วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยกเลิก-เคอร์ฟิว! เพิ่มอีก20จังหวัด

ขยายเวลาส่งมอบอาวุธสงคราม

คสช.ถก 20 หน่วยงานจับมือ ศปป.เดินหน้าสู่เฟส 2 คืนความสุขให้คนไทย พอใจสลายสีเสื้อพื้นที่ปทุมธานี-นนทบุรี แกนนำกลุ่มต่างๆ พร้อมเดินหน้าปรองดอง มวลชนหลากสีหลายจังหวัด ประสานเสียงร่วมสร้างบ้านเมือง ยืนยันดูแล บก.ลายจุดเป็นพิเศษ แม้เข้าข่ายทำผิดหลายกระทง “พายัพ ชินวัตร” เข้ารายงานตัวตามนัด จนท.งงมีบุคคลชื่อ-สกุลเดียวกัน 3 รายซ้อน รายงานตัวตามคำสั่ง แต่ยังไร้เงา “จารุพงศ์” ด้าน “สุเทพ” เข้า รพ.ผ่าตัดรักษาเส้นเอ็นหัวไหล่ขวาอักเสบเรื้อรัง คาดพักฟื้นแค่ 2 วันลุกขึ้นจากเตียงลุยงานต่อ

คสช.เดินหน้าสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เร่งให้ทุกจังหวัดจัดกิจกรรมสลายสีเสื้อ เพื่อผนึกพลังนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ล่าสุดกองทัพพอใจผลงานที่แกนนำกลุ่มต่างๆในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี ขานรับนโยบายใจประสานใจเพื่อการปฏิรูปประเทศ

ชื่อแซ่เดียวกันรายงานตัวซ้ำ 3 ราย

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. เวลา 09.20 น. ที่สโมสรทหารบก เทเวศร์ มีบุคคลตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 57 จำนวน 18 คน และคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 58 จำนวน 17 คน ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่โพสต์ข้อความผ่านเว็บไซต์ เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 ทยอยเดินทางเข้ารายงานตัว โดยนางกรรณิการ์ เทียนเงิน เข้ารายงานตัวเป็นคนแรก ต่อมามีมาเพิ่มอีก อาทิ นายเสน่ห์ จงจิตต์ น.ส.ดวงใจ พวงแก้ว น.ส.กรกนก ห่อกระโทก นายจรัล อัมพรกลิ่นแก้ว หรือ “เจเจ สาทร” นายไพฑูรย์ สิงหา ส่วนนายสรานุภล กองทอง ได้สวมเสื้อสีแดงชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วโชว์สื่อมวลชนที่เกาะติดการทำข่าว ก่อนเข้ารายงานตัว ในกรณี น.ส.ดวงใจ พวงแก้ว ปรากฏว่าบุคคลที่มีชื่อ-นามสกุลเดียวกัน มารายงานตัวพร้อมกันถึง 3 คน เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบทะเบียนราษฎรพบว่า ในประเทศไทยมีบุคคลชื่อ-สกุลดังกล่าวตรงกันถึง 10 คน จึงต้องตรวจสอบหมายเลขบัตรประชาชนเพื่อพิสูจน์ตัวจริงตามที่ คสช.ต้องการ ปรากฏว่าเป็นบุคคลที่สวมเสื้อสีน้ำเงิน

“พายัพ ชินวัตร” มาตามคำสั่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการรอรับรายงานตัวของเจ้าหน้าที่ ได้มีญาติของนายวิจารณ์ แสนลี่ บุตรชายของนายเต๋า แสนลี่ เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคเหนือ ที่ถูกควบคุมตัวไปเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. เดินทางมาสอบถามเจ้าหน้าที่ ถึงระยะเวลาที่จะปล่อยตัวนายวิจารณ์ นอกจากนี้นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางด้วยรถยนต์ยี่ห้อโฟล์ก สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน อ-9601 กรุงเทพมหานคร ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ รวมถึงนางสมคิด วงศ์โพธิ์ ชาวบางพลัด กทม. ได้เข้ารายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ ทั้งที่ไม่มีรายชื่อตามคำสั่งของ คสช. โดยระบุเหตุผลว่า ได้รับการบอกต่อว่าใครชอบนโยบายของพรรคเพื่อไทยให้มารายงานตัว เจ้าหน้าที่จึงชี้แจงว่า อย่าเชื่อข่าวลือ ให้ฟังประกาศเป็นทางการจาก คสช. นางสมคิดจึงเดินทางกลับ

เรียกซ้ำยังไร้เงา “จารุพงศ์”

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า บุคคลตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 57 ที่ให้รายงานตัวซ้ำอีกครั้งจำนวน 18 คน อาทิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีต รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำคนเสื้อแดง นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นางดารุณี กฤติบุญญาลัย แนวร่วมกลุ่ม นปช. ไม่ได้มารายงานตัว มีเพียงนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะแกนนำกลุ่มนิติราษฎร์ ที่ให้นางพัชรินทร์ ภาคีรัตน์ ภรรยา เป็นตัวแทนเข้าชี้แจง โดยให้เหตุผลว่านายวรเจตน์ป่วย

“สิงห์ทอง” ช็อกทหารบุกรวบตัว

นายสิงห์ทอง บัวชุม อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ช่วงบ่ายวันที่ 9 มิ.ย. มีนายทหารหลายสิบคนพร้อมอาวุธครบมือบุกมาเชิญตัวถึงบ้านย่านหัวหมาก พอมาถึงได้กดกริ่งเรียกให้เปิดประตู แม่บ้านไม่กล้าเปิด จึงไปตามบุตรชายให้มาเปิดประตู จากนั้นนายทหารหลายสิบคนเข้ามาภายในบ้าน ถือปืนเอ็ม 16 สายไปมาตลอด ขึ้นไปทุกชั้น ตรวจค้นอย่างละเอียด ลิ้นชัก ตู้เสื้อผ้า ทุกห้องถูกรื้อค้นหมด และเข้าไปถึงห้องบุตรชาย ทำให้บุตรชายที่นั่งอยู่บนเตียงได้แต่มอง มึนงง ช็อก จากนั้นทหารเข้ามาเชิญตนในชุดนอนถึงบนเตียงนอน รู้สึกแปลกใจ เพราะ คสช.ไม่เคยประกาศให้ไปรายงานตัว แต่มีหนังสือเชิญให้ไปรายงานตัววันที่ 10 มิ.ย. จึงแจ้งทหารว่าจะไปวันที่ 10 มิ.ย. แต่ได้รับการปฏิเสธ บอกให้ไปเดี๋ยวนี้ จากนั้นได้พาตนขึ้นรถปิกอัพสองตอน มีนายทหารนั่งประกบ พยายามสอบถามจะพาไปที่ใด แต่ไม่ได้รับคำตอบ ขอใช้เครื่องมือสื่อสารก็ได้รับการปฏิเสธ เมื่อถึงจุดหมายถึงทราบว่าเป็นกองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ เมื่อถึงแล้วมีนายทหารมาพูดคุยสอบถามความคิดเห็น ขอความร่วมมือไม่ให้เคลื่อน ไหวทางการเมือง ก่อนได้รับการปล่อยตัว และได้พามาส่งถึงบ้านในช่วงค่ำวันเดียวกัน

อ้างสีเขียวขอโทษทำเกินเหตุ

นายสิงห์ทองกล่าวว่า ช่วงเช้าวันที่ 10 มิ.ย. มีทหาร ตำรวจนอกเครื่องแบบมาเชิญตนไปยังค่ายทหารอีกครั้ง ได้ไปพบ พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ร.11 รอ. จึงบอกกับตนว่า หากได้พูดคุยกับสื่อมวลชน ขอให้ไปบอกเลยว่า พ.อ.ทรงวิทย์ขอโทษการกระทำของทหารที่บุกจู่โจมไปถึงบ้านเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ภาพและข่าวที่ออกไปดูรุนแรงเกินเหตุ เลยอยากขอโทษตนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ เหตุที่ทหารบุกเข้ามาหาถึงบ้านทั้งที่ไม่ได้มีประกาศให้ไปรายงานตัวนั้น ได้รับการชี้แจงว่าเป็นการมาดูแล เชิญตัวก่อนที่ คสช.จะเรียกไปพบ เข้าใจว่าจากการกระทำดังกล่าวน่าจะถูกผู้ใหญ่ คสช.ตำหนิ เนื่องจากระหว่างพูดคุยมีโทรศัพท์ 3-4 สายเข้ามาอยู่ตลอดเวลา

เจ้าหน้าที่ตรึงกำลังป้องม็อบต้าน

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่บริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีเจ้าหน้าที่ทหาร จำนวน 3 กองร้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 2 กองร้อย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เทศกิจ และเจ้าหน้าที่ ขสมก.จำนวนหนึ่ง ได้วางกำลังโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยเฉพาะทางขึ้น-ลง และบนสกายวอล์ก เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มต้านรัฐประหารจะมาใช้พื้นที่ดังกล่าวชุมนุม ขณะที่บริเวณป้ายรถเมล์ฝั่ง รพ.ราชวิถี กองบัญชาการปฏิบัติการจิตวิทยา (ปจว.) หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จ.ลพบุรี นำรถยีเอ็มซีติดเครื่องขยายเสียง มาขับร้องเพลงพร้อมกับแสดงรีวิวประกอบเพลง ให้ประชาชนที่ผ่านไปมาได้รับชม และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจในกิจกรรมของทหาร ที่เข้ามาสร้างความสามัคคีและความสงบให้กับคนไทย สร้างรอยยิ้มให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยประชาชนจำนวนมากนำอาหารน้ำดื่มมามอบเป็นกำลังใจให้กับทหารอีกด้วย

ใช้ชุด ปจว.ชี้แจงประชาชน

พ.อ.สมบัติ ธัญญะวัน ผู้บังคับการกรมนักเรียน โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิสร จ.สระบุรี ในฐานะ ผบ.เหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงกำลังทหารและตำรวจไว้เกือบเท่าเดิม แต่ได้ปรับเปลี่ยนเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว โดยยังคงใช้ชุด ปจว.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทุกวัน จนกว่าจะมีความมั่นใจว่าจะไม่มีกลุ่มต่อต้านมาใช้พื้นที่ ขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหว ของกลุ่มต่อต้าน กระทั่งเวลา 18.20 น.จึงได้เดินทางกลับโดยไร้เหตุป่วนใดๆ

คสช.วอนนักวิจารณ์หยุดชี้นำคดี

พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษก คสช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกลุ่มบุคคลวิพากษ์วิจารณ์คดีความต่างๆผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียว่า หากกระบวนการต่างๆยังไม่ถึงที่สุด ขอความร่วมมือไม่ควรกล่าวอ้าง ชี้นำ คาดการณ์ใดๆ เพราะจะทำให้สังคมสับสน ไม่เชื่อมั่น ต่อกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะเมื่อคดีมีคำตัดสินออกมา จะไม่ได้รับการยอมรับ อาจส่งผลให้เสียหายหรืออาจทำให้คนไทยแตกแยกได้ ทั้งนี้ คสช.เคารพการทำหน้าที่ขององค์กรตามกระบวนการยุติธรรมเสมอ ไม่ต้องการก้าวก่ายหรือล่วงละเมิดแต่ประการใด

ยืนยันดูแล บก.ลายจุดเป็นพิเศษ

เมื่อถามว่ากรณีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ที่ถูกควบคุมตัวในพื้นที่พิเศษ พ.อ.วินธัยตอบว่า ยังไม่ได้อยู่ในสถานะผู้ทำความผิด อยู่ในสถานะเพื่อทำความเข้าใจ ปรับทัศนคติให้ตรงกัน ในเบื้องต้นนายสมบัติให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ให้การดูแลเป็นอย่างดี แม้นายสมบัติอาจมีพฤติกรรมเข้าข่ายความผิดฐานยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบและฝ่าฝืนประกาศ คสช. จึงอยากขอร้องเพื่อนฝูงหรือญาติไม่ต้องวิตกกังวล เพราะเรื่องของคดีเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการ

