ 3 ระยะ จากระยะที่ 1 คือการสร้างความสงบและปรองดองสมานฉันท์ สู่การมีรัฐบาลชั่วคราวและจัดการเลือกตั้งในที่สุด

แต่มีข้อสังเกตว่าการห้ามพรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมือง จะได้ผลมากน้อยแค่ไหน? และจะเป็นผลดีหรือผลเสียต่อการ- เมืองของประเทศ ในขณะที่ คสช.กำลังรณรงค์สร้างความปรองดองสมานฉันท์ทั่วประเทศ ซึ่งจะต้องให้คนทุกกลุ่มมีส่วนร่วม การห้าม พรรคดำเนินกิจกรรมทางการเมือง อาจถูกบีบให้ ลงใต้ดิน ซึ่งยากต่อการตรวจสอบหรือไม่?

พรรคการเมืองบางพรรคอาจเป็นพรรคแค่ในทางนิตินัย จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่อาจมีสมาชิกเพียงไม่กี่คน และยังไม่เป็นพรรคการเมืองที่แท้จริง แต่บางพรรคอาจเป็นพรรคในทางพฤตินัยถึงจะไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย หรือถูกยุบแต่ก็ยังเป็นพรรค เช่น พรรคไทยรักไทย ที่ถูกยุบแต่ฟื้นคืนมาเป็นพรรคพลังประชาชน และเพื่อไทย

พรรคการเมืองเป็นองค์กรหลัก ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญระบุว่าพรรคคือการรวมกันเป็นองค์กร ในการสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชน และดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นั้น เช่น ถ้าประชาชนต้องการให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยแท้ และมั่งคั่งร่ำรวย ก็รวมตัวกันตั้งพรรคเพื่อต่อสู้ให้บรรลุเป้าหมาย

หรือถ้าต้องการให้หลักการที่ว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย” กลายเป็นจริง ไม่ใช่แค่วาทะหรูๆบนแผ่นกระดาษ ก็อาจรวมกันตั้งพรรคเพื่อผลักดันให้กลายเป็นจริง และยังห่างไกลจากความเป็นจริงมาก ในประเทศไทยที่เป็น “ประชาธิปไตย” มาช้านาน แต่อำนาจที่แท้จริงอยู่ในกำมือคนเพียงไม่กี่คน ทั้งอำนาจการเมืองและอำนาจการเงิน

ระบบพรรคการเมืองไทยในปัจจุบัน ยังห่างไกลจากความเป็นพรรคมวลชน หรือพรรคของประชาชน พรรคส่วนใหญ่เป็นของนายทุน ผู้มีฐานะระดับเศรษฐีหรือมหาเศรษฐี ส่วน ส.ส.และสมาชิกพรรคเป็นเพียงตัวประกอบ มติหรือนโยบายของพรรคคือคำสั่งของเจ้าของพรรค สวนทางกับหลักการ “การปกครองของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน”.

11 มิ.ย. 2557 09:23 ไทยรัฐ