วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไซโลข้าว

โดย เจ้าพายุ

โอ้อวดและถกเถียงกันมาตลอดระหว่างโครงการประกันราคาข้าวหรือประกันรายได้เกษตรกรที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้ในยุคเป็นรัฐบาลกับโครงการรับจำนำข้าว (เจ้าปัญหา) ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเอามาใช้

อย่างไหนเจ๋งกว่ากัน?

ไม่ว่าจะแบบประกันราคาหรือรับจำนำผมว่าติงต๊องทั้งคู่ เพราะความไร้ประสิทธิภาพ-ทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่ม

“กระบวนการ” ยันจบโครงการ

ความไร้ประสิทธิภาพและการทุจริตที่พูดถึงเกิดขึ้นตั้งแต่นับหนึ่งในกระบวนการผลิตว่าด้วยพันธุ์ข้าวปลูกที่เกษตรกรเก็บพันธุ์ไว้เองบ้าง ไปซื้อจากสถานที่ขายพันธุ์ข้าวบ้าง หรือทางราชการแบ่งสันปันส่วนให้บ้าง

ก็จะเจอปัญหาเรื่องคุณภาพข้าว ซึ่งเมื่อคุณภาพข้าวไม่ดี ผลผลิตก็ย่อมไม่ดีตามคุณภาพข้าว หรือการที่เกษตรกรตั้งใจที่จะเลือกพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตเยอะแต่ไม่มีคุณภาพ

เพียงหวังจะได้ปริมาณและน้ำหนัก เพราะคิดว่าเอาไปขึ้นตาชั่งเข็มไปหยุดที่ 1 ตัน นั่นคือฉันจะได้เงินกลับบ้านหมื่นห้า โดยไม่ได้รู้ว่าการจะได้หมื่นห้าต่อข้าว 1 ตัน ข้าวจะต้องมีคุณภาพอย่างไร

จากเรื่องพันธุ์ข้าวก็ไปเรื่องปุ๋ยและเคมีภัณฑ์ต่างๆ ทั้งยาฆ่าแมลง-กันแมลง ร้านขายปุ๋ยยันโครงการผลิตปุ๋ย ร้านขายยาฆ่าแมลงยันโรงงานผลิตยาฆ่าแมลง ยี่ปั๊วซาปั๊วรวมหัวโดยมิได้นัดหมาย ดั๊มพ์ ราคาไปตามดัชนี “ความหวัง” ของชาวนา (ว่าจะรวยกันแล้ว)

แต่ถึงแม้ราคาปุ๋ยราคายาจะทำให้ชาวนาโอดโอย แต่ก็ต้องควักจ่ายหรือแปะโป้งซื้อมาใช้ เพราะถ้าไม่ใช้ข้าวก็ไม่งาม ผลผลิตก็จะออกมาน้อย เป็นภาวะจำใจของชาวนาที่ต้องจำทน

ดังนั้น การบริหารจัดการต้องเริ่มตั้งแต่ “ต้นทาง” ตรงนี้ที่รัฐและราชการจะต้องถือเป็นภารกิจ

ในส่วนที่เป็น “กลางทาง” คือระยะที่เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วจะเอาไปไว้ที่ไหน!

จุดนี้เป็นจุดไฮไลต์ของกระบวนการทั้งหมดที่จะเป็นดัชนีชี้วัดว่า โครงการข้าวที่อยู่ภายใต้ชื่ออะไรก็ตาม จะดีหรือเลว วัดกันตรงนี้เลย

เกี่ยวแล้วไม่มีที่เก็บคือหัวใจของปัญหา เมื่อไม่มีที่เก็บเป็นของตัวเอง ชาวนาก็ต้องเอาข้าวที่เกี่ยวได้ไปขายโรงสี พอไปถึงโรงสีก็เจอกดราคา เพราะยังไงเกี่ยวแล้วชาวนาก็ต้องเอาไปขาย ถ้าไม่ขายจะเอาที่ไหนเก็บ

ความจริง “ที่เก็บข้าว” หรือ “ไซโลข้าว” ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญที่จะทำให้ชาวนาลืมตาอ้าปากได้ เคยมีคนผลักดันมาก่อนหน้าแล้ว

เจ้าของไอเดียคือ คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ที่ล่าสุดได้ถูกเรียกตัวมาเป็นที่ปรึกษา คสช. แต่ไซโลข้าวที่คุณสมคิดผลักดันอยู่ ณ เวลานั้นต้องล้มครืนลง

เพราะถูกบรรดา “โรงสีข้าว” ใช้กำลังภายใน ไม่ให้การสร้าง “ไซโล” ทำได้สำเร็จ เพราะหากทำสำเร็จชาวนาที่เก็บเกี่ยวข้าวก็จะเอาข้าวไปเก็บที่ไซโล รอช่วงราคาข้าวแพงแล้วค่อยเอาออกมาขาย ไม่ต้องเกี่ยวแล้วขายเลย

ก็รู้ๆกันอยู่ว่า โรงสีมันก็นักการเมือง ทุนการเมืองเสียเป็นส่วนใหญ่

ไซโลที่คุณสมคิดจะทำก็วืดมาตั้งแต่วันนั้นถึงบัดนี้ แต่ในวันหน้าเชื่อว่า “ไซโลข้าว” จะถูกเคาะสนิมอีกครั้งเพราะคุณสมคิดคัมแบ็กมาแล้ว

ดังนั้น เมื่อ “ต้นทางเรียบร้อย–กลางทางราบรื่น” คงไม่ต้องบอกว่าปลายทางจะหรูหราแค่ไหน อย่างน้อยก็ปิดประตูคอร์รัปชันได้หลายบาน

ประชานิยมโดยการใช้อำนาจกับประชานิยมแบบทุนนิยมมันก็ร้ายพอๆกัน อยู่ที่ว่าจะมิกซ์แอนด์แมตช์แบบไหน เท่าไหร่ ยังไง อันนี้

ต้องขอโยนโครมให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.และดรีมทีมไปคิดแล้วกันนะครับ

ขอให้โชคดี!

“เจ้าพายุ”

10 มิ.ย. 2557 12:54 10 มิ.ย. 2557 12:54 ไทยรัฐ