นำผู้ต้องหาฝากขังศาลทหาร

พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. พร้อม พงส.บก.ป.และเจ้าหน้าที่ทหาร ควบคุมตัว นายเยี่ยมยอด ศรีมันตะ ประธานสมาพันธ์ประชาชนรักประชาธิปไตย 20 จังหวัดภาคอีสาน และนายชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ นักจัดรายการทีวีดาวเทียมช่องเอเชียอัพเดท ที่เคลื่อนไหวต่อต้านการยึดอำนาจของ คสช. ส่งตัวไปยังศาลทหารกรุงเทพ เพื่อขออำนาจฝากขังตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก หลังนายเยี่ยมยอด กระทำความผิดฐานขัดคำสั่ง คสช.ที่ 14/2557 ไม่เข้ามารายงานตัวตามหมายเรียก มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่นายชัยนรินทร์กระทำความผิดฐานฝ่าฝืน ประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 เรื่องห้ามชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก มาตรา 8 และมาตรา 11 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่ง “สมบัติ” ขัง บก.ป.11 มิ.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ยังคงมีผู้ที่เคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.ถูกกักตัวไว้ที่ บก.ป.รวม 31 ราย โดยทหารทยอยสอบปากคำแต่ละราย ก่อนจะพิจาณาว่าจะดำเนินคดีหรือปล่อยตัว การพิจารณาขึ้นอยู่กับดุลพินิจของทหาร ก่อนทำหนังสือมายังพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ ตลอดช่วงเช้าได้มีบรรดาญาติพี่น้องของผู้ที่ถูกคุมตัวเดินทางมาให้กำลังใจเป็นระยะๆ ในส่วนของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด จะพิจารณาส่งตัวมากักไว้ที่ห้องขัง บก.ป.ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ก่อนพิจารณาจากทางทหารว่าจะดำเนินคดีหรือไม่

ถก 20 หน่วยงานดันปรองดอง

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) สวนรื่นฤดี พล.ท.กัมปนาท รุดดิษฐ์ ผช.เสธ.ทบ.ฝ่ายยุทธการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ผอ.ศปป.) เป็นประธานการประชุมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของ ศปป. หลังจาก กอ.รมน.ได้รับมอบนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง เสริมสร้างความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ และคืนความสุขให้กับคนไทยทั้งชาติ โดยมีส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม 20 หน่วยงาน คือ กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงานกศน.) สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการปรองดองและการปฏิรูป คสช. สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ กรมการพัฒนาชุมนุม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน

เร่งให้สร้างสภาวะเกื้อกูลมุ่งสู่เฟส 2

พล.ท.กัมปนาทกล่าวต่อที่ประชุมว่า ประชาชนให้ความหวังไว้กับ ศปป. ทุกท่านที่ได้รับเชิญมาประชุมต่างมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานต่างๆ ให้เดินไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหัวหน้า คสช. ตั้งความหวังกับ ศปป. ว่าจะสร้างสภาวะแวดล้อมให้เกื้อกูลเพื่อเปลี่ยนถ่ายเข้าสู่การทำงานของ คสช.ในระยะที่ 2 เพื่อความรวดเร็ว โดย ศปป.คือจุดเริ่มต้น ถ้าพวกเราไม่สามารถสร้างสภาวะแวดล้อมให้เกื้อกูลกัน เราจะเหน็ดเหนื่อยต่อไปเรื่อยๆ อยากฝากไปถึงทุกภาคส่วนที่ต่างมีประสบการณ์การทำงานร่วมกับประชาชน ทั้งกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง ขอให้เสนอข้อคิดที่เป็นประโยชน์ และทางศูนย์จะมีการปรับรูปแบบ ศปป.เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะ

ศปป.ทำไปปรับไปตามสถานการณ์

พล.ท.กัมปนาทกล่าวต่อว่า ขณะนี้การทำงานของทุกภาคส่วนที่อยู่ในพื้นที่กำลังเดินคู่ขนานอยู่ มีการจัด ศปป.เพื่อให้เข้าถึงทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน เดินไปด้วยกันในลักษณะพลเรือน ตำรวจ ทหาร โดยมี ศปป.เป็นศูนย์กลางให้นโยบายขับเคลื่อน ให้เป็นไปตามทิศทางที่หัวหน้า คสช.ให้นโยบายเอาไว้ วันนี้อยากรับฟังความคิดเห็นของผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกระทรวง ทบวง กรม จะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายเสนอความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ขณะนี้เรายังไม่ได้ข้อยุติ เราพร้อมจะปรับเปลี่ยนแนวทางการทำงานเพื่อเดินต่อไป ศปป.จะทำไปปรับไป เพราะสถานการณ์จะพัฒนาไปเรื่อยๆ ความรู้สึกของประชาชนก็จะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา รวมทั้งนโยบายของหัวหน้า คสช.จะมีการปรับเปลี่ยนเป็นระยะๆ พร้อมทั้งถ่ายทอดเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

ลุยตามงานพื้นที่ภาคอีสาน

พล.ท.กัมปนาทกล่าวภายหลังการประชุมว่า นำเจตนารมณ์ของหัวหน้า คสช.มาชี้แจงให้ทุกภาคส่วนเข้าใจ ในช่วง 2 เดือน เป็นระยะเร่งด่วนเพื่อสร้างบรรยากาศสภาพแวดล้อมให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายร่วมกันสร้างความรักความสามัคคี สร้างสภาวะแวดล้อมเกื้อกูลต่อกันในการปรองดองสมานฉันท์ เพื่อนำไปสู่ช่วงระยะที่ 2 ตามที่หัวหน้า คสช.วางโรดแม็ปไว้ ยืนยันว่า คสช.ไม่ใช่คู่ขัดแย้ง เราจะไม่เอาตัวลงไปขัดแย้ง และไม่มีหน้าที่ไปชี้ผิดชี้ถูก ตนเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์และทำรายงานเสนอต่อสภาปฏิรูป ซึ่งกลยุทธ์การสร้างความปรองดองไม่ว่าจะภาคเหนือหรืออีสานมีความแตกต่างกัน ในบางพื้นที่อาจใช้ดนตรี ใช้กีฬา หรือดำเนินการผ่านบ้าน วัด โรงเรียน เพราะวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมต่างกัน แต่ถือว่าสิ่งที่ได้ทำก้าวหน้าในระดับหนึ่ง จากคนที่ไม่เคยมาฟังดนตรีก็มานั่งคุยนั่งฟังดนตรีร่วมกัน ถือว่าประสบความสำเร็จเพื่อนำไปสู่ขั้นที่ 2 หัวหน้า คสช.ติดตามความคืบหน้าทุกวัน เรื่องไหนไม่เหมาะสมจะปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ แกนนำทุกกลุ่มให้ความร่วมมือดี ตนจะลงพื้นที่ภาคอีสานติดตามผลการดำเนินการต่อไป

เซ็นเอ็มโอยูสมานฉันท์ 9 จังหวัด

พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน. กล่าวว่า หลังการตั้งศูนย์ปฏิบัติการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (ศปก.รมน.จังหวัด) ในทุกจังหวัดตลอด 10 วันที่ผ่านมา มีการจัดกิจกรรมเชิงปริมาณ 56 จังหวัด ถือว่าอยู่ในระดับที่มีคุณภาพ มีระดับผู้นำทางความคิดมาร่วมหารือ และได้ข้อตกลงร่วมกันเพื่อปรองดองสมานฉันท์ โดยลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกัน (เอ็มโอยู) มีสื่อมวลชนเป็นพยานจำนวน 9 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ พิษณุโลก ตาก ประจวบคีรีขันธ์ สระแก้ว ลพบุรี กาญจนบุรี นครราชสีมา และอุดรธานี

เชียงใหม่วอนทบทวนเคอร์ฟิว

ขณะที่นายพรชัย จิตรนวเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังจาก คสช.จัดระเบียบประเทศไทยครั้งใหญ่ จ.เชียงใหม่ เปรียบเสมือนนักเรียนที่เชื่อฟังครูประจำชั้น ที่สั่งให้ไปรายงานตัวและแกนนำกลุ่มสีเสื้อต่างก็ยอมสลายสีเสื้อตามข้อตกลงโรดแม็ปของ คสช. เพื่อร่วมกันสร้างความปรองดองสมานฉันท์ขึ้น ประกอบกับในอีกไม่กี่วัน จะมีการแข่งขันฟุตบอลโลกด้วย อยากวิงวอนให้ คสช.พิจารณายกเลิกประกาศเคอร์ฟิว เชื่อว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติหวนกลับมาเที่ยวเชียงใหม่อีกครั้ง

พอใจสลายสีเสื้อปทุม-นนทบุรี

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.) พล.ต.โชติอนันต์ปรีชา ทรัพย์หิรัญ ผบ.พล.ปตอ. เป็นประธานรับมอบน้ำดื่มจำนวน 6,000 ขวดและน้ำดื่มแบบแก้ว 10,000 ถ้วย จากนายธนศักดิ์ วัฒนฐานะ ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เพื่อนำไปมอบให้กำลังพลจำนวน 20 กองร้อยที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบในพื้นที่ จ.ปทุมธานี และ จ.นนทบุรี

พล.ต.โชติอนันต์ปรีชากล่าวว่า การดูแลพื้นที่ดังกล่าวสถานการณ์เป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะเมื่อคืนวันที่ 9 มิ.ย. กำลังพลของ ปตอ.พัน. 3 ได้สนธิกำลังกับตำรวจ จับกุมผู้ลักลอบขนอาวุธสงครามลอตใหญ่ที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แม้พื้นที่รับผิดชอบ จ.นนทบุรี และ จ.ปทุมธานี ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ไม่มีปัญหารุนแรง เพราะได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนตั้งแต่ปี 49 มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทหารและประชาชนในพื้นที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน รวมถึงแกนนำแต่ละกลุ่มตอบรับร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการสลายสีเสื้อ แกนนำกลุ่มต่างๆพร้อมเข้าร่วมมือหากมีการตั้งศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปในพื้นที่

ชาวอ่างทองจุดพลุสมานฉันท์

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดอ่างทอง พล.ต.ชัยกร ประเสริฐสุข ผบ.มทบ.ที่ 13 เป็นประธานเปิดโครงการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ มีแกนนำมวลชนกลุ่มต่างๆ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ภาคเอกชน คณะกรรมการส่งเสริมการปรองดองสมานฉันท์จังหวัดอ่างทอง ราว 300 คนร่วมงาน โดย พล.ต.ชัยกรย้ำให้ทุกคนร่วมมือนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ปลอดภัย ทุกอย่างจะผ่อนคลายไปตามลำดับ จากนั้น พล.ต.ชัยกร นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.อ่างทอง ผู้เข้า ร่วมโครงการ ร่วมกล่าวคำปฏิญาณตนต่อหน้าพระแสงศาสตราวุธประจำจังหวัดอ่างทองว่า จะร่วมเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน จากนั้นแกนนำมวลชนทั้งสองฝ่ายสวมกอดกัน พร้อมกล่าวว่า จะร่วมจัดกิจกรรมเดินวิ่งเพื่อความปรองดองสมานฉันท์ต่อไป

เมืองโอ่งจับมือสร้างชาติไทย

เมื่อเวลา 09.30 น. นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผวจ.ราชบุรี พล.ต.ชาติชาย ขันสุวรรณ ผบ.จทบ.ราชบุรี ร่วมเปิดโครงการสัมมนากำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่โรงยิมเนเซียม อ.เมืองราชบุรี เพื่อสร้างความปรองดอง และขับเคลื่อนตามนโยบายของ คสช. โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและข้าราชการฝ่ายปกครอง ราว 1,000 คนเข้าร่วมงาน ก่อนจะร่วมกันกล่าวปฏิญาณตน และเปิดป้ายศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปจังหวัด พร้อมลงนามในบันทึกแสดงเจตนารมณ์การเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ และร่วมมอบป้ายหมู่บ้านปรองดองพร้อมธงชาติไทย และธงตราสัญลักษณ์ให้กับหมู่บ้านต่างๆด้วย

กล้วยไข่ผนึกพลังเพื่อบ้านเมือง

ขณะที่ จ.กำแพงเพชร ที่ถนนสายริมแม่น้ำปิง หน้าลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสิริจิตอุทยาน ต.ในเมือง อ.เมืองกำแพงเพชร พล.ต.ต.ประเสริฐ กาฬรัตน์ ผบก.ภ.จ.กำแพงเพชร ได้จัดสถานที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในโอกาสที่อัญเชิญผ่าน จ.กำแพงเพชร ก่อนอัญเชิญไปประดิษฐานที่หน้าสำนักงานตำรวจภาค 6 จ.พิษณุโลก โดยนายสุรพล วานิชเสนี ผวจ.กำแพงเพชร พร้อมด้วยทหาร ตำรวจ ประชาชน และแกนนำสีเสื้อ รวมทั้งแกนนำขั้วการเมืองต่างๆ ร่วมพิธี และร่วมกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชว่า จะเทิดทูนและรักษาไว้ซึ่งสถาบันสำคัญของชาติ ร่วมมือทางราชการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ และรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

ติวกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จ.สุราษฎร์ฯ

ส่วนที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่โรงแรมแก้วสมุยรีสอร์ท อ.เมืองสุราษฎร์ธานี พล.ต.ธีร์ณฉัฏฐ์ จินดาเงิน ผบ.จทบ.สุราษฎร์ธานี นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผวจ.สุราษฎร์ธานี ประชุมพบปะหัวหน้าส่วนราชการ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งจังหวัดรวม 1,035 คน เพื่อสร้างความเข้าใจกับประชาชน สร้างความ ปรองดองในพื้นที่ ลดความขัดแย้งทางการเมือง และแจ้งประชาชนที่มีอาวุธสงครามไว้ในครอบครอง รีบนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นหากตรวจค้นจับกุมได้ต้องถูกส่งขึ้นศาลทหารทันที หรืออาจนำไปทิ้งไว้แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ก็ได้ ยืนยันว่าไม่มีความผิด

“สุเทพ” เข้าโรงซ่อมเอ็นหัวไหล่

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เข้ารับการรักษาอาการหัวไหล่ด้านขวาอักเสบเรื้อรัง โดยนายสุเทพมีสีหน้ายิ้มแย้มได้เข้าสักการะท้าวการุณเวทย์ ชีวิตา พระชัยมงคล ภูมิเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ โรงพยาบาล มี นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่โรงพยาบาลกรุงเทพ และ นพ. ไพศาล จันทรพิทักษ์ ผอ.โรงพยาบาล ให้การต้อนรับ โดยนายสุเทพกล่าวว่า ยังมีอาการเจ็บที่หัวไหล่ แต่หลังผ่าตัด 2 วันก็กลับบ้านได้แล้ว

ต่อมานายสุเทพได้โพสต์รูปภาพในชุดคนไข้นั่งอยู่บนเตียง ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายสุเทพพร้อม ข้อความว่า “กำนันกำลังจะเข้าผ่าตัด คุณหมอ-พยาบาลยังต้องขอให้เซ็นหนังสือ Power of Change ก่อน”

พักฟื้น 2 วันจัดงานระดมทุนต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุเทพเข้ารับการรักษาด้วยวิธีส่องกล้องผ่าตัด ซึ่งอาการบาดเจ็บเกิดจากการยกแขนขวาในช่วงชุมนุมกว่า 6 เดือน ทำให้หัวไหล่อักเสบเรื้อรัง โดยระหว่างนั้นรักษาโดยการฉีดยาและรับประทานยาประทังอาการ โดยหลังผ่าตัดแพทย์จะให้พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 2 วัน

จากนั้นวันที่ 14 มิ.ย. นายสุเทพยังคงจัดงานระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากการชุมนุม ภายใต้ชื่องาน “กินข้าวกับลุงกำนัน” ที่ Pacific City Club ถนน สุขุมวิท กรุงเทพฯ มีการจำหน่ายบัตรจำนวน 70 ที่นั่ง ราคาบัตรใบละ 10,000 บาท จองบัตรได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2653-2450-3

ขยายเวลาส่งมอบอาวุธสงคราม

ต่อมาเวลา 20.45 น. คสช.มีประกาศฉบับที่ 59/2557 เรื่อง ขยายเวลาการนำส่งมอบอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิด ที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม ตามที่ได้มีคำสั่ง คสช.ที่ 37/2557 ลงวันที่ 29 พ.ค.2557 เรื่อง ให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่อง กระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามนำส่งมอบ และประกาศ คสช. ฉบับที่ 53/2557 ลงวันที่ 3 มิ.ย.2557 เรื่อง กำหนดให้ผู้กระทำความผิดในบางกรณีไม่อยู่ภายใต้บังคับคำสั่ง คสช.ที่ 37/2557 แล้วนั้น เพื่อให้มีการนำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม ส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายต่อไปอีกระยะหนึ่ง คสช.จึงมีประกาศ

ดังต่อไปนี้ 1.ให้ขยายระยะเวลาแก่ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม ในการนำส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ตามคำสั่ง คสช.ที่ 37/2557 ลงวันที่ 29 พ.ค.2557 เรื่อง ให้ผู้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม นำส่งมอบต่อไปจนถึงวันที่ 25 มิ.ย.2557 ข้อ 2.ให้ผู้ที่นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงครามส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ภายในกำหนดเวลาตามข้อ 1 ไม่ต้องรับโทษทางอาญา ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ข้อ 3.ผู้ที่ฝ่าฝืนไม่นำอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดที่สำหรับใช้เฉพาะแต่การสงคราม ส่งมอบต่อนายทะเบียนท้องที่ ภายในกำหนดเวลาตามข้อ 1 มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 20 ปี ข้อ 4.ประกาศนี้มิให้บังคับแก่ผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ที่ถูกจับกุมหรือตกเป็นผู้ต้องหา หรือเป็นจำเลยก่อนวันที่ 29 พ.ค.2557 และอยู่ระหว่างการสอบสวนหรือระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุด ประกาศ ณ วันที่ 10 มิ.ย.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

ยกเลิกเคอร์ฟิวอีก 20 จังหวัด

จากนั้นมีประกาศ คสช. ฉบับที่ 60/2557 เรื่องยกเลิกการห้ามออกนอกเคหสถานในบางพื้นที่เพิ่มเติม ดังนี้ 1.จ.กาญจนบุรี 2.จ.ราชบุรี 3.อ.เขาย้อย อ.หนองหญ้าปล้อง อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.บ้านแหลม อ.แก่งกระจาน และ อ.เมือง จ.เพชรบุรี 4.จ.ระยอง 5.จ.จันทบุรี 6.อ.คลองใหญ่ อ.เขาสมิง อ.บ่อไร่ อ.แหลมงอบ อ.เกาะกูด และ อ.เมือง จ.ตราด 7.จ.นครพนม 8.จ.สกลนคร 9.จ.ร้อยเอ็ด 10.จ.เลย 11.จ.สุรินทร์ 12.จ.ตาก 13.จ.สุโขทัย 14.จ.แม่ฮ่องสอน 15.จ.อุตรดิตถ์ 16.จ.แพร่ 17.จ.น่าน 18.อ.สะเดา และ อ.เมือง จ.สงขลา 19.จ.ตรัง 20.จ.สตูล สำหรับในพื้นที่อื่น ให้ยังคงปฏิบัติตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 ฉบับที่ 42/2557 และฉบับที่ 52/2557 ลงวันที่ 10 มิ.ย.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

ตั้ง กนร.แก้แรงงานต่างด้าวทั้งระบบ

จากนั้น เวลา 21.53 น. คสช.มีคำสั่งฉบับที่ 59/2557 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (กนร.) ประกอบด้วย รองหัวหน้า คสช.และหน.ฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงแรงงานเป็นรองประธาน โดยมีปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตร. เลขาธิการ สมช. ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ผอ.สำนักงบประมาณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการ กอ.รมน. อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นกรรมการ โดยมีเสธ.ทหาร เป็นกรรมการและเลขานุการ เจ้ากรมยุทธการทหาร อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ โดยให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ เสนอนโยบาย มาตรการ และแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว ทั้งระบบ พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงานโครงการ และมาตรการที่เกี่ยวข้องก่อนนำเสนอ คสช.

มี อกนร.คอยกลั่นกรองงานอีกชั้น

ตามด้วยคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 60/2557 เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว อกนร. เพื่อช่วยปฏิบัติงานของ กนร. ประกอบด้วย เสธ.ทหาร เป็นประธานอนุกรรมการ อธิบดีกรมการจัดหางาน เป็นรองประธาน เสนาธิการเหล่าทัพ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ข้าราชการระดับอธิบดีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นอนุกรรมการ เจ้ากรมยุทธการทหาร เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผอ.สำนักปฏิบัติการ กรมยุทธการทหาร ผอ.สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางาน เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ โดยมีอำนาจหน้าที่ เสนอแนะนโยบาย มาตรการ และแนวทางการดำเนินการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวต่อคณะกรรมการ

สั่งบุคคลเข้ารายงานตัวอีก 4 ราย

และมีคำสั่ง คสช.ที่ 61/2557 เรื่อง ให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ ห้องจามจุรี สโมสรทหารบก เทเวศร์ ในวันที่ 11 มิ.ย.2557 เวลา 10.00-12.00 น. ดังนี้ 1.นายรังสฤษฎิ์ ธิยาโน 2.นายชัชชาญ บุปผาวัลย์ 3.นายยงยุทธ บุญดี 4.นายวัฒนา ทรัพย์วิเชียร สั่ง ณ วันที่ 10 มิ.ย.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.

11 มิ.ย. 2557 08:02 11 มิ.ย. 2557 08:02 ไทยรัฐ