วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอาเปรียบลูกค้า

โดย เพลิงมรกต

เรื่องราวของสถานเสริมความงาม ลดน้ำหนัก มีปัญหากับลูกค้าปรากฏเป็นข่าวอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะการไม่ได้รับการบริการตามข้อตกลง ถือเป็นการประกอบธุรกิจเอาเปรียบลูกค้า

สุภาพสตรีรายหนึ่งเล่าประสบการณ์ที่ได้รับจากสถานบริการลดน้ำหนักชื่อดัง

ราวเดือน เม.ย.2555 เธอไปซื้อคอร์สลดน้ำหนักของสถานบริการแห่งหนึ่ง เป็นคอร์สไม่จำกัด 2 ปี ราคา 2 แสนบาท คอร์สอื่นๆ และผลิตภัณฑ์อีก 1.5 แสนบาท

รวมมูลค่า 3.5 แสนบาท

หลังจากไปใช้บริการได้ 3 เดือนปรากฏว่าเธอตั้งท้อง จึงไปปรึกษากับผู้จัดการสาขาของสถานบริการนั้น

ได้ข้อสรุปว่า จะให้หยุดการใช้บริการไปก่อนหลังจากคลอดลูกแล้วจึงกลับมาใช้บริการต่อโดยให้เหลือคอร์สระยะเวลา 1.5 ปี รวมทั้งคอร์สและผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ซื้อไว้แล้วยังไม่ได้ใช้

ผู้จัดการสาขาเขียนลงในบัตรรับบริการและเซ็นชื่อกำกับ

หลังจากคลอดลูกแล้วเธอกลับมาขอใช้บริการ เจ้าหน้าที่กลับแจ้งว่า “ไม่มีชื่อเป็นลูกค้าในระบบ” ทั้งที่มีสลิปบัตรเครดิตยืนยัน

ส่วนลายเซ็นและข้อความที่ผู้จัดการเขียนไว้ในบัตรนั้น เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ทีมงานเก่าลาออกไปแล้ว จึงไม่รับรู้ อย่างไรก็ตามก็จะแจ้งไปที่สำนักงานใหญ่ให้ แต่ไม่รับปากว่าจะได้ผลอย่างไร

เธอรอคำตอบอยู่นานแต่ไม่มีความคืบหน้า จนเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาให้ทนายความยื่น “โนติส” ไปที่สำนักงานใหญ่

ต้นเดือน เม.ย.ทางสำนักงานใหญ่โทรศัพท์ไปหาทนายความ

บอกว่าจะขอเจรจาแต่แล้วก็เงียบไป

จนกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาเธอไปแจ้งความที่ สน.ปทุมวัน หลังจากนั้นไม่นานทางสำนักงานใหญ่ก็โทรศัพท์มาหา แจ้งว่า “พบชื่อเธอแล้ว” ขอให้ไปใช้บริการต่อ แต่เธอไม่สะดวกใจที่จะใช้บริการ ที่นี่อีกแล้ว เนื่องจากเห็นได้ชัดว่าไม่เอาใจใส่ลูกค้า

จึงจะขอเลิกสัญญา

ทางสำนักงานใหญ่ยังมีท่าทีบ่ายเบี่ยง ซึ่งคาดว่าอาจจะต้องมีการฟ้องร้องกันต่อไป

เรื่องที่เกิดขึ้นอยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้ให้บริการสถานเสริมความงามหรือสถานลดน้ำหนักต่างๆในการให้บริการลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์

ที่ผ่านมาเธอเคยได้ยินจากเพื่อนบ่อยๆถึงปัญหาการใช้บริการ เช่น การใช้บริการเหลือน้อยกว่าเป็นจริง หรือซื้อแล้วไม่ได้คอร์สตามที่ตกลงกัน

ถือเป็นการเอาเปรียบลูกค้า!

“เพลิงมรกต”
pluengmorakot@thairath.co.